จากห้องทดลองสู่รายได้ของ Quantum Computing
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 04.02 น. • The Bangkok InsightQuantum Computing กำลังก้าวจากช่วงทดลองใช้งาน ไปสู่ช่วงเริ่มนำมาใช้จริงในภาคธุรกิจและภาครัฐ
ข้อมูลจาก ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า ปี 2568 เป็นปีที่อุตสาหกรรม Quantum Computing เริ่มก้าวออกจากการวิจัยและการทดสอบ ไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมโดยตรง ซึ่งเริ่มเห็นรายได้เติบโตชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงปี 2566-2567
แม้รายได้โดยรวมยังอยู่ในระดับไม่สูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอื่น แต่การที่บริษัทสามารถสร้างรายได้ระดับหลายสิบล้านดอลลาร์ได้ สะท้อนว่า Quantum Computing กำลังก้าวจากช่วงทดลองใช้งาน ไปสู่ช่วงเริ่มนำมาใช้จริงในภาคธุรกิจและภาครัฐ
รายได้เริ่มขยับ ผู้ใช้งานจริงเพิ่มขึ้น
ภาพรวมรายได้ของผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเริ่มต้นของการสร้างรายได้จากการใช้งานจริง
IonQ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด โดยในปี 2568 มีรายได้ราว 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 200% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากระดับราว 43 ล้านดอลลาร์ในปี 2567 และเป็นบริษัท Quantum แบบ Pure-play รายแรกที่มีรายได้ทะลุ 100 ล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ D-Wave Quantum มีรายได้เติบโตเกือบ 180% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขยายการใช้งานในงานที่ต้องการการคำนวณเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น โลจิสติกส์ การจัดการซัพพลายเชน และการจัดสรรทรัพยากร ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าได้จริงโดยไม่ต้องรอเทคโนโลยีควอนตัมขั้นสูงเต็มรูปแบบ
เริ่มเห็นผู้นำชัด ผู้เล่นเลือกทางเฉพาะ
ในเชิงโครงสร้าง อุตสาหกรรมเริ่มเห็นการแยกตัวของผู้นำอย่างชัดเจน โดย IonQ มีความได้เปรียบทั้งด้านขนาดรายได้และการสร้างเครือข่ายพันธมิตร ขณะที่ผู้เล่นรายอื่นเลือกพัฒนาในตลาดเฉพาะทางเช่น D-Wave ที่มุ่งเน้นงานด้านการคำนวณเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ, Rigetti ที่พัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับระบบคลาวด์ และ QCI ที่เน้นเทคโนโลยีด้านแสงเพื่อแก้ข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ ภาพรวมสะท้อนว่าอุตสาหกรรมยังอยู่ในช่วงที่หลายแนวทางแข่งขันกัน และยังไม่มีมาตรฐานเดียวที่ชัดเจน
ภาครัฐหนุนแรง เร่งสร้างระบบนิเวศ
อีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตคือบทบาทของภาครัฐ โดยสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนผ่านโครงการ National Quantum Initiative มูลค่าราว 1.8 พันล้านดอลลาร์ ในช่วง 5 ปี ครอบคลุมการพัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบุคลากร การสนับสนุนดังกล่าวช่วยเร่งการสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรม และเป็นฐานสำคัญต่อการขยายการใช้งานเชิงพาณิชย์ในระยะถัดไป
ตลาดยังเล็ก แต่โอกาสระยะยาวสูง
แม้รายได้ในปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ แต่มูลค่าตลาด Quantum Computing ในระยะยาวถูกประเมินว่ามีศักยภาพเติบโตสูง โดยคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยกว่า 30% ต่อปี จากราว 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 สู่มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2575 การใช้งานระยะแรกมีแนวโน้มกระจุกตัวในอุตสาหกรรมที่ต้องการการคำนวณซับซ้อน เช่น พลังงาน การเงิน โลจิสติกส์ และยา ก่อนขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่น และการทำงานร่วมกับ AI
ยังไม่มีกำไร แต่เงินทุนยังพอ
อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรม Quantum Computing ยังอยู่ในช่วงที่ต้องลงทุนสูง บริษัทส่วนใหญ่ยังไม่มีกำไรจากค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา จุดที่ช่วยลดความเสี่ยงคือสถานะเงินสดของผู้เล่นหลักที่ยังแข็งแกร่ง สะท้อนว่าบริษัทมีเวลาเพียงพอในการพัฒนาเทคโนโลยีและตลาด ก่อนเข้าสู่ช่วงเติบโตเต็มรูปแบบในระยะยาว
มุมมองการลงทุน
ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง มองว่า Quantum Computing เป็น ธีมการลงทุนระยะยาว ที่ยังอยู่ในช่วงต้นของการนำไปใช้งานจริง มีโอกาสเติบโตเชิงโครงสร้างในอนาคต แต่ยังมาพร้อมความไม่แน่นอนด้านเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจ
กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการลงทุนแบบ กระจายความเสี่ยง และมองระยะยาว ใช้เป็นส่วนเสริมของพอร์ตมากกว่าการลงทุนหลักในช่วงนี้ โดยจังหวะการเติบโตที่ชัดเจนขึ้นจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการขยายการใช้งานจริงและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
ที่มา : บทวิเคราะห์ Cross Asset Strategy ฉบับเดือน เม.ย. 2569
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- จับตา!! ตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวในเดือน เม.ย.
- ‘บัวหลวง’ หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโต 1.3% หวั่นดีเซลแพงฉุดหุ้นไทยดิ่งเหลือ 1,340 จุด
- ‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ เปิด 3 ฉากทัศน์สงครามต่อเศรษฐกิจไทยปี 2569
ติดตามเราได้ที่