โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ราคาทองคำโลก” พุ่งเหนือ 4,400 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ส่งสัญญาณศึกอิหร่านไม่ยืดเยื้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.ย เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย เวลา 05.32 น.

"ราคาทองคำโลก" พุ่งเป็นวันที่ 2 แตะเหนือ 4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังทรัมป์คาดการโจมตีอิหร่านรอบล่าสุดจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ช่วยคลายกังวลราคาพลังงานดันเงินเฟ้อ

วันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 10.48 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน และกลับขึ้นเหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางอาจไม่ยืดเยื้อ ช่วยคลายความกังวลว่า ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากความขัดแย้งรอบใหม่จะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

ราคาทองคำตลาดสปอตพุ่งขึ้นสูงสุด 1.2% แตะเหนือ 4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ในวันก่อนหน้า และยุติการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 วัน

ราคาน้ำมันหยุดการปรับตัวขึ้น หลัง ทรัมป์ ระบุว่า การโจมตีอิหร่านรอบล่าสุดน่าจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ โดยก่อนหน้านี้การกลับมาปะทะกันอีกครั้งได้จุดชนวนความกังวลว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะเร่งเงินเฟ้อ ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ เนื่องจากทองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวในวันพฤหัสบดี หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ตลาดจับตาว่าทางการญี่ปุ่นอาจดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อพยุงค่าเงิน โดยดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของทองคำสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น

แม้ราคาทองคำปรับขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับต้นปี แต่ตลาดเผชิญความผันผวนอย่างมาก โดยราคาทองเคยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคม ก่อนเข้าสู่ช่วงขาลงต่อเนื่องประมาณ 4 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายน

หลังจากนั้นราคาทองฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นหรือไม่

อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคือสัญญาณการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งช่วยเพิ่มแรงซื้อในตลาดท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

John Williams ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก ระบุเมื่อวันพุธว่า มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวลง เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรเริ่มลดลง ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังไม่ได้ส่งผ่านไปยังราคาบริการในวงกว้าง

ความเห็นดังกล่าวช่วยลดการคาดการณ์ว่า เฟดจะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม และได้รับแรงสนับสนุนจากข้อมูลตลาดแรงงานที่แสดงให้เห็นว่า บริษัทเอกชนสหรัฐเพิ่มการจ้างงานในเดือนสิงหาคมในอัตราที่ชะลอลง

Christopher Wong นักกลยุทธ์จาก Oversea-Chinese Banking Corp. หรือ OCBC ระบุว่า ตลาดตั้งแต่ทองคำไปจนถึงพันธบัตรมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนในทั้งสองทิศทางมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนหันไปให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศก่อนการประชุม Fed ครั้งถัดไป โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์

นอกจากนี้ความผันผวนอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันยังเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวสุนทรพจน์ในเชิงเข้มงวดด้านนโยบายการเงินที่การประชุม Jackson Hole ส่งผลให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดหรือ FOMC มีกำหนดประชุมครั้งต่อไปในช่วงกลางเดือนกันยายน

อย่างไรก็ตามWong ระบุว่า เนื่องจากวอร์ชยังไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าการประชุมครั้งใดจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศต่อจากนี้จึงมีความสำคัญมากขึ้นต่อการกำหนดทิศทางนโยบายระยะสั้น และอาจทำให้ตลาดตอบสนองอย่างรุนแรงต่อข้อมูลสำคัญแต่ละชุด

ณ เวลา 11.46 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาทองคำตลาดสปอต เพิ่มขึ้น 1% อยู่ที่ 4,427.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ ราคาเงิน เพิ่มขึ้น 1% สู่ 65.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วน แพลทินัม และ พัลลาเดียม ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

ด้าน Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งใช้วัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐทรงตัว หลังลดลง 0.2% ในการซื้อขายวันก่อนหน้า

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง-ราคาน้ำมัน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...