เรียนรู้สันติภาพและความตาย ผ่าน The Mountain อัลบั้มใหม่ของ Gorillaz
บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์
เรียนรู้สันติภาพและความตาย
ผ่าน The Mountain
อัลบั้มใหม่ของ Gorillaz
ใน HELP (2) ซึ่งเป็นอัลบั้มการกุศลที่นำศิลปินระดับโลกมาทำเพลงร่วมกันเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม
มีอยู่เพลงหนึ่งที่เนื้อหาเพลงพูดถึงความไร้เดียงสา, ความหวังและความฝันใฝ่อันบริสุทธิ์ของเด็กที่ถูกทำให้แปดเปื้อนในโลกของผู้ใหญ่ได้อย่างน่าคิด
เพลงนั้นมีชื่อว่า Flags ที่ขับร้องโดย เดมอน อัลบาร์น, กรีอัน แชตเทิน (สมาชิกวงอินดี้ร็อก Fontaines D.C.) และศิลปินชาวอังกฤษ เค เทมเพสต์
หัวใจสำคัญของเพลง Flags อยู่ที่เนื้อหาที่มองว่าผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มองข้ามความเป็นมนุษย์ของเด็กไป พวกเขาหลงใหลในอำนาจราวกับเป็นศาสดา โลกใบนี้ได้เปลี่ยนไปเพราะภูมิทัศน์ทางทัศนคติที่บิดเบี้ยวเช่นนี้ ส่งผลให้พื้นที่ที่เคยปลอดภัยเต็มไปด้วยความหวังกลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีแต่คราบน้ำตาและความสูญเสีย
ท่อนหนึ่งของเพลงที่เขียนว่า “The flags are breezing with a brand new feeling / Expensive seats full of abandoned reason”
สื่อถึงธงที่ไม่ได้หมายถึงความภูมิใจในชาติอีกต่อไป แต่ธงชาติได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งครั้งใหม่ เพราะผู้มีอำนาจได้ฉีกธงที่เคยเป็นภาพแทนของสันติภาพทิ้งเพื่อทำสงครามโดยปราศจากเหตุผล
ส่วนท่อน “The flag of surrender draped across my shoulder” ไม่ใช่การยอมจำนนต่อศัตรู แต่เป็นการยอมจำนนต่อความรุนแรง ด้วยการสะบัดธงขาวเพื่อเป็นการแสดงจุดยืนต่อสันติภาพ
Flags เป็นเพลงเศร้าตรงที่หัวใจของเพลงบอกว่าสันติภาพได้ตายไปแล้วและสิ่งเดียวที่ผู้บริสุทธิ์ทำได้คือ การอยู่ให้รอดและปลอดภัยจากกระสุนปืนและแรงระเบิดแบบวันต่อวัน
สิ่งที่เราพอที่จะทำได้ก็คือ การนำความเศร้าโศกให้เป็นความหวังและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นใบเรือด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่ามันจะพาเราออกจากไปจากมรสุมและมหาสมุทรแห่งสงครามและความสูญเสียได้
เดมอน อัลบาร์น และผองเพื่อนศิลปินได้ปล่อยงานเพลงชุดใหม่ล่าสุดของวง Gorillaz ที่มีชื่อว่า The Mountain ออกมาในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
งานเพลงชุดนี้มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางดนตรีจากแนวอิเล็กทรอนิกส์/ป็อป, อัลเทอร์เนทีฟ, ทริปฮอป, โลไฟ และฮิปฮอปไปเป็นแนวเวิลด์บีตและไซคีเดลิก
แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งดนตรีในแนวซินธ์ป็อปเฉพาะตัวที่เป็นจุดเด่นมาตั้งแต่ไตเติลอัลบั้มชุดแรกที่วางจำหน่ายในปี 2001
จากวงดนตรีที่ทำเพลงแนวกวนบาทาและแต่งเพลงแนวสุขนาฏกรรมที่แฝงเอาไว้ด้วยความตลกร้ายจิกกัดสังคมด้วยไอเดียที่สดใหม่มาตลอด
กลับมาคราวนี้ Gorillaz ได้เปลี่ยนทิศทางการทำเพลงให้มีความลึกซึ้งมากขึ้น
และใส่แง่คิดในเรื่องของความขัดแย้งและความหมายของคำว่าสันติภาพในโลกยุคใหม่เข้าไปด้วย
The Mountain แทร็กแรกของอัลบั้ม มีท่วงทำนองของดนตรีพื้นเมืองอินเดียแบบดั้งเดิม
คล้ายกับการเพลงดนตรีประกอบ The Apu Trilogy หนังไตรภาคของผู้กำกับระดับตำนานชาวอินเดีย สัตยาจิต เรย์
หนังชีวิตไตรภาคเรื่องนี้ถ่ายทอดชีวิตของอาปู เด็กชายที่เกิดมาในครอบครัวที่ยากจนแร้นแค้นอย่างแสนสาหัส
แต่เขาก็หลีกหนีความจริงอันโหดร้ายด้วยการใช้สายตาในการมองความสวยงามของธรรมชาติในชนบทที่รายล้อมอยู่รอบๆ ตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ความเจริญในเมืองมอบให้กับเขาไม่ได้
ฉากหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำของผู้ที่รักหนังเรื่องนี้เสมอมา และถือเป็นฉากที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดฉากหนึ่งในโลกภาพยนตร์ อยู่ในฉากที่อาปูมองเห็นรถไฟแล่นผ่านทุ่งดอกหญ้าที่รายล้อมรอบตัวเขา ซึ่งเป็นการปะทะกันระหว่างธรรมชาติกับความเจริญที่กำลังรุกรานเข้ามา นอกจากนี้รถไฟก็ยังสื่อถึงเสรีภาพที่อาปูใฝ่ฝันถึงด้วย
ดนตรีประกอบของหนัง The Apu Trilogy เป็นผลงานของ ราวี ชังการ์ ศิลปินเอกชาวอินเดีย ซึ่งไม่มากก็น้อยที่เพลง The Mountain ได้รับอิทธิพลมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นท่วงทำนองที่เป็นดนตรีอินเดียพื้นถิ่นดั้งเดิม หรือว่าจะเป็นความสวยงามของธรรมชาติอันตระการตา
ซึ่งปรากฏอยู่ในภาพยนตร์สั้นประกอบเพลงความยาว 8 นาที
ทั้งเดมอน อัลบาร์น และเจมี ฮิวเล็ต เพื่อนร่วมวงต่างก็สูญเสียสมาชิกในครอบครัวก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทางไปอินเดียด้วยกัน
ความสูญเสียนี้ทำให้ทั้งคู่วางคอนเซปต์เอาไว้ว่าอัลบั้มชุดใหม่ของ Gorillaz จะเป็นการสำรวจแนวคิดเรื่องความตายและชีวิตหลังความตายผ่านตัวละครสมมุติของวง
ส่วนชื่ออัลบั้มได้แรงบันดาลใจมาจากการไปเยือนป้อมอาเมร์ในเมืองชัยปุระเป็นครั้งแรกของทั้งคู่ รวมถึงภูเขาลูกหนึ่งที่พวกเขาเคยไปเยือนทางตะวันตกของประเทศจีน ระหว่างช่วงการทำโปรดักชั่นโอเปร่าเรื่อง Monkey : Journey to the West
เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ของอัลบั้ม เดมอน อัลบาร์น ได้นำเสียงของผู้วายชนม์ที่เคยร่วมงานกับวง Gorillaz แต่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อนมาใส่ไว้ในอัลบั้มด้วย
งานเพลงชุดนี้จึงมีเสียงร้องของศิลปินผู้ล่วงลับหลายคนอย่างศิลปินเพลงโซล บ็อบบี้ วอแม็ค, เดวิด โจลีเกอร์ แร็ปเปอร์แห่งวง De La Soul, นักแสดงระดับตำนาน เดนนิส ฮอปเปอร์, มาร์ค อี. สมิธ แห่งวงโพสต์พังก์ The Fall, Proof แร็ปเปอร์แห่งวง D12
และโทนี อัลเลน มือกลองที่เดมอน อัลบาร์น เคยร่วมงานด้วย
ย้อนกลับมายังเพลง The Mountain กันอีกครั้ง ในระหว่างที่เยือนป้อมอาเมร์ เดมอน อัลบาร์น ได้บันทึกเสียงนักดนตรีชาวอินเดียเล่นเพลงพื้นเมืองของรัฐราชสถานด้วย “ราวนะหัตถา” (เครื่องสายโบราณของอินเดียที่มีลักษณะคล้ายซอ เชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดของไวโอลิน)
เดมอนบันทึกเสียงเพลงนี้ร่วมกับวง Hindu Jea Band ที่เมืองชัยปุระด้วย โดยเสียงของเครื่องดนตรีชนิดนี้ เดมอนได้นำสำเนียงของมันมาใช้เป็นพิมพ์เขียวในการคุมโทนของอัลบั้มให้มีความเป็นเวิลด์บีตทั้งชุด
คุณจะได้ฟังเสียงดนตรีพื้นถิ่นของอินเดียในอัลบั้มลอยฟุ้งไปหมดไม่ว่าซีตาร์, ตับลา (กลองคู่), ตานปูระ (เครื่องสายชนิดหนึ่ง), เชห์ไน (เครื่องเป่าคล้ายปี่), ฮาร์โมเนียม (หีบเพลงลมแบบอินเดีย), ขลุ่นบันสุรี และอื่นๆ
เครื่องดนตรีคลุกคล้าเข้ากับบีตอิเล็กทรอนิกส์และเสียงสังเคราะห์ที่ให้ซุ่มเสียงที่หวือหวาและสวิงสวายได้อย่างสนุกหูทีเดียว
ส่วนการได้ศิลปินดังอย่างวง Sparks, Idles, จอห์นนี มาร์, พอล ไซมอนัน (อดีตมือเบสวง The Clash) มาร่วมงานกับวง Gorillaz ในอัลบั้มชุดนี้ก็สร้างเซอร์ไพรส์ได้ไม่น้อยเลย
The Mountain เป็นอัลบั้มที่เปรียบชีวิตดั่งการปีนเขาที่ไม่มีวันจบสิ้น (คล้ายซิซิฟัสที่ต้องกลิ้งหินขึ้นเขาไปชั่วชีวิต) ภูเขาอาจเป็นอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ แต่ถ้ามันอยู่ภายในใจ เราไม่มีทางทำลายภูเขาลูกนี้ลงได้ นอกจากปีนข้ามมันไปให้ได้เท่านั้น
ส่วนสันติภาพในมุมมองของวง Gorillaz ไม่ใช่การปักธงประกาศชัยชนะบนยอดเขา
แต่เราต้องยอมรับให้ได้ว่าไม่ว่าใครต่างก็อ่อนล้าจากการปีนเขาสูง การนั่งนิ่งๆ และมองความสวยงามของธรรมชาติสำคัญมากกว่าการเอาชนะคัดคานอย่างเทียบกันไม่ได้เลย
นี่คือการสอนกลายๆ ว่า ถ้าหากเราปีนขึ้นสู่ยอดเขาได้แล้ว สิ่งที่เรามองเห็นบนยอดเขาคือยอดเขาอีกไม่รู้กี่ลูกต่อกี่ลูก การปีนเพื่อปักธงบนยอดเขาให้ครบทุกลูกนั้นไม่มีทางเป็นไปได้
ฉะนั้นแล้ว การเลือกที่จะอยู่ด้วยกันอย่างสันติกับผู้ร่วมอุดมการณ์บนภูเขาลูกเดียวกัน ที่ทุกคนต่างมองเห็นความงามของธรรมชาติอย่างเท่าเทียมกันเป็นสิ่งที่ไม่ดีกว่าหรือ?
เพราะในขณะที่มนุษย์รบกันเพื่อแย่งชิงเขตแดน ภูเขาก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่เหมือนเดิม ความขัดแย้งของมนุษย์จึงดูเล็กลงไปมากเมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่ของโลก
เมื่อมองในมุมนี้แล้ว คอนเซปต์โดยรวมของอัลบั้ม The Mountain จึงคล้ายกับเพลง Flags จากอัลบั้ม HELP (2) มาก
เพราะไม่ว่าเราจะพูดภาษาอะไร, นับถือศาสนาอะไรและเกิดมามีเชื้อชาติอะไรก็ตาม ความเห็นอกเห็นใจและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติโดยที่ไม่ต้องแก่งแย่งทรัพยากรหรือแบ่งแยกเชื้อชาติ ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของสันติภาพ
เพราะเราทุกคนต่างก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน มีความเท่าเทียมกัน และมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างมีอิสรเสรี ตราบใดที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
ผมเชื่อว่า ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน แต่ซิซิฟัสก็น่าจะมีรอยยิ้มเมื่อเห็นแสงทองของวันใหม่ และเดมอน อัลบาร์น และผองเพื่อนก็ยังยิ้มได้เช่นกันถึงแม้ว่าจะเผชิญหน้ากับความตายมาแล้วนักต่อนัก
เพราะเขาไม่ได้โศกเศร้ากับสิ่งที่จากไป
แต่เขายินดีกับความงามที่ไม่ได้หลุดลอยไปพร้อมความตายต่างหาก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เรียนรู้สันติภาพและความตาย ผ่าน The Mountain อัลบั้มใหม่ของ Gorillaz
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly