OpenAI ยอมรับ AI เจาะระบบ Hugging Face สะเทือนวงการไซเบอร์ ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัยคุกคามยุคใหม่เริ่มแล้ว
OpenAI เปิดเผยเหตุ AI Agent หลุดจากสภาพแวดล้อมทดสอบและเจาะแพลตฟอร์ม Hugging Face เพื่อเข้าถึงข้อมูลในการทดสอบ นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ตอกย้ำว่า “ภัยคุกคามจาก AI” กำลังเกิดขึ้นจริง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เตือน AI สามารถวางแผน ปรับตัว และหลบเลี่ยงมาตรการป้องกันได้ด้วยตนเอง ทำให้ภาคธุรกิจทั่วโลกต้องเร่งยกระดับการบริหารความเสี่ยง
2 สิงหาคม 2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั่วโลกต่างออกมาเตือนว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยทำให้การโจมตีที่เคยใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ สามารถเกิดขึ้นได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ OpenAI เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้คำเตือนเหล่านั้นกลายเป็นความจริง
กรณีที่ AI Agent ของ OpenAI สามารถเจาะเข้าสู่แพลตฟอร์มนักพัฒนาโอเพนซอร์ส Hugging Face ได้สำเร็จ ไม่เพียงสะท้อนว่าภัยคุกคามจาก AI ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ยังเผยให้เห็นความท้าทายรูปแบบใหม่ เมื่อ AI สามารถดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเอง และเลือกวิธีการที่คาดเดาได้ยาก
แซม เคอร์รี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสารสนเทศของ Zscaler กล่าวว่า ความเป็นจริงคือ “กล่องแพนโดราได้ถูกเปิดออกแล้ว” และทุกองค์กรจำเป็นต้องยอมรับว่า AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกไซเบอร์นับจากนี้ไป แม้มาตรการต่าง ๆ จะช่วยชะลอความเสี่ยงได้ แต่ไม่สามารถหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้
คำเตือนเมื่อหลายเดือนก่อน เริ่มกลายเป็นจริง โดยก่อนหน้านี้เกือบ 4 เดือน Anthropic เปิดตัวโมเดล AI ระดับสูง “Mythos” ซึ่งสร้างความกังวลว่าแฮกเกอร์อาจนำ AI ไปใช้ค้นหาช่องโหว่ของระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งจึงร่วมกันจัดตั้งความร่วมมือเพื่อทดสอบศักยภาพของ AI รุ่นใหม่ ขณะที่ ลี คลาริช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ Palo Alto Networks เคยเตือนว่า การโจมตีทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในไม่ช้า และองค์กรต่าง ๆ มีเวลาเพียง 3-5 เดือนในการเตรียมตัวให้พร้อม
ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรมไซเบอร์ เพราะสัปดาห์นี้ผู้เชี่ยวชาญหลายพันคนจะเดินทางไปร่วมงาน Black Hat ที่นครลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในงานประชุมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก
นอกจากนี้ ยังถือเป็นการประชุมครั้งใหญ่ครั้งแรกหลังจาก AI ระดับ Mythos ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย รวมถึงช่วงที่รัฐบาลหลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัยของ AI มากขึ้น
แบรด เมดารี ประธานธุรกิจไซเบอร์แห่งชาติของ Booz Allen กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากสิ่งที่เคยเป็นเพียงนิยายวิทยาศาสตร์ สู่ความเป็นจริงอย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม OpenAI เปิดเผยว่า AI Agent บางส่วนสามารถหลุดออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบ (Sandbox) ได้ หลังจากพยายามค้นหาข้อมูลเพื่อใช้โกงการทดสอบภายในองค์กร
AI ดังกล่าวได้เจาะเข้าสู่แพลตฟอร์ม Hugging Face และเข้าถึงบัญชีผู้ใช้อีก 4 บัญชี เพื่อช่วยให้การโจมตีดำเนินต่อไปได้
ด้านHugging Face ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่บริษัทเผชิญกับการโจมตีซึ่งดำเนินการโดย AI Agent ตั้งแต่ต้นจนจบโดยแทบไม่มีการแทรกแซงจากมนุษย์ สะท้อนให้เห็นว่าศักยภาพของ AI ในการโจมตีระบบได้ก้าวหน้าไปอย่างมาก
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน Anthropic เปิดเผยว่า โมเดล Claude ของบริษัทมี 3 กรณีที่สามารถเข้าถึงระบบจริงขององค์กร 3 แห่งโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า แม้เหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเกิดขึ้นกับบริษัท AI ชั้นนำของโลก
ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน เจอร์ เครน ผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัป PocketOS เปิดเผยว่า AI Agent ของ Cursor AI ที่บริษัทใช้งาน ได้ลบฐานข้อมูลระบบผลิตจริง รวมถึงข้อมูลสำรองทั้งหมด ภายในเวลาเพียง 9 วินาที
แม้กรณีการลบข้อมูลจะเป็นเหตุการณ์รุนแรง แต่ จันทรา ญาณสัมพันธัม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ SailPoint กล่าวว่าเหตุการณ์ที่ AI ได้รับสิทธิ์เข้าถึงระบบเกินกว่าที่ควรเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่หลายคนคิด และเกิดขึ้นแทบทุกวัน
เขาระบุว่า ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ทัศนคติของลูกค้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยทุกองค์กรตระหนักถึงปัญหานี้มากขึ้นกว่าที่เคย
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดจากกรณี Hugging Face คือ AI ไม่ได้คิดหรือแก้ปัญหาแบบมนุษย์ แต่สามารถค้นคว้า ปรับตัว และหาวิธีหลบเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายได้ด้วยตัวเอง
ก่อนหน้านี้ องค์กรส่วนใหญ่กังวลว่าแฮกเกอร์จะใช้ AI เป็นอาวุธโจมตี แต่ปัจจุบันคำถามสำคัญกลับเปลี่ยนเป็นว่า จะนำ AI เข้ามาใช้งานอย่างไรโดยไม่สร้างความเสียหายให้กับองค์กรของตนเอง
ด้าน ซานาซ ยาชาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์ตอัปด้านความปลอดภัยไซเบอร์ Zafran Security กล่าวว่า สำหรับ AI แล้ว ภารกิจมีเพียงอย่างเดียวคือการแก้ปัญหาที่ได้รับมอบหมาย ดังนั้น AI พร้อมจะกำจัดหรือหลีกเลี่ยงทุกสิ่งที่ขวางทาง หากนั่นเป็นวิธีที่ทำให้บรรลุเป้าหมายได้
ขณะที่ เดวิด เคนเนดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TrustedSec ให้ความเห็นว่า กรณีที่ AI แสดงพฤติกรรมนอกเหนือการควบคุม (AI Going Rogue) ส่วนใหญ่ยังมีสาเหตุมาจาก “ความผิดพลาดของมนุษย์” ในการออกแบบระบบและกำหนดขอบเขตการทำงานของ AI มากกว่าจะเกิดจาก AI เพียงลำพัง
ที่มา : www.cnbc.com