S&P500 ปิดทำนิวไฮ หลังจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอ ลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย
S&P500 ปิดทำนิวไฮ หลังจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอ ลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ส.ค. 69 6:32: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันศุกร์ (7 ส.ค.) โดยดัชนี S&P 500 ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนปรับลดการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ลง ภายหลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ เดือนก.ค. ลดลงสวนทางคาดการณ์ของตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 54,036.93 จุด เพิ่มขึ้น 151.83 จุด (+0.28%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,757.64 จุด เพิ่มขึ้น 47.68 จุด (+0.62%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 26,690.62 จุด เพิ่มขึ้น 342.26 จุด (+1.30%)
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งยังช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายในระดับที่สูงของบริษัทต่าง ๆ เพื่อลงทุนใน AI ส่งผลให้ดัชนีหุ้นหลักของวอลล์สตรีมปิดทำสถิติรายสัปดาห์สูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 2.96%, ส่วนดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 3.58% และดัชนีแนสแดคเพิ่มขึ้น 5.19%
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ต่ำกว่าผลสำรวจของ รอยเตอร์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานในช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้ถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนอัตราว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.1% จาก 4.2% ในเดือนมิ.ย.
ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า ตลาดลดความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปลงมาอยู่ที่ 44% จาก 55% ในวันก่อน และ 67% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
ขณะเดียวกัน สัญญาณความคืบหน้าที่จะนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพในสงครามอิหร่านช่วยให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อลดลงตามไปด้วย และอาจลดแรงกดดันที่เฟดจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกันยังส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลง
ทอม ซิโอมาเดส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดของ AE Wealth Management กล่าวว่า ตลาดอาจจำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการจ้างงาน แต่ในทางกลับกัน ก็จะเป็นการกระตุ้นเงินเฟ้อเช่นกัน ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ตลาดหุ้นยังคงปรับตัวขึ้นสูง เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่งมาก
นักวิเคราะห์อธิบายด้วยว่า ตลาดควรตอบสนองต่อตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอ เงินเฟ้อที่สูงขึ้น และความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะเติบโตช้าลง ซึ่งอาจทำให้เฟดจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยแทนที่จะลด แต่ตลาดกลับไม่ได้เคลื่อนไหวในทิศทางดังกล่าว และยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่
ขณะที่ฤดูประกาศผลประกอบการเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย และพบว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 จำนวน 436 แห่งที่รายงานผลประกอบการแล้วนับจนถึงเช้าวันศุกร์ ในจำนวนนี้ 85.1% ทำผลประกอบการสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ระดับ 68% นับตั้งแต่ปี 1994 ตามข้อมูลของ LSEG
ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม
- หุ้น SpaceX บริษัทด้านอวกาศของอีลอน มัสก์ พุ่งขึ้น 15.8% หลังสิ้นสุดช่วง Lock-up ช่วงแรก ไปเมื่อวันที่ 6 ส.ค.
- หุ้น Atlassian ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการทำงานร่วมกัน พุ่งขึ้น 35.3% ทำสถิติบวกรายวันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หุ้น Microchip Technology ผู้ผลิตชิป เพิ่มขึ้น 13.9% ทำสถิติรายวันที่ดีที่สุดในรอบกว่า 15 เดือน หลังทั้งสองบริษัทคาดการณ์รายได้รายไตรมาสสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
- หุ้น Airbnb ซึ่งเป็นบริษัทให้เช่าที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว พุ่งขึ้น 17.4% ทำผลงานดีที่สุดในดัชนี S&P 500 หลังรายงานรายได้ไตรมาส 2 สูงกว่าคาดการณ์ ขณะที่หุ้น Trade Desk บริษัทเทคโนโลยีโฆษณา ร่วง 21.9% ทำผลงานแย่ที่สุดในดัชนี หลังคาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด
ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย
- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 16,940 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 17,560 ล้านหุ้น
- ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 2.49 ต่อ 1 หุ้น ขณะที่ตลาดหุ้นแนสแดคอยู่ที่ 2.07 ต่อ 1 หุ้น
- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 9 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 1 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 123 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 77 ตัว
ที่มา Reuters
ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