กองทัพไทยปรับทัพใหญ่! ดัน JCC สู้ศึกไซเบอร์-อวกาศ ปิดจุดอ่อนภัยคุกคามยุคใหม
วันที่ 26 ส.ค. 2569 กองทัพไทยเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อยกระดับความมั่นคงของประเทศ ด้วยการนำเสนอแผนจัดตั้ง หน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย หรือ Joint Capabilities Command (JCC) ต่อคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายราเชน ตระกูลเวียง รองประธาน กมธ. ร่วมรับฟัง หวังใช้เป็นกลไกหลักในการรวมกำลังและบูรณาการการยุทธข้ามมิติ สนองนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่มุ่งเน้นการสร้างกองทัพให้พร้อมรบ ทันสมัย และทำงานร่วมกันเป็น One Team ทัพไทย เพื่อปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนและผลประโยชน์ของชาติอย่างรัดกุม
การขยับตัวครั้งสำคัญของกองทัพไทยในครั้งนี้ เป็นผลมาจากบทเรียนราคาแพงในยุทธบริเวณยุคใหม่ โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตรวจพบภัยคุกคามแบบผสมผสาน (Hybrid Threats) ที่ซับซ้อนกว่าการรบบนบกแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นการบินล้ำแดนของโดรน การใช้อุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งโดรน (Drone Locator) การรบกวนและลวงสัญญาณวิทยุ (Jammer/Spoofing) ไปจนถึงการทำสงครามข่าวสาร (IO) และการโจมตีทางไซเบอร์แบบ DDoS ใส่ระบบเครือข่ายของไทยแบบถล่มทลายมากกว่า 200 ล้านครั้ง ทำให้กองทัพต้องเร่งสร้างศักยภาพรูปแบบใหม่เพื่อปิดช่องโหว่และพลิกกลับมากุมความได้เปรียบทางทหารทันที
สำหรับ JCC จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการวางแผน อำนวยการ และปฏิบัติการร่วมใน 5 ยุทธศาสตร์หลัก ครอบคลุมตั้งแต่นการยกระดับ การปฏิบัติการทางไซเบอร์ ผ่านการฝึกระดับสากลอย่าง Cobra Gold และ Cyber Flag, การปฏิบัติการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMSO) ทั้งการจัดการความถี่และการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์, การป้องกันภัยทางอากาศบูรณาการ (IAMD) ที่สอยได้ตั้งแต่โดรนขนาดเล็กไปจนถึงขีปนาวุธระดับสูง, เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติทางทหาร ไร้คนขับใน 5 มิติ (บก น้ำ อากาศ ไซเบอร์ อวกาศ) ตลอดจน กิจการอวกาศ ที่เร่งด่วนที่สุดในด้านการข่าว ลาดตระเวน และสื่อสารผ่านดาวเทียม
ทั้งนี้ กองทัพไทยได้เริ่มเดินเครื่อง JCC ในระยะแรก (IOC) ณ ที่ตั้งชั่วคราวแล้วตั้งแต่วันนี้ และเตรียมขยับขยายเพิ่มศักยภาพการปฏิบัติการ (MOC) ในปี 2570 ก่อนจะก้าวสู่การปฏิบัติการเต็มรูปแบบ (Full Operating Capability - FOC) ภายในเดือนตุลาคม 2571 พร้อมการเคลื่อนย้ายเข้าสู่ที่ตั้งถาวรและการบรรจุอัตรากำลังพลเต็มอัตรา เพื่อเชื่อมโยงมิติกายภาพ (บก น้ำ อากาศ อวกาศ) เข้ากับมิติเสมือน (ไซเบอร์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สารสนเทศ) อย่างสมบูรณ์แบบ ให้พร้อมรับมือกับทุกภัยคุกคามในอนาคต