โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไตวายฉับพลัน’ ศัตรูที่มาเร็วโดยไม่เตือน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่โรคของคนแก่!

The Bangkok Insight

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"ไตวายฉับพลัน" ศัตรูที่มาเร็วโดยไม่เตือน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่โรคของคนแก่ เช็กอาการที่ไม่ควรมองข้ามที่นี่

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด หลัง "แดนนี่ ศรีภิญโญ" นักแสดงตลกชื่อดังเสียชีวิตจากไตวายฉับพลัน โดยระบุว่า หลายคนน่าจะเห็นข่าวคุณแดนนี่ ศรีภิญโญ เสียชีวิตจากไตวายฉับพลัน ผมขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ และยังมีคนไทยอีกหลายล้านคนกำลังเสี่ยงภาวะนี้อยู่โดยไม่รู้ตัว เรื่องนี้ก็ทำให้เห็นชัดว่า "ไตวาย" ไม่ใช่โรคไกลตัวเลยครับ และไม่ได้เกิดเฉพาะคนที่ป่วยหนักมาก่อน หลายคนยังใช้ชีวิตปกติ แต่ภายในร่างกายกำลังมีความเสี่ยงสะสมอยู่ โดยเฉพาะไตที่