โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กก่อนเที่ยว! ข้อควรระวังโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส เสี่ยงโดนตัดสิทธิ์

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 13 ก.ย เวลา 15.19 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย เวลา 12.13 น.
ภาพไฮไลต์

โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” กลับมาพร้อมส่วนลดคูปองอาหารและที่พักอีกครั้ง แต่ในปีนี้ภาครัฐได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบเข้มงวดกว่าเดิม หากทำผิดเงื่อนไขแม้เพียงข้อเดียว อาจเสี่ยงถูกตัดสิทธิ์หรือระงับบัญชีโดยไม่รู้ตัว

การศึกษากฎเกณฑ์และเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้สิทธิ์ของคุณจะถูกต้อง และช่วยให้การเดินทางตลอดทริปเป็นไปอย่างราบรื่นไร้ปัญหา

สรุปสิทธิประโยชน์ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ได้อะไรบ้าง

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนผ่านตามเงื่อนไข โครงการได้จัดเตรียมการสนับสนุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศ โดยแบ่งสิทธิประโยชน์ออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้

1. ส่วนลดค่าที่พักและโรงแรม

รัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าห้องพัก 40% ของราคาจริง โดยให้สิทธิ์สูงสุดไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน (จำกัดจำนวนคืนตามที่โครงการกำหนดต่อ 1 สิทธิ์)

2. คูปองดิจิทัล (E-Coupon)

ภาพจาก iStock

วงเงินสนับสนุนสำหรับใช้จ่ายค่าอาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว หรือร้านค้าที่ร่วมรายการ สูงสุด 2,000 บาทตลอดระยะเวลาโครงการ โดยเงินจะเข้าผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเป็นรายวันหลัง Check-in เข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว

ข้อผิดพลาดที่ 1: ซื้อขายสิทธิ์ โอนสิทธิ์ หรือฮั้วกับร้านค้า/ที่พัก

พฤติกรรมการแลกสิทธิ์เป็นเงินสด การรับจ้างจองสิทธิ์แทนผู้อื่น หรือการสแกนใช้คูปองโดยไม่ได้เข้าพักจริง ถือเป็นความผิดร้ายแรงในมาตรการตรวจสอบยุคนี้

ระบบหลังบ้านของแอปพลิเคชันเป๋าตังมีการเชื่อมโยงข้อมูลพิกัด GPS และพฤติกรรมการทำธุรกรรมด้วยระบบ AI หากตรวจพบความผิดปกติ เช่น มีการสแกนจ่ายเงินในพิกัดที่ห่างจากตำแหน่งจริงของผู้ใช้ หรือมีการโอนเงินวนระหว่างผู้ใช้กับผู้ประกอบการ สิทธิ์จะถูกระงับทันที

นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาและโดนบันทึกชื่อใน Blacklist ย้อนหลัง ส่งผลให้หมดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสนับสนุนจากภาครัฐในอนาคตทั้งหมด

ข้อผิดพลาดที่ 2: ปักหมุดเดินทางช่วง Blackout Period (15 ธันวาคม – 15 มกราคม)

หลายคนวางแผนลาพักร้อนเพื่อใช้สิทธิ์สวัสดิการเดินทางช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แต่โครงการกำหนดช่วงเวลาเว้นวรรคการใช้สิทธิ์ (Blackout Period) ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2569 ถึง 15 มกราคม 2570

ภาพจาก iStock

การกำหนดช่วงเวลานี้มีเป้าหมายเพื่อกระจายการท่องเที่ยวไปยังช่วงนอกฤดูกาล (Off-Peak) และลดความแออัดของสถานที่ท่องเที่ยว การเลือกวันเดินทางในช่วงดังกล่าวจะไม่สามารถดึงระบบส่วนลดหรือใช้ E-Coupon ของโครงการได้

ดังนั้น การตรวจสอบปฏิทินวันเดินทางก่อนกดยืนยันจองห้องพักจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันไม่ให้เสียสิทธิ์ไปโดยเปล่าประโยชน์

ข้อผิดพลาดที่ 3: จองแบบ Walk-in ไม่ผ่านระบบ หรือบัญชียังไม่อนุมัติ KYC

การเดินเข้าไปติดต่อขอใช้สิทธิ์หน้าเคาน์เตอร์โรงแรมโดยไม่ได้ทำการจองผ่านระบบล่วงหน้า ไม่สามารถทำได้ในโครงการนี้ เนื่องจากขั้นตอนการยืนยันสิทธิ์และการชำระเงินส่วนต่าง (60%) จำเป็นต้องดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังตามระยะเวลาที่กำหนดก่อนวันเข้าพักจริง

นอกจากนี้ สำหรับผู้สมัครใหม่หากยังดำเนินการยืนยันตัวตน (KYC) ไม่สมบูรณ์ เช่น สแกนใบหน้าไม่ผ่าน หรือข้อมูลบัตรประชาชนไม่อัปเดต ระบบจะไม่สามารถออก E-Voucher ให้ได้ ทำให้เสียสิทธิ์ในทริปนั้นไปโดยปริยาย

การเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางเป็นหัวใจสำคัญของการใช้สิทธิ์ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผู้ใช้สิทธิ์ควรอัปเดตแอปพลิเคชันเป๋าตังให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ตรวจสอบสถานะการยืนยันตัวตน (KYC) ให้เรียบร้อยล่วงหน้า และวางแผนวันเดินทางให้อยู่นอกช่วง Blackout Period เพื่อป้องกันการเสียสิทธิ์โดยไม่ตั้งใจ

ก่อนทำการตัดสินใจจอง แนะนำให้เช็กลิสต์รายชื่อโรงแรม ที่พัก และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการผ่านช่องทางของรัฐบาลทุกครั้ง เพื่อให้ทุกทริปพักผ่อนของคุณเต็มไปด้วยความคุ้มค่าและสบายใจที่สุด

ข้อมูลอ้างอิง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เช็กก่อนเที่ยว! ข้อควรระวังโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส เสี่ยงโดนตัดสิทธิ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...