โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทย์พบลิงพันธุ์ใหม่ในป่าฝนคองโก ริมฝีปากสีส้ม-เสียงร้องโดดเด่น

SpringNews

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบลิงสายพันธุ์ใหม่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือริมฝีปากสีส้มอ่อนและเสียงร้องทุ้มกังวาน ถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญของวงการวานรวิทยา (Primatology)

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร PLOS ONE เมื่อวันพุธ ระบุว่า ลิงสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวได้รับการตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ‘โคโลบัส คองโกเอนซิส’ (Colobus congoensis) หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า ‘ลิกเวลี’ (Likweli) เป็นลิงสายพันธุ์ใหม่เพียงชนิดที่ 5 ที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบในทวีปแอฟริกาตลอดระยะเวลากว่า 75 ปีที่ผ่านมา

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริดา แอตแลนติก (FAU) และศูนย์บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยนครนิวยอร์ก (CUNY) ระบุว่า ลิงชนิดนี้มีขนสีดำมันวาว ขนยาว หางยาวเรียว และมีลวดลายบนใบหน้าสีส้มอมครีมที่โดดเด่นสะดุดตา

ลิงสายพันธุ์นี้ยังมีโครงสร้างกะโหลกศีรษะ ฟัน และกระดูกที่แตกต่างจากลิงโคโลบัส (Colobus) ทุกชนิดที่เคยค้นพบในแอฟริกา นอกจากนี้ยังมีขนาดเล็กกว่าลิงโคโลบัสสายพันธุ์ใกล้เคียง โดยมีน้ำหนักเฉลี่ยเพียงประมาณ 6.8 กิโลกรัม

จุดเด่นของลิงชนิดนี้คือขนที่เรียบลื่นและสะท้อนแสงได้ดี ประกอบกับขนสีดำยาวบริเวณใบหน้าและใบหูขนาดใหญ่ที่พับลง ทำให้มีใบหน้าที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

การค้นพบที่เปลี่ยนความเข้าใจเรื่องวิวัฒนาการของลิงแอฟริกา

เคต เดตไวเลอร์ (Kate Detwiler) ผู้เขียนอาวุโสของงานวิจัย และรองศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาแห่ง FAU กล่าวว่า การค้นพบ ลิง Colobus congoensis กำลังเปลี่ยนมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ที่มีต่อวิวัฒนาการของลิงในแอฟริกา พร้อมอธิบายว่า สายพันธุ์ที่ใกล้ชิดที่สุดของลิงชนิดนี้คือ Colobus satanas ซึ่งพบในพื้นที่ตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา ห่างออกไปกว่า 1,200 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางพันธุกรรมของชี้ให้เห็นว่าลิงทั้ง 2 สายพันธุ์นี้แยกออกจากกันเมื่อราว 4 ถึง 5 ล้านปีก่อน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการแยกสายวิวัฒนาการที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบในกลุ่มลิงสกุล Colobus

กระบวนการจำแนกและอธิบายลักษณะของลิงสายพันธุ์ใหม่นี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2008 เมื่อนักวิจัยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) สามารถถ่ายภาพลิงที่มีลักษณะแปลกตาได้

ในอีก 10 ปีให้หลัง นักวิัยสามารถสังเกตลักษณะของลิงชนิดนี้ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และมีการพบเห็นลิงดังกล่าวอีกถึง 114 ครั้งในช่วงระหว่างปี 2018 ถึงปี 2022

นอกเหนือจากการศึกษาลักษณะทางกายวิภาคและการสังเกตการณ์ในพื้นที่แล้ว นักวิจัยยังต้องศึกษาข้อมูลทางพันธุกรรมของลิงชนิดนี้และใช้ความรู้ด้านนิเวศวิทยาในท้องถิ่นเพื่อพิสูจน์ยืนยันว่า ลิงดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ที่เคยมีการค้นพบมาก่อน

คริสโตเฟอร์ กิลเบิร์ต (Christopher Gilbert) ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาแห่ง CUNY และหนึ่งในผู้ร่วมวิจัย กล่าวว่า เมื่อมีการค้นพบสัตว์ที่อาจเป็นสายพันธุ์ใหม่ หลักฐานทุกด้านจะต้องหนักแน่นและชัดเจนอย่างยิ่ง

ทีมวิจัยจึงเปรียบเทียบตัวอย่างกะโหลก หนัง กระดูก และตัวอย่างจากพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง รวมถึง ข้อมูลของลิงโคโลบัสทุกชนิดในแอฟริกา ก่อนจะยืนยันได้อย่างเด็ดขาดว่า Colobus congoensis เป็นลิงสายพันธุ์ใหม่จริง

กังวลเสี่ยงสูญพันธุ์

อย่างไรก็ตาม แม้จะเพิ่งได้รับการรับรองว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ แต่นักวิจัยก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของลิงลิกเวลี เนื่องจากพบว่าพื้นที่อาศัยของมันมีขอบเขตจำกัดเพียงประมาณ 1,700 ตารางกิโลเมตร

งานวิจัยเสนอให้จัดลิงชนิดนี้อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) เนื่องจากมีถิ่นที่อยู่อาศัยจำกัด เผชิญปัญหาการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย และถูกคุกคามจากการล่า

พื้นที่ส่วนใหญ่ที่พบลิงชนิดนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติโลมามิ (Lomami National Park) ทำให้การอนุรักษ์คุ้มครองพื้นที่ดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดของสายพันธุ์นี้

หายากและน่าตื่นเต้น

อเล็กซานเดอร์ จอร์จีเยฟ (Alexander Georgiev) นักวานรวิทยาอาวุโสจากมหาวิทยาลัยแบงกอร์ (Bangor University) ในเวลส์ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัย กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้มีความละเอียดและน่าเชื่อถืออย่างมาก พร้อมเสริมว่า การค้นพบลิงสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เพียงไม่เคยเป็นที่รู้จักในวงการวิทยาศาสตร์ แต่ยังแทบไม่มีคนในพื้นที่รู้จัก ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากและน่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า มีเพียง 8 หมู่บ้านจากทั้งหมด 52 แห่งเท่านั้นที่สามารถให้ข้อมูลหรือบรรยายลักษณะของลิงชนิดนี้ได้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลิงชนิดนี้เพิ่งได้รับการบันทึกทางวิทยาศาสตร์ในเวลานี้ ขณะเดียวกันป่าฝนในคองโกที่ลิงชนิดนี้อาศัยอยู่นั้นมีขนาดมหาศาล และหลายพื้นที่ยังไม่เคยได้รับการสำรวจอย่างละเอียดจากนักวิทยาศาสตร์ จึงยังมีโอกาสที่จะค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่อีกในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...