ใครไม่ตบ…“ตบนะ” ไอเดียสุราพื้นบ้านจากผักตบชวา แก้ปัญหาวัชพืชล้นคลอง สร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน
ถ้าพูดถึง “ผักตบชวา” หลายคนอาจนึกถึงวัชพืชที่ขึ้นอยู่เต็มคลอง ขวางทางน้ำ และกลายเป็นปัญหาที่ชุมชนต้องหาทางจัดการ แต่ถ้าลองเปลี่ยนมุมมองจาก “กำจัด” เป็น “นำมาใช้ประโยชน์” ผักตบชวาก็อาจกลายเป็นวัตถุดิบที่สร้างมูลค่าได้เช่นกัน
หนึ่งในไอเดียที่น่าสนใจ คือ “ตบนะ” สุราพื้นบ้านจากต้นอ่อนผักตบชวา ผลิตขึ้นมาโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ฝึกมีชีวิต ตำบลหนองน้ำใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แหล่งเรียนรู้ด้านบริหารจัดการผักตบชวาแบบครบวงจร ซึ่งได้คิดค้นวิธีนำผักตบชวาที่เป็นปัญหาในพื้นที่มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แทนที่จะปล่อยให้เป็นเพียงวัชพืชที่ต้องกำจัดทิ้ง
โดยจุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้ จริงๆ ไม่ได้มุ่งเน้นที่ผักตบชวาเพียงอย่างเดียว เพราะก่อนหน้านี้ “ครูเต้ย-ดาธิณี ตามเพิ่ม” ครูศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล (ศกร.) และทีม กศน.ตำบลหนองน้ำใส เคยทดลองนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มาแล้วหลายรูปแบบ โดยหนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อ คือ คราฟต์เบียร์จากตอซังข้าวในชื่อแบรนด์ “NAMSAI” ก่อนพัฒนาต่อยอดมาเป็นคราฟต์โซดาจากตอซังข้าวและผักตบชวา จนมาถึงการพัฒนาสุราพื้นบ้านจากผักตบชวา
โดยกลุ่มเลือกใช้ “ต้นอ่อนผักตบชวา” มาเป็นวัตถุดิบหลัก เพราะเป็นส่วนที่ไม่มีเส้นใย โดยนำมาผ่านกระบวนการหมักและกลั่น จนได้สุราที่มีกลิ่นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งก่อนจะพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายจริง ยังต้องใช้เวลาทดลองและปรับสูตรอยู่นานกว่า 2 ปี ทั้งการคำนึงถึงความปลอดภัย เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์กิน-ดื่ม โดยได้มีการส่งวัตถุดิบตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก มีการนำยีสต์พื้นบ้านอย่างแป้งก้อนโบราณ ซึ่งเป็นสูตรของทางกลุ่มเองมาใช้
นอกจากตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ชื่อ “ตบนะ” ก็เป็นอีกหนึ่งกิมมิกที่ช่วยสร้างภาพจำ โดยนอกจากต้องการสื่อถึงตัวตนที่ชัดเจนว่าผลิตมาจากผักตบชวา ยังเป็นการเล่นกับคำว่า “ผักตบ” ทำให้ชื่อสั้น จำง่าย ถูกใจผู้พบเห็น
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ ตบนะ ไม่ได้เป็นเพียงการนำผักตบชวามาทำสุรา แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการใช้ประโยชน์จากผักตบชวาให้ได้มากที่สุด โดยพยายามมองว่าส่วนต่างๆ ของผักตบชวาสามารถนำไปต่อยอดเป็นอะไรได้บ้าง ตั้งแต่เส้นใย ใบ เปลือก ราก ไปจนถึงต้นอ่อน เพื่อให้วัชพืชที่เคยสร้างปัญหากลายเป็นวัตถุดิบที่สามารถสร้างสินค้าและรายได้กลับคืนสู่ชุมชน
ไอเดียของ ตบนะ จึงนับเป็นอีกแนวคิดการผลิตสินค้าที่น่าสนใจ โดยไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “จะผลิตอะไรดี” แต่เริ่มจากปัญหาที่อยู่ใกล้ตัว แล้วค่อยย้อนกลับมาคิดว่า จะสามารถนำสิ่งที่คนอื่นมองว่าไร้ค่าไปสร้างมูลค่าในรูปแบบไหนได้บ้าง เหมือนกับการทำธุรกิจที่บางครั้งอาจไม่จำเป็นต้องออกไปแสวงหาสิ่งใหม่เพียงอย่างเดียว เพราะไอเดียดีๆ อาจซ่อนอยู่ในปัญหาเดิมๆ ที่เราเห็นอยู่ทุกวันก็ได้ แค่ลองมองในมุมที่ต่างออกไปจากเดิม
ที่มา : กศน.ตำบลหนองน้ำใส, เทคโนโลยีชาวบ้าน
www.smethailandclub.comศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี