โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อากาศร้อนส่งผลกับความฉลาดจริงไหม? เมื่อนักคิดในอดีตเสนอว่าอุณหภูมิส่งผลต่อความเฉลียว หรือจริงๆ เป็นแค่วาทกรรมทางการเมือง

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

นี่อาจเป็นคำถามโลกแตกเลยก็ว่าได้กับความคิดที่กล่าวว่า ‘เพราะเป็นประเทศเขตร้อนไง ประเทศถึงไม่เจริญ’ ส่วนประเทศอากาศหนาวนั้นเจริญได้ เพราะด้วยความหนาวเหน็บ จนทำให้พวกเขาอาจจะต้องอดทนอดกลั้น ต้องต่อสู้กับชีวิต จึงเกิดการบีบคั้นให้ต้องพัฒนา หรือในมุมหนึ่งก็มองว่าประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น อาจจะเปิดโอกาสให้พวกเขาเข้าถึงกิจกรรมอย่างการเดินเล่น เสพบรรยากาศ ทำให้มีเวลาขบคิด ชื่นชมกับธรรมชาติ ทำให้รู้สึกหัวแล่นได้ดีกว่า นอกจากนี้ความคิดยังถูกตอกย้ำด้วยพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ว่าด้วยอัตราประเทศยากจนนั้นมักอยู่ในแถบศูนย์สูตร ขณะที่ประเทศเจริญมักอยู่เหนือหรือใต้เส้นศูนย์สูตรออกไป เป็นเหมือนการสรุปความคิดดังกล่าวไปโดยสมบูรณ์

แต่ความจริงแล้วเมื่อเราสำรวจโดยละเอียด ประเทศเขตร้อนบางประเทศก็มีความเจริญได้ ส่วนประเทศเขตอบอุ่นหรือหนาวที่ไม่เจริญก็มีอยู่ถมเถไป สรุปแล้วเป็นความจริงไหมที่ว่าอุณหภูมิส่งผลต่อความเจริญ และความฉลาดของประชากร?

ในอดีตกาล ความคิดนี้ถูกส่งต่อมาเนิ่นนาน ตั้งแต่ที่ อริสโตเติล (Aristotle) กล่าวว่าความชื้นส่งผลกับความฉลาด เอเธนส์นั้นเหมาะที่สุดสำหรับการเป็นเมืองนักคิด ขณะที่สปาร์ตามีแต่คนเน้นกำลัง ไม่เน้นความคิด แต่ภายหลังมีการถกเถียงกันว่าสิ่งที่อริสโตเติลกล่าวน่าจะเป็นการเหน็บแนมกัน เพราะการเมืองระหว่างสองเมืองนี้ไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไรนัก

คนที่คิดเรื่องนี้อย่างจริงจังคือ ชาร์ลส์-หลุยส์ เดอ เซคองดาต์ บารอง เดอ มองเตสกิเออ (Charles-Louis de Secondat, Baron de Montesquieu) หรือมองเตสกิเออ นักปรัชญายุคการตื่นรู้ชาวฝรั่งเศส ในงาน The Spirit of the Laws ปี 1748 มีการเสนอเรื่องนิยัตินิยมเชิงสิ่งแวดล้อม (Environmental Determinism) โดยอธิบายว่าภูมิอากาศส่งผลต่อชีววิทยามนุษย์ เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดพฤติกรรม อารมณ์ รวมถึงสภาพสังคม และลักษณะของการปกครอง แน่นอนว่า มองเตสกิเออ ไม่ได้วัดความฉลาดที่ว่านี้เป็นไอคิว เขาเชื่อว่าอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงการรับรู้ การจัดเรียงภาวะอารมณ์ และเหตุผลได้

สิ่งที่เขาอธิบายคือ อากาศเย็น ทำให้เยื่อร่างกายหดตัวทำให้เลือดเวียนไปหัวใจดีขึ้น ส่งผลให้คนนั้นใจเย็น ไม่หวั่นต่อความรู้สึกเจ็บปวด หรือตัณหาราคะ ผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ที่อากาศเย็น (เช่น ยุโรป) จึงมีแนวโน้มต่อความอิสรภาพมากกว่า

ส่วนอากาศร้อนทำให้เยื่อร่างกายขยาย เลือดไหลเวียนช้าลง ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม ซึ่งทำให้ผู้คนที่อยู่ในพื้นที่อากาศร้อน (เอเชีย แอฟริกา และยุโรปใต้) ตกอยู่ใต้อำนาจของอารมณ์ และจินตนาการ ขาดเหตุผล และไม่อดทน คนพวกนี้ตกเป็นทาสง่าย เพราะไม่มีเจตจำนงในการขัดขืนเพื่ออิสรภาพ (หมายเหตุว่านี่คือสิ่งที่ มองเตสกิเออ เสนอมา)

ขณะเดียวกันถ้าเป็นพื้นที่ตรงกลางเช่นตะวันออกกลาง หรือยุโรปตะวันตก เขาบอกว่าพื้นที่ตรงนี้ดีที่สุดในการมีระดับเหตุผลแบบชาญฉลาด สามารถผลิตระบอบการปกครองที่ซับซ้อน และมีประสิทธิภาพ เช่น ระบอบสาธารณรัฐ เป็นต้น มีความเป็นไปได้ว่า มองเตสกิเออ กำลังยึดพื้นที่กรีกโบราณเป็นหลัก เพราะเป็นพื้นที่ที่กำเนิดนักคิดที่สำคัญหลายคน

ริชาร์ด รีสแต็ก (Richard Restak) เขียนบทความบน Psychology Today ว่าความร้อนนั้นส่งผลต่อสมองจริง และไม่จำเป็นต้องสูงถึงจะส่งผลกระทบอีกด้วย รีสแต็กอธิบายว่าความร้อนสามารถลดประสิทธิภาพในการใช้เหตุผลและรูปแบบความคิด เมื่อใดก็ตามที่อุณหภูมิสูงขึ้น สารสื่อประสาทของสมองจะเกิดการหยุดชะงักในการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาท ไม่ว่าจะเร็วไป หรือช้าลงก็ตาม (เป็นได้ทั้งสองเพราะเกิดการรวน) และมีผลกระทบโดยตรงกับภาวะอารมณ์ ความทรงจำ ความตื่นตัว และการนอนหลับ แถมสูญเสียแร่ธาตุที่มีประจุไฟฟ้าด้วยจากเหงื่อที่ไหลออกมาเพราะความร้อน ทำให้เกิดความอ่อนแอของร่างกายและกล้ามเนื้อ ส่งผลมากที่สุดคือความสามารถในการคงความสนใจและการตัดสินใจ

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกมากมายที่กล่าวว่าความร้อนส่งผลร้ายกับร่างกายของเรา แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นเช่นนั้นเพียงเพราะปัจจัยทางด้านภูมิอากาศ เพราะเรื่องนี้มีปัจจัยหลายอย่าง เช่น ผู้คน วัฒนธรรม การเมือง ทรัพยากร ภูมิศาสตร์ และเหตุการณ์ทางการเมืองอีกหลากหลายมากมาย แม้แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ อารยธรรมโบราณก็ถือกำเนิดในพื้นที่เขตร้อนอย่างมายา เมโสโปเตเมีย หรืออียิปต์โบราณ

แม้ภูมิอากาศจะไม่ส่งผลต่อความเจริญของประเทศโดยรวม เราปฏิเสธไม่ได้ว่าความร้อนส่งผลต่อกิจกรรม วิถีชีวิต และร่างกายของปัจเจกบุคคลจริงๆ และอาจเป็นสาเหตุหลักที่เราไม่สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้นาน เหนื่อยง่าย และมีความลำบากในการครุ่นคิดและการตัดสินใจ ดังนั้น เราสามารถพูดได้ว่าลักษณะภูมิอากาศนั้นส่งผลต่อผลิตภาพ (Productivity) และควรวางแผนในการใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศร้อนอย่างเหมาะสม เช่น การแต่งกายที่ระบายความร้อนได้ง่าย หรือการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น

แนวคิดของ มองเตสกิเออ ในภายหลังถูกมองว่าเป็นแนวคิดแบบอาณานิคมที่มองตะวันตกเป็นอารยธรรมที่เหนือกว่าทวีปอื่นๆ และบางคนยังหยิบใช้เพื่อวางตัวเองให้อยู่เหนือกว่าชนชาติอื่นเท่านั้น เช่นเดียวกับที่กล่าวไปในส่วนของอริสโตเติล ทั้งหมดเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง เป็นสิ่งที่เรียกว่าภูมิศาสตร์นิยัตินิยม (Geographical Determinism) ซึ่งมักถูกใช้เป็นวาทกรรมทางการเมืองเพื่อเหยียดเชื้อชาติ โดยใช้ในยุคอาณานิคมเพื่อบอกว่าคนในเขตร้อนขี้เกียจจึงควรถูกปกครองโดยคนเขตอบอุ่น (ในสมัยก่อนกรีกโบราณเป็นอารยธรรมที่ล่าอาณานิคมเช่นกัน) อีกทั้งยังสร้างชาตินิยมเพื่อบอกว่าประเทศของตนคือศูนย์กลางของโลกและมีความเหมาะสมที่สุดในทุกๆ ด้าน

เพราะฉะนั้นแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องจริงที่ภูมิอากาศของแต่ละทวีปจะเป็นมาตรวัดอารยธรรมที่เรืองรอง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราควรเชื่อในการลงมือทำของตนเอง มากกว่าการอ้างใช้วาทกรรมที่ไม่จริงเพื่อป้ายสีว่าประเทศไหนดีที่สุดหรือแย่ที่สุด หรือสร้างความชอบธรรมให้กับแต่ละชนชาติ

อ้างอิง:

Richard Restak. The Effects of Extreme Heat on the Brain. Psychology Today. https://www.psychologytoday.com/us/blog/the-changing-brain/202603/the-effects-of-extreme-heat-on-the-brain

บทความต้นฉบับได้ที่ : อากาศร้อนส่งผลกับความฉลาดจริงไหม? เมื่อนักคิดในอดีตเสนอว่าอุณหภูมิส่งผลต่อความเฉลียว หรือจริงๆ เป็นแค่วาทกรรมทางการเมือง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...