อสังหาฯไทย ปี 69 ที่ดินอุตสาหกรรมยังร้อนแรง-ออฟฟิศเสี่ยงล้นตลาด-คอนโดฝืดหนัก
คุชแมนฯ เผยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ชี้ที่ดินอุตสาหกรรมยังแรงนโซนกลางเหลือว่างแค่ 2% ราคาเฉลี่ย 8.3 ล้าน/ไร่ ขณะที่ออฟฟิศเสี่ยงล้น ซัพพลายใหม่จ่อเข้าสู่ตลาดอีกกว่า 5.6 แสนตร.ม. คาดพื้นที่ว่างแตะ 30% ในปี 2573 ส่วนคอนโดฯฝืดหนัก!ยอดเปิดใหม่วูบ ต่ำสุดในรอบหลายปี ผู้ซื้อกู้ไม่ผ่านยังเป็นปัญหาใหญ่ อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยบวก ท่องเที่ยว-EV-เวลเนสคอมเพล็กซ์มาแรง จับตาทุนตะวันออกกลางซุ่มลงทุนในไทย
ตลาดที่ดินและนิคมอุตสาหกรรม
นายพงษ์พันธ์ พลอยเพ็ชร หัวหน้าฝ่ายโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม คุชแมน แอนด์ เวลคฟิลด์ ประเทศไทย กล่าวว่าตลาดที่ดินอุตสาหกรรมในภาคกลางตอนล่างและ EEC ปัจจุบันมีพื้นที่ว่างต่ำมาก
โดยโซนกลาง (Central Zone) เหลือพื้นที่ว่างเพียง 2% เท่านั้น ราคาสูงสุดอยู่แถวโซนราบิน-นิคมในกรุงเทพฯ ส่วนราคาดีที่สุดในแง่ความคุ้มค่าอยู่แถวสระบุรี ราคาเฉลี่ยรวมทั้ง 3 โซนอยู่ที่ 8.3 ล้านบาทต่อไร่ มีอัตราเปลี่ยนมือประมาณ 6.2%
สำหรับโซนฉะเชิงเทรายังมีพื้นที่ว่างสูงกว่าที่ 9% เนื่องจากมีนิคมใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น Gateway และ WHA ส่วนชลบุรีมีที่ดินบางส่วนของอมตะพร้อมเปลี่ยนมือ และสมุทรปราการมีนิคมอารยะและนิคมเอเชียที่ยังมีพื้นที่พร้อมขาย
ตลาดโรงงานให้เช่า (Ready Built Factory) ภาพรวมทั้ง 3 โซนมีอัตราว่างที่ 10.57% ราคาเฉลี่ย 194 บาทต่อตร.ม.
ด้านคลังสินค้า (Warehouse) มีอัตราว่างสูงกว่าที่ 15% โดยชลบุรีและฉะเชิงเทรามีพื้นที่ว่างมากที่สุด ราคาเฉลี่ย 158 บาทต่อตารางเมตร ทั้งนี้ราคาทั้งโรงงานและคลังสินค้ายังคงระดับ (Maintain) ไว้ได้ในปัจจุบัน
ทุนจีนกว้านที่ดิน สร้างโกดังให้เช่าอ้างบริษัทลูก
นายพงษ์พันธ์ ยังให้ข้อมูลด้วยว่าในช่วงก่อนหน้านี้ที่ราคาที่ดินอุตสาหกรรมยังไม่สูงนัก นักลงทุนจากจีนเข้ามากว้านซื้อที่ดินทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเป็นจำนวนมาก โดยแต่ละรายซื้อขั้นต่ำ 30–100 ไร่ จากนั้นพัฒนาเป็นโรงงานขนาดเล็กแบ่งย่อยพื้นที่ประมาณ 1,500–2,000 ตร.ม.ต่อยูนิต เพื่อปล่อยให้เช่าแก่ผู้ประกอบการจีนรายอื่น
โดยกลยุทธ์ที่ใช้คืออ้างว่าผู้เช่าเป็น “บริษัทลูก” หรือ “บริษัทในเครือ” เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แต่ในความเป็นจริงผู้เช่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เป็นเพียงโกดังและโรงงานให้เช่าทั่วไป
นอกจากในนิคมแล้ว ยังพบการซื้อที่ดินนอกนิคมในพื้นที่สีม่วง (พื้นที่อนุญาตให้ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมและพักสินค้าได้) ผ่านนอมินีชาวไทยหรือทนายความ แล้วสร้างโกดังปล่อยเช่า ซึ่งผิดกฎหมายทั้งในแง่การถือครองและการประกอบธุรกิจ
พื้นที่ที่พบมากได้แก่ อมตะซิตี้ระยอง อมตะซิตี้บ้านบึง WHA โลจิสติกส์พาร์ค และแถบนิคมพัฒนา-บ้านค่าย
รัฐบาลสองฝ่ายบีบพร้อมกัน จุดเปลี่ยน ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ดี จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นใน ไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา เมื่อภาครัฐไทยเริ่มตรวจสอบการถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจของนักลงทุนต่างชาติอย่างเข้มงวดขึ้น พร้อมกันนั้นทางการจีนเองก็กวดขันการส่งทุนออกนอกประเทศอย่างเข้มข้น
ส่งผลให้ในไตรมาส 1 นักลงทุนจีนที่ถือครองทรัพย์สินอย่างผิดกฎหมายเริ่มทยอยนำออกขาย บางรายพยายามหาพันธมิตร JV เพื่อปรับสัดส่วนการถือหุ้นให้เหลือไม่เกิน 49–51% และหาผู้พัฒนาโครงการ (ดีเวลลอปเปอร์) ไทยเข้ามาถือหุ้นแทน
ซัพพลายมือสองท่วมตลาด คาดราคาอ่อนตัว 10–15%
ปริมาณที่ดินและโรงงานมือสองที่จะทยอยออกมาในตลาดช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า คาดอยู่ที่ 10–20% ของพื้นที่ในนิคมที่เกี่ยวข้อง คิดรวมกันหลายพันไร่ ราคาตลาดมือสองคาดอ่อนตัว 10–15% แต่ราคาจากดีเวลลอปเปอร์ โดยตรงยังคงระดับเดิม
อย่างไรก็ตามในช่วง ไตรมาส 1 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินอุตสาหกรรมเคยพุ่งขึ้นถึง 25–30% จากแรงซื้อของนักลงทุนจีน ก่อนที่สถานการณ์ทางกฎหมายจะพลิกผัน
ตลาดอาคารสำนักงาน CBD เกรด A เสี่ยงซัพพลายล้น — พื้นที่ว่างคาดพุ่งแตะ 30% ในปี 2573
นายอุกฤษฏ์ พรพัฒนไพโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพื้นที่สำนักงานให้เช่า คุชแมน แอนด์เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่าปัจจุบันตลาดอาคารสำนักงานใจกลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (CBD) เกรด A มีซัพพลายรวม 2.5 ล้านตร.ม. อัตราพื้นที่ว่างภาพรวมอยู่ที่ประมาณ 25% โดยเฉพาะ CBD เกรด A อย่างเดียวอยู่ที่ราว 23% โดยลดลงเล็กน้อยจาก ไตรมาส 4 ปี 2568 เนื่องจากใน ไตรมาส 1 ปีนี้ ยังไม่มีซัพพลายใหม่เข้าตลาด
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2569–2573 จะมีซัพพลายใหม่ทยอยเข้าตลาดอีกราว 560,000 ตร.ม. โดยยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 350,000 ตร.ม. ในโซน CBD เพียงอย่างเดียว คาดการณ์ว่าอัตราพื้นที่ว่างจะพุ่งแตะ 30% ในราวปี 2573
ตึกใหม่ยังปล่อยเช่าได้เพียงครึ่งเดียว
สำหรับสถานการณ์อาคารสำนักงานใหม่หลายแห่งเปิดมาแล้วอัตราการเช่ายังไม่เกินครึ่ง อาทิ โครนอส สาทร 60%,ศุภาลัย ไอคอน 20%,เจแอลเค 40%, สยามปทุมวัน เฮ้าส์ อยู่ราว 40–50%, ซัมมิท ทาวเวอร์ พญาไท ยังไม่มีผู้เช่า 0%
ขณะที่อาคารสำนักงานในฝั่งพหลโยธินและวิภาวดี อาทิ เดอะไรซ์ ทาวเวอร์ สะพานควาย มีผู้เช่าประมาณ 60% และ เอส โอเอซิส วิภาวดี ประมาณ 40% ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอย่าง One Bangkok เฟส 2 และ Signature Tower กำหนดแล้วเสร็จปี 2573 ยังต้องติดตามว่าจะดูดซับตลาดได้แค่ไหน
สงครามราคายังไม่จบ — ตึกใหม่ให้ส่วนลดสูงถึง 20%
สำหรับสถานการณ์ราคาค่าเช่าเฉลี่ย CBD เกรด A ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 940 บาทต่อตร.ม.ต่อเดือน และยังคงระดับไม่ปรับขึ้นหรือลง แต่ตึกใหม่หลายแห่งยังต้องลดราคาเพื่อดึงผู้เช่า เช่น AIA Connect ฝั่งรัชดาปล่อยในราคาต่ำกว่า AA Capital เดิม, V One Tower ให้ส่วนลดประมาณ 20%
ขณะที่โครงการคลาวด์ อีเลฟเว่น บริเวณ BTS ปุณวิถี ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ค่อนข้างดี เป้าหมายอยากให้เป็นฮับของครีเอเตอร์ และกลุ่มเทคโนโลยี แต่อย่างไรก็ตามรนส่วนใหญ่ยังต้องการทำงานใน CBD ดังนั้นยังมีความยืดหยุ่นด้านราคา
ทั้งนี้หากแบ่งตามอายุอาคาร พบว่าอาคารเกรด A อายุไม่เกิน 10 ปี ราคาค่าเช่าอยู่ที่ 1,000–1,200 บาทต่อตร.ม. ขณะที่เกรด A อายุ 20 ปีขึ้นไป ค่าเช่าลงมาอยู่ที่ 650–800 บาทต่อตร.ม. ส่วน True Digital Park ราคาอยู่ที่ประมาณ 850–900 บาทต่อตร.ม.
ขณะที่อาคารอื้อจือเหลียง ซึ่งปัจจุบัน HSBC มีแผนย้ายไปยัง One Bangkok หลังจากนั้นเจ้าของอาคารมีแผนจะแปลงบางส่วนเป็นโรงแรม ส่วนอาคารสำนักงานดุสิตพาร์ค อัตราการเช่าเกือบเต็ม 100% ปัจจุบันอาคารมีพื้นที่ว่างเหลือเพียงราว 1,000 ตร.ม. ซึ่งเป็นโซนด้านหลังฝั่งสีลม
ตึกเก่าดิ้นรีโนเวทใหญ่และยกระดับ พื้นที่ส่วนกลาง
อย่างไรก็ดีท่ามกลางการแข่งขันดังกล่าว อาคารสำนักงานเก่าหลายแห่งเร่งปรับตัว เช่น อาคารอับดุลลาฮิม พระราม 4 กำลังรีโนเวทล็อบบี้ และห้องน้ำทุกชั้น คาดแล้วเสร็จปีหน้า แม้ราคาค่าเช่ายังคงที่ 950 บาทต่อตร.ม. เนื่องจากพื้นที่เช่ายังมีผู้เช่าอยู่ ส่วนโมเดลที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ “The Residence” ที่อาคาร Empire Tower สาทร ของ AWC ที่จัด Facility
ประกอบด้วย co-working space ห้องประชุม ห้องเด็กเล่น และพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ AWC มีแผนขยายคอนเซ็ปต์นี้ไปยังทุกอาคารในเครือ ทั้ง Athenee Tower และ จุบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก โดยผู้เช่าในเครือสามารถใช้ Facility ข้ามอาคารได้
เทรนด์ใหม่ Plug and Play และ Flight to Quality
นายอุกฤษฏ์ กล่าวด้วยว่าผู้เช่าส่วนใหญ่ในปัจจุบันมองหาพื้นที่แบบ Fully Fitted หรือ Plug and Play ที่ตกแต่งพร้อมเฟอร์นิเจอร์สามารถย้ายเข้าได้ทันที เจ้าของอาคาร หรือ Landlord จึงเริ่มสร้างห้องขนาด 100–200 ตร.ม. พร้อมตกแต่งเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
โดยบางรายถึงขั้นลงทุนตกแต่งตามที่ผู้เช่าต้องการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งค่าเช่าจะสูงกว่ามาตรฐานราว 15–20% แต่ Landlord สามารถ Payback Period (ระยะเวลาคืนทุน) ได้ในช่วง 3–6 ปีแรก
ขณะเดียวกัน บริษัทที่ย้ายสำนักงานส่วนใหญ่จะเลือก “Flight to Quality” ย้ายจากอาคารเก่าสู่อาคารใหม่ที่มี Mixed-Use เชื่อมกับโรงแรมและรีเทล ตัวอย่างเช่น One Bangkok ที่มี Running Club และ Sport Club ให้ผู้เช่าใช้บริการฟรี อย่างไรก็ตาม การเติบโตของผู้เช่าใหม่ยังจำกัด ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่อยู่ในไทยอยู่แล้วและขยายหรือย้ายอาคาร กลุ่มที่เติบโตเด่นสุดคือธุรกิจ Agency และ Social Media
ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ — ต่ำสุดในรอบหลายปี ยอดเปิดขายใหม่ ไตรมาส 1 วูบ — ทั้งปีคาดไม่เกิน 17,000 ยูนิต
นายสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวลคฟิลด์ ประเทศไทยกล่าวุึงภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ใน ไตรมาส 1 ปี 2569 ว่ามียอดเปิดตัวโครงการใหม่รวมประมาณ 7,000 กว่ายูนิต
