อินเดีย-รัสเซียกระชับสัมพันธ์ ปูตินชูบริกส์สร้างระเบียบเศรษฐกิจใหม่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย พบหารือกันนอกรอบการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ หรือ บริกส์ ที่กรุงนิวเดลี และเห็นพ้องกัน ที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ อินเดียกำลังดำเนินนโยบายรักษาสมดุลทางการทูต ท่ามกลางความพยายามรักษาความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐ กลุ่มประเทศอาหรับในอ่าว รัสเซีย อิหร่าน และอิสราเอล ขณะที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในยูเครนและอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินเรือและการค้า
ปูตินกล่าวว่า การแข่งขันทางเศรษฐกิจกำลังมีรูปแบบที่ไม่น่าพึงประสงค์ พร้อมกล่าวหาว่าชาติตะวันตกพยายามทุกวิถีทางเพื่อทวงคืนความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ
ผู้นำรัสเซียกล่าวด้วยว่า มีความพยายามขัดขวางเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศและยึดเรือ รวมถึงการใช้มาตรการคว่ำบาตรและภาษีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ปูตินย้ำว่า บริกส์จะสร้าง “แพลตฟอร์มใหม่ที่ยั่งยืนเพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก” ขณะที่รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของสมาชิกบริกส์ แสดงความกังวลต่อมาตรการทางการค้าและการเงินฝ่ายเดียว ซึ่งรวมถึงการขึ้นภาษีและมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี
อนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่เมื่อปีที่แล้ว จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 10% จากประเทศที่เข้าร่วมกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “นโยบายต่อต้านสหรัฐ” ของกลุ่มบริกส์ และยังขู่เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 100% จากประเทศที่ยังคงซื้อน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย รวมถึงอินเดียและจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่
ด้านกระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกแถลงการณ์ว่า โมดีและปูตินแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความขัดแย้งในเอเชียตะวันตกและภูมิภาคทะเลดำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าและความปลอดภัยของลูกเรือชาวอินเดีย โดยผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะเดินหน้ากระชับ “ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์พิเศษและมีสิทธิพิเศษ” ระหว่างอินเดียกับรัสเซียต่อไป
อินเดียและจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ ซึ่งช่วยให้รัฐบาลมอสโกมีรายได้เข้าสู่งบประมาณ ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก หลังรัสเซียเปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบในยูเครนเมื่อปี 2565
นอกจากนี้ อินเดียยืนยันมาตลอดว่าไม่ต้องการลดการค้าน้ำมันกับรัสเซีย เนื่องจากประชากรจำนวนมากและเศรษฐกิจของประเทศจำเป็นต้องมีพลังงานที่มั่นคง ราคาจับต้องได้ และเชื่อถือได้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS