‘คุยสันติสุข’เพื่อ?
“ขอประณามการกระทำอันอุกอาจและไร้มนุษยธรรมในครั้งนี้อย่างถึงที่สุด
การใช้อาวุธสงครามก่อเหตุในพื้นที่ใจกลางชุมชน ไม่เพียงมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
แต่ยังเป็นการจงใจสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไม่อาจยอมรับได้”
แล้วไง..ก็เหมือนที่ “กองทัพภาคที่ 4” ประณามมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หน ใช่ไหม?
เพราะถ้าประณามแล้วโจร-ผู้ก่อการร้ายมันละอายใจ หรือสำนึกรับผิดชอบชั่วดีได้ กองทัพภาคที่ 4 ก็ไม่ต้องมานั่งบรรจงเขียนข้อความ..
“ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ทั้ง 5 นาย
จากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส” ซ้ำๆ ซากๆ มาหลายปีดีดัก!
ฉะนั้น..พอที-เลิกเถอะ ไม่ต้องไปประณง-ประณามมันหรอกเปล่าประโยชน์ ด้วยพวกมันไม่มีมนุษยธรรมค้ำจุนอะไรอยู่แล้ว
และที่มันจงใจสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเด็ก สตรี และผู้สูงอายุมาเป็นสิบๆ ปี
กองทัพภาคที่ 4-รัฐบาล (ทุกยุคทุกสมัย) ก็รู้มิใช่รึว่าพวกมันมีเจตนา-ทำเพื่ออะไร และเมื่อรู้อยู่เต็มกบาล แล้วทำไมรัฐบาล-กองทัพจึงยังปล่อยให้คาราคาซังมาจนวันนี้ล่ะ?
ผมน่ะ..ไม่เชื่อล้านเปอร์เซ็นต์ว่า “ทหารเลี้ยงโจร” แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่า ถ้าทหารไม่เลี้ยงโจร..
แล้วทำไมเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ถึงไม่สงบสักที ทั้งๆ ที่ในพื้นที่มีทหารยั้วเยี้ยเต็มไปหมด!
สงสัยต่อมา กระบวนการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการตั้งโต๊ะพูดคุยกันนับครั้งไม่ถ้วนตลอดช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
เริ่มจากปี 2548-2549 ที่มีการตั้งโต๊ะเจรจาระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบระดับแกนนำที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย
ปี 2556 มีการลงนาม “ข้อตกลงริเริ่มกระบวนการสันติภาพ” อย่างเป็นทางการในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับกลุ่ม BRN
ปี 2558-2562 รัฐบาลได้เปลี่ยนแนวทาง มาเจรจากับกลุ่ม “มารา ปาตานี” โดยมีการตั้งโต๊ะพูดคุยอย่างต่อเนื่องหลายสิบรอบ
จนมาปี 2563 ถึงปัจจุบัน ก็ได้เปลี่ยนมาพูดคุยแบบ “เต็มคณะ” ระหว่างคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับแกนนำกลุ่ม BRN โดยตรง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
ซึ่งมีการจัดประชุมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเป็นประจำทุกปี เฉลี่ยปีละ 2-4 รอบนั้น
ไม่ได้มีผลทำให้เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้สงบลงเลยใช่ไหม? และเมื่อเป็นเช่นนี้ ยังจะมีการ “คุยสันติสุข” หาพระแสงอะไร ให้เปลืองค่ากาแฟไปทำไม?
เมื่อพวกโจรไม่อยากให้เกิด “สันติสุข” รัฐบาล-กองทัพภาคที่ 4 จะเลี้ยง เอ๊ยจะปล่อยให้มันจงใจสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์
โดยเฉพาะเด็ก สตรี และผู้สูงอายุอยู่ทำหอกอะไรอีกเล่า?
หรือถ้าอับจนปัญญาคิดหาหนทางแก้ปัญหาไม่ได้ หรือพูดให้ตรง “สู้โจรไม่ได้” ก็ไปกราบเรียนคุณวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะประธานที่ปรึกษานายกฯ..
ขออนุญาต ขนทหารพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ออกจากพื้นที่ซะ เพื่อจะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ-ภาษีปีละหลายหมื่นล้าน!
เนี่ย..ไม่ได้ประชด แต่หมดคำจะ “แหลง” แล้ว (โว้ย)!.
สันต์ สะตอแมน