โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไพร์มชำระคืนหุ้นกู้ 23.14 % แล้ว พร้อมเสริมแกร่ง ปี 69 เร่งรุกตลาดโซลาร์ที่อยู่อาศัย

สยามรัฐ

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

PRIME ปิดดีลขายโรงไฟฟ้า 4 โครงการ จ่ายคืนหุ้นกู้แล้ว 23.14 % ผู้บริหารขอบคุณผู้ถือหุ้นกู้โหวตผ่านทุกวาระ ลั่นปี 69 นี้เสริมแกร่งบริษัทฯด้วยการ รุกตลาดวิสาหกิจรายย่อย ขนาดย่อมและขนาดกลาง ( MSME )พร้อมโซลาร์ที่อยู่อาศัย ตอบรับนโยบายรัฐคืนภาษีประชาชน

นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ชำระคืนหุ้นกู้ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้แล้ว ในสัดส่วน 23.14 % ของมูลค่าที่ตราไว้ หลังจากที่บริษัทฯมีรายได้จากการจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร (COOP 1) จำนวน 4 โครงการ โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดปทุมธานี การจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าฯดังกล่าวนี้นี้มีมูลค่ารวมประมาณ 686 ล้านบาท ซึ่งนับว่าสูงกว่ามูลค่าตามบัญชีของโครงการ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งและมูลค่าของสินทรัพย์ที่บริษัทฯถือครองอยู่ รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อโครงการโรงไฟฟ้าของ PRIME ผนวกกับความเชื่อมั่นต่อการบริหารโครงการต่างๆของบริษัทในภาพรวมอีกด้วย

ในการดำเนินการจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้า COOP 1 ดังกล่าว บริษัทมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อความสำเร็จของธุรกรรมจำหน่ายโครงการรวมทั้งสิ้น 94.87 ล้านบาท ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโครงการให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกระบวนการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ (Due Diligence) ภาระหนี้คงค้างและดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินของแต่ละโครงการ ค่าธรรมเนียม ภาษี ค่าประเมินทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภายหลังหักค่าใช้จ่ายดังกล่าว บริษัทจะได้รับเงินสุทธิจากการจำหน่ายโครงการรวมทั้งสิ้น 591.13 ล้านบาท ซึ่งจะได้รับการแบ่งชำระเป็น 3 งวด และขณะนี้ได้รับชำระมาแล้ว 2 งวด คือ ได้รับชำระงวดที่ 1 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 และงวดที่ 2 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา รวมเป็นเงินที่บริษัทฯ ได้รับชำระมาแล้วจำนวน 558.21 ล้านบาท

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PRIME กล่าวด้วยว่า บริษัทได้จัดสรรเงินสุทธิจากการจำหน่ายโรงไฟฟ้า COOP 1 ในสัดส่วนร้อยละ 90 ตามข้อกำหนดสิทธิ เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 502.47 ล้านบาท โดยเฉลี่ยชำระคืนตามสัดส่วนของมูลค่าหุ้นกู้คงค้างของหุ้นกู้แต่ละรุ่นทั้ง 4 รุ่น ได้แก่ PRIME 253B PRIME 253A PRIME 25DA และ PRIME 25DB คิดเป็น ร้อยละ 23.14 พร้อมดอกเบี้ยและผลตอบแทนพิเศษ โดยชำระให้กับผู้ถือหุ้นกู้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีหน้าที่ที่จะคืนเงินต้นหุ้นกู้บางส่วนจำนวนรวมไม่น้อยกว่า 30 % ของมูลค่าที่ตราไว้ต่อหน่วย ณ วันออกหุ้นกู้ พร้อมดอกเบี้ยและผลตอบแทนพิเศษ โดยมีหนี้ตามหุ้นกู้ทั้ง 4 รุ่นที่ถึงกำหนดชำระประมาณ 643.07 ล้านบาท ดังนั้นจึงถือเป็นเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิ ดังนั้นบริษัทฯจึงได้จัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 และครั้งที่เลื่อนเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เพื่อขอผ่อนผันเหตุผิดนัด ยกเลิกการเรียกให้หุ้นกู้ถึงกำหนดชำระโดยพลัน รวมถึงขอปรับเงื่อนไขการชำระคืนหุ้นกู้ เพื่อร่นระยะเวลาในการคืนหุ้นกู้ระหว่างการให้ได้เร็วขึ้น ในกรณีที่บริษัทใช้สิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน (Call Option) ซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ได้มีมติอนุมัติผ่านทุกวาระ

สำหรับการชำระหนี้ในส่วนที่เหลือ บริษัทมีแผนดำเนินการผ่านการจำหน่ายสินทรัพย์โครงการโรงไฟฟ้าบางส่วนเพิ่มเติม รวมมูลค่าประมาณ 1,812.92 ล้านบาท รวมถึงกระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท

“PRIME ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นกู้ทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทอย่างต่อเนื่อง นับเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถก้าวผ่านความท้าทายและเดินหน้าพัฒนาธุรกิจได้อย่างมั่นคง เรามีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะชำระคืนหุ้นกู้ให้กับผู้ถือหุ้นกู้ เรามีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยหาโอกาสใหม่ๆในการรุกตลาดพลังงานทดแทนอยู่เสมอ เพื่อให้ธุรกิจของเราดำเนินไปได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งในปี 2569 นี้ PRIME จะเร่งรุกตลาดให้บริการติดตั้งโซลาร์บนหลังคาสำหรับที่พักอาศัย (Solar Residential) ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่เกิดปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด” นายสมประสงค์กล่าวและว่า

เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจหลักของ PRIME คือ การมีเป้าหมายมุ่งให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้รับพลังงานสะอาด เพื่อร่วมกันมุ่งสู่สังคมไร้คาร์บอน ในปี ค.ศ.2050 ให้จงได้ นอกจากนี้บริษัทฯยังได้ปรับแนวทางดำเนินงานโดยมุ่งเน้นโครงการที่ใช้เงินลงทุนต่ำและสามารถสร้างรายได้ในระยะเวลาที่สั้นลง พร้อมขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะหน่วยงานภาครัฐและลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น ในปีนี้บริษัทฯได้เร่งรุกตลาดวิสาหกิจรายย่อย ขนาดย่อมและขนาดกลาง ( Micro Small Medium Enterprise : MSME ) มากขึ้น รวมทั้งบริษัทฯให้ความสำคัญกับตลาดภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรุกตลาดโซลาร์สำหรับที่พักอาศัย (Solar Residential) ทั้งนี้หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้มีการลดหย่อนภาษีสำหรับประชาชนที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัย ระหว่างวันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2571 ในขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนพัฒนาหน่วยธุรกิจใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการดำเนินงาน เพื่อเสริมความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...