KTAM เปิดตัว ‘KT-GRID’ ลงทุนโครงสร้างไฟฟ้าอัจฉริยะ IPO 13 – 19 ส.ค. นี้
KTAM เปิดตัว ‘KT-GRID’ ลงทุนโครงสร้างไฟฟ้าอัจฉริยะเส้นเลือดใหญ่เทคโนโลยีโลก IPO 13 – 19 ส.ค. นี้
‘ชวินดา หาญรัตนกูล’ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI และการขยายตัวของ Data Center ทั่วโลก กำลังเผชิญหน้ากับคอขวดครั้งสำคัญในภาคพลังงาน ส่งผลให้ระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแบบเดิมที่มีอายุการใช้งานมานานไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป โลกยุคใหม่จึงมีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ ‘Smart Grid’ หรือโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานด่านสำคัญที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีโลก
บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงจากสินทรัพย์ที่เป็นกระดูกสันหลังของนวัตกรรมโลก จึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดเคแทม Smart Grid Equity (KT-GRID) (ความเสี่ยงระดับ 6) เปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 13 – 19 ส.ค. 69 นี้
KT-GRID เน้นลงทุนในกองทุน First Trust NASDAQ® Clean Edge® Smart Grid Infrastructure Index Fund (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งกองทุนหลักจะลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า (Electric Infrastructure) ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงเพื่อให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure™
Smart Grid คือ ระบบโครงข่ายไฟฟ้ายุคใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบการสื่อสารข้อมูล และระบบอัตโนมัติต่างๆ ที่เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการไฟฟ้าแบบ Real-time เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการมากขึ้น เนื่องจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในยุคที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ายังไม่ซับซ้อนเหมือนปัจจุบัน โดยปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานครั้งใหญ่ ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่อัตราความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกขยายตัวเร็วกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) ข้อมูลเชิงสถิติชี้ชัดว่าในสหรัฐอเมริกา การขยายตัวของ Data Center ยุค AI ครองสัดส่วนสูงถึง 50% ของความต้องการไฟฟ้าที่เติบโต ส่งผลให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าและสายส่งแบบเดิมไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ภาครัฐและเอกชนทั่วโลกจึงจำเป็นต้องทุ่มเม็ดเงินลงทุนในระบบ Smart Grid หรือโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ โดยคาดการณ์ว่าเม็ดเงินลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Investment) ทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี ต่อเนื่องยาวไปจนถึงปี พ.ศ. 2578 (ที่มา: IEA Electricity Report 2026, ข้อมูล ณ วันที่ 6 ก.พ. 69 และ IEA World Energy Outlook 2025, ข้อมูล ณ วันที่ 12 พ.ย. 68)
สำหรับกองทุนหลักมีจุดเด่นจากการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีรายได้หลักตรงจากธุรกิจโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะโดยตรง (Pure Play) สูงถึง 80% และในกลุ่มธุรกิจหลากหลาย (Diversified) อีก 20% ของน้ำหนักดัชนี ทำให้นักลงทุนได้ประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้อย่างแท้จริง โดยตัวอย่างหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนเบื้องต้น อาทิ Eaton Corporation บริษัทจัดการพลังงานอัจฉริยะและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับโลก, Schneider Electric บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน ระบบอัตโนมัติ (Automation) และดิจิทัลโซลูชัน และ ABB บริษัทเทคโนโลยีวิศวกรรมและอุตสาหกรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ระดับโลก จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และสวีเดนผู้นำระบบควบคุมไฟฟ้าอัตโนมัติในภาคอุตสาหกร เป็นต้น (ที่มา: KTAM, First Trust, ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 69)
โดยข้อมูลจาก First Trust ณ วันที่ 30 มิ.ย. 69 กองทุนหลักมีการกระจายสัดส่วนการลงทุนหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเบื้องต้นได้กระจายไปยัง 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ดังนี้ กลุ่มอุปกรณ์และส่วนประกอบไฟฟ้า (Electrical Components) 33.27%, กลุ่มอุตสาหกรรมแบบหลากหลาย (Diversified Industrials) 11.95%, กลุ่มบริการวิศวกรรมและรับเหมาก่อสร้าง (Engineering and Contracting Services) 10.14%, กลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าแบบดั้งเดิม (Conventional Electricity) 8.46% และกลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคแบบครบวงจร (Multi-utilities) 8.23% (สัดส่วนการลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลัก)
“เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเดิมไม่เพียงพอ โลกยุค AI และ Data Center จึงต้องพึ่งพา Smart Grid มากขึ้น ซึ่งกลุ่มธุรกิจนี้เปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” และด่านเก็บค่าผ่านทางที่เทคโนโลยีโลกยุคใหม่ขาดไม่ได้ เราเชื่อมั่นว่า กองทุน KT-GRID จะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญตัวหนึ่ง ที่จะตอบโจทย์การลงทุนของนักลงทุน เพื่อเข้าถึงกลุ่มบริษัทผู้นำวิศวกรรมไฟฟ้าและโซลูชันระดับโลก ผ่านโครงสร้างการจัดการพอร์ตที่สะท้อนอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสความมั่นคงไปพร้อมกับเทคโนโลยีอนาคต” นางชวินดา กล่าว