โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“เนเธอร์แลนด์” ย้ายทองคำ 86 ตัน ออกจากสหรัฐ-แคนาดา เพิ่มสำรองในลอนดอนรับมือวิกฤต

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.ย เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย เวลา 01.09 น.

ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำสำรอง 86 ตันออกจากสหรัฐและแคนาดา พร้อมเพิ่มสัดส่วนทองในลอนดอนจาก 18.1% เป็น 32.1% ชี้ฝากกับ BoE ซื้อขายได้ง่ายและพร้อมใช้มากกว่าในยามวิกฤต

วันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 00.10 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ (DNB) เปิดเผยว่า ได้เคลื่อนย้ายทองคำสำรองรวม 86 ตัน ออกจากสหรัฐฯ และแคนาดาไปยังลอนดอน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยระบุว่า การปรับโครงสร้างสถานที่เก็บทองครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความพร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤต

DNB ระบุเมื่อวันพุธว่า ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมและใช้เวลาหลายเดือน โดยทองคำที่ย้ายไปยังอังกฤษถูกเก็บไว้กับธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางซื้อขายทองคำที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก ทำให้สามารถนำทองออกมาซื้อขายหรือใช้ประโยชน์ได้สะดวกกว่าในภาวะวิกฤต

โอลาฟ สไลจ์เพน ประธานธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อเสริมความยืดหยุ่นและความพร้อมของประเทศ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา หลังการเจรจาการค้าล้มเหลวและทั้งสองประเทศประกาศมาตรการภาษีรอบใหม่ตอบโต้กัน ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังส่งผลกระทบต่อการค้าและเศรษฐกิจโลก

DNB เปิดเผยว่า การปรับย้ายทองคำครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยการขนทองทั้งหมด 86 ตันข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกโดยตรง แต่ใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยงจากปฏิบัติการขนาดใหญ่

ในจำนวนดังกล่าว มีทองคำแท่งประมาณ 27 ตัน ถูกขนย้ายจากนิวยอร์กและออตตาวาไปยังเมืองไซสต์ (Zeist) ในเนเธอร์แลนด์ จากนั้นจึงมีการเคลื่อนย้ายทองคำที่มีปริมาณและคุณภาพใกล้เคียงกันจากเนเธอร์แลนด์ไปยังลอนดอน โดยไม่จำเป็นต้องหลอมทองคำแท่งใหม่

อย่างไรก็ตาม DNB ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าทองคำจำนวนมากดังกล่าวถูกขนส่งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยวิธีใด

สำหรับทองคำส่วนที่เหลือ DNB ใช้วิธี ขายทองคำที่เก็บอยู่ในนิวยอร์ก และซื้อทองคำกลับคืนในลอนดอน แทนการขนส่งทองคำจริงทั้งหมด

ธนาคารกลางระบุว่า การผสมผสานระหว่างการซื้อขายทองคำกับการขนย้ายทองคำจริง ช่วยกระจายความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการเคลื่อนย้ายทองคำขนาดใหญ่และมีความซับซ้อน

ก่อนการปรับโครงสร้างครั้งนี้ DNB เก็บทองคำสำรองประมาณ 31.3% ในนิวยอร์ก และ 19.7% ในออตตาวา หลังการดำเนินการ สัดส่วนทองคำที่เก็บอยู่ในสหรัฐฯ และแคนาดาลดลงเหลือ 18.5% เท่ากันในแต่ละประเทศ

ในทางกลับกัน สัดส่วนทองคำสำรองของเนเธอร์แลนด์ที่เก็บอยู่ในลอนดอนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 18.1% เป็น 32.1% ขณะที่อีก 30.8% ยังคงเก็บอยู่ภายในประเทศเนเธอร์แลนด์

DNB อธิบายว่า ทองคำที่เก็บไว้กับ Bank of England ถือเป็นทองคำที่สามารถซื้อขายได้ง่ายที่สุดในโลก จึงสามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้รวดเร็วกว่าในสถานการณ์วิกฤต เมื่อเทียบกับทองคำที่เก็บอยู่ในสหรัฐฯ หรือแคนาดา

ณ สิ้นปี 2568 เนเธอร์แลนด์มีทองคำสำรองรวม 612.4 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 72,200 ล้านยูโร

DNB ไม่ได้ระบุอย่างเจาะจงว่า “ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์” ใดเป็นเหตุผลหลักของการตัดสินใจครั้งนี้ แต่การย้ายทองเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจและการค้าโลกเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน

นอกจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านแล้ว ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดายังตึงเครียด หลังแคนาดาได้รับผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งเหล็ก อะลูมิเนียม ไม้แปรรูป และรถยนต์ รวมถึงภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 50% ต่อสินค้าจากแคนาดามูลค่าราว 28,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การเพิ่มสัดส่วนทองคำในลอนดอนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการกระจายความเสี่ยงด้านสถานที่จัดเก็บสินทรัพย์สำรอง และเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงทองคำได้อย่างรวดเร็ว หากเกิดวิกฤตทางการเงินหรือภูมิรัฐศาสตร์ในอนาคต

อ้างอิง : www.bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...