แต่เมื่อหักโครงการ "บ้านชาวไทย" โดยบีทีเอส กรุ๊ป ร่วมกับ ธอส. เป็นคอนโดมิเนียมราคาประหยัดเริ่มต้น 1.6 ล้านบาท ออกราว 4,000 ยูนิต เหลือยอดเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 3,000 กว่ายูนิต ซึ่งถือว่าต่ำมากแต่ใกล้เคียงกับ ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ดีคาดการณ์ทั้งปี 2569 น่าจะมีการเปิดโครงการใหม่ไม่เกิน 17,000 ยูนิต เทียบกับปีที่แล้วที่มีการเปิดตัวใหม่ 30,000 กว่ายูนิต ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบหลายปี
ทั้งนี้นายสุรเชษฐ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคือตลาดการเปิดตัวโครงการใหม่คึกคักในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่าน โดยมีหลายโครงการเปิดขายพร้อมคนมาต่อคิวจำนวนมาก แต่พอเข้าสู่เดือนมี.ค. ตลาดเงียบสนิทอย่างรวดเร็ว ซึ่งตรงกับช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ
ปัญหาหลัก ผู้ซื้ออยากได้แต่กู้ไม่ผ่าน
อย่างไรก็ดีปัญหาสำคัญที่ทุกฝ่ายยอมรับตรงกันคือผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมีอยู่จริง แต่ไม่สามารถขอสินเชื่อผ่านธนาคารได้ โดยธนาคารหลายแห่งมีการเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อแต่ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ
ทำให้ผู้ขอสินเชื่อไม่ทราบเกณฑ์ที่แท้จริง ทำให้ผู้พัฒนาโครงการ (ดีเวลลอปเปอร์) หลายรายพยายามออกมาตรการกระตุ้นหลากหลายรูปแบบทั้งส่วนลด โปรโมชัน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เลือก ชะลอดูสถานการณ์ได้
ราคาคอนโดฯ ใหม่ — คงตัว แต่เสี่ยงถูกกดจากต้นทุนวัสดุ
สำหรับราคาขายคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่ในปีนี้ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงมากนักจากปีที่ผ่านมา แม้ว่าราคาน้ำมันและวัตถุดิบก่อสร้างจะมีความผันผวน แต่สัดส่วนต้นทุนวัสดุต่อมูลค่าโครงการโดยรวมยังไม่ได้สูงพอที่จะส่งผลกระทบระยะสั้น อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 6 เดือนหรือนานกว่านั้น ผู้พัฒนาโครงการอาจจำเป็นต้องปรับราคาขายขึ้นเพื่อรักษากำไรและรักษากำลังแรงงาน
ดีเวลลอปเปอร์ปรับกลยุทธ์ — เน้นแต่ตลาดที่มั่นใจ ไม่กระจายแบบเดิม
ท้้งนี้ดีเวลลอปเปอร์ รายใหญ่หลายรายปรับกลยุทธ์หันมาเปิดขายเฉพาะโครงการที่มั่นใจว่ามีฐานผู้ซื้อจริง ไม่กระจายเปิดทุกเซคเม้นท์และทุกทำเลเหมือนในอดีต คาดว่าแนวทางนี้จะดำเนินต่อไปอีกหลายปี ในส่วนของดีเวลลอปเปอร์ที่ยังเคลื่อนไหว พบว่ามีการปรับลดราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้น อย่างโครงการศุภาลัย ที่สุขุมวิท 39 ที่ขายหมด 100% เนื่องจากเสนอราคาที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุน
นักลงทุนตะวันออกกลาง — ยังไม่มีตัวเลขชัดเจน
อย่างไรก็ดีแม้จะมีกระแสข่าวว่านักลงทุนและผู้มีฐานะจากตะวันออกกลาง สนใจซื้ออสังหาฯ ในไทยเพื่อเป็น Safe Haven โดยมีรายงานว่ามีผู้มีฐานะย้ายเข้ามาในไทยราว 425 คน แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันในเชิงข้อมูลสาธารณะจากศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ สิ่งที่สังเกตเห็นได้คือกลุ่มชาวตะวันออกกลางเริ่มปรากฏตัวเพิ่มขึ้นในบางทำเลนอกเมืองเช่นนนทบุรี แต่อาจเป็นการย้ายจากทำเลที่ราคาสูงในเมืองออกมามากกว่าเป็นกลุ่มที่เพิ่งย้ายเข้ามาในประเทศ
ปัจจัยบวก — ท่องเที่ยวฟื้น, EV พุ่ง, เวลเนส คอมเพล็กซ์ มาแรง การท่องเที่ยวยังแข็งแกร่ง — คุณภาพนักท่องเที่ยวดีกว่าก่อนโควิด
นายนรศักดิ์ ศุภกรธนกิจ หัวหน้าฝ่ายการฝ่ายตลาดทุนและการลงทุน คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่าท่ามกลางภาวะตลาดที่ยากลำบาก ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยบวกที่ชัดเจนที่สุด โดยก่อนโควิดนักท่องเที่ยวต่างชาติเคยพีคอยู่ที่เกือบ 4 ล้านคนต่อเดือน และหลังโควิดตัวเลขก็ค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมา
ที่สำคัญกว่าปริมาณคือคุณภาพนักท่องเที่ยวกลุ่มปัจจุบันมีการใช้จ่าย ที่สูงกว่าก่อนโควิดอย่างมีนัยสำคัญ ต่างจากยุคก่อนที่มีนักท่องเที่ยวจีนแบบ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีปริมาณมากแต่การใช้จ่ายต่ำ
แม้ว่าช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาผู้ประกอบการโรงแรมเริ่มรายงานว่ามีการยกเลิกการจองห้องพักเข้ามาจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง แต่ผลกระทบกลับค่อนข้างจำกัด
เนื่องจากนักท่องเที่ยวยังคงมองว่าไทยอยู่ห่างไกลจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าว ตัวเลขนักท่องเที่ยวเดือนล่าสุดยังโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับเทศกาลสงกรานต์ล่าสุดที่จำนวนผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดโรงแรมและอสังหาฯ ในภาพรวม
ทั้งนี้ในตลาดโรงแรม นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติยังมองหาโรงแรมเพื่อเข้าซื้อและรีโนเวทเพิ่มมูลค่า แม้ว่าจะหาโรงแรมดีที่เจ้าของยินดีขายในราคาที่ยอมรับได้ค่อนข้างยาก แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการบางรายที่ต้องการเปลี่ยนทิศธุรกิจทยอยนำออกขาย
ยอดขาย EV พุ่ง 60% — สัญญาณกำลังซื้อยังมีอยู่
อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่น่าสนใจคือตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยยอดขายรถยนต์โดยรวมในปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 630,000 คัน และปีนี้คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ราว 620,000 คัน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือสัดส่วน EV ที่คาดว่าจะเติบโตสูงถึง 60% จากปีที่แล้ว
โดยมีตัวชี้วัดจากงานมอเตอร์โชว์ล่าสุดที่ยอดจองกระโดดขึ้นมาถึง 40% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้ผู้บริโภคจะเลือกจับจ่ายอย่างระมัดระวัง แต่กำลังซื้อสำหรับสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงยังคงมีอยู่
การเติบโตของ EV ยังสอดรับกับนโยบาย EV 3.0 และ 3.5 ของรัฐบาล ที่กำหนดให้ผู้ผลิต EV ที่นำเข้ามาก่อนหน้านี้ต้องเริ่มผลิตในประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมการผลิตและโลจิสติกส์ในประเทศต่อไป
เวลเนส คอมเพล็กซ์ และ สปอร์ตคอมเพล็กซ์ — เทรนด์รายย่อยที่กำลังมา
นายนรศักดิ์ ยังกล่าวถึงกระแสที่น่าจับตามองในภาคอสังหาฯ อีกกระแสหนึ่งคือการลงทุนใน เวลเนส คอมเพล็กซ์ และ สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ซึ่งนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเริ่มสนใจเข้ามามากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะหยิบพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่น โครงการเก่าหรือที่ดินว่างเปล่า มาพัฒนาเป็น คอมเพล็กซ์ขนาดกลาง
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือแสนสิริที่พัฒนา คอมเพล็กซ์ เพื่อให้บริการผู้อยู่อาศัยในหลายโครงการ รวมถึงมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการในลักษณะนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม โครงการเหล่านี้ยังเป็นขนาดกลางถึงเล็ก มูลค่าโครงการละประมาณ 100–300 ล้านบาท ไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ระดับ 1,000–2,000 ล้านบาท แต่เทรนด์ดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอนาคต
พลังงานหมุนเวียน — ปัจจัยบวกระยะยาวของไทย
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน ที่สอดรับกับแผนรัฐบาลในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและการออก PPA ใหม่ในปีนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกระยะยาวที่จะช่วยปรับโครงสร้างต้นทุนพลังงานของประเทศ ทำให้ไทยยังคงความน่าดึงดูดในสายตาของนักลงทุนต่างชาติที่มองหาฐานการผลิตที่มีความมั่นคงด้านพลังงานและห่างไกลจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
จับตานักลงทุนตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ดีกลุ่มนักลงทุนจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะจากอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังเข้ามาสำรวจและศึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมในไทยอย่างจริงจัง ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมเคมี ยาง และ Cloud Data Center โดยไทยอยู่ในรายชื่อพิจารณาร่วมกับเวียดนามและมาเลเซีย จุดแข็งของไทยคือความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และพลังงาน คาดว่ากลุ่มนี้จะใช้เวลาตัดสินใจอีกประมาณ 3–6 เดือน โดยปัจจัยที่ยังรอดูคือความยืดเยื้อของสงครามและนโยบายของประเทศต้นทาง
Bangkok Mall Event Hall — โปรเจกต์จับนักท่องเที่ยวคอนเสิร์ต
นายพงษ์พันธ์ กล่าวตอนท้ายถึงความคืบหน้าของโครงการแบง ค็อก มอลล์ ( Bangkok Mall ) ศูนย์การค้าแห่งใหม่ระดับ World Class พื้นที่ 100 ไร่ งบลงทุน 50,000 ล้านบาท ของ เดอะมอลล์กรุ๊ป ในย่านบางนา
ล่าสุดทางเจ้าของโครงการได้เปิดเผยว่าได้ร่วมทุนกับผู้ประกอบการจัดคอนเสิร์ตรายใหญ่ในโครงการ Bangkok Mall โดยจะมี Event Hall ขนาดใหญ่จุคนได้มากกว่าอิมแพค เมืองทอง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร ได้แก่ โรงแรม 2 แห่ง พื้นที่สำนักงานกว่า 40,000 ตร.ม. และพื้นที่ค้าปลีกแบบโอเพ่นแอร์ สไตล์จตุจักร ทางเดินกว้าง 10–12 เมตร รองรับทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
พร้อมเชื่อมต่อทางด่วนและรถไฟฟ้าสู่สุวรรณภูมิเมื่อเฟส 2 แล้วเสร็จในอนาคต ซึ่งโครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ใช้จ่ายในระบบนิเวศที่ครบวงจรมากขึ้น แทนที่จะเป็นเพียงการมาชมคอนเสิร์ตแล้ว กลับบ้าน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อสังหาฯไทย ปี 69 ที่ดินอุตสาหกรรมยังร้อนแรง-ออฟฟิศเสี่ยงล้นตลาด-คอนโดฝืดหนัก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th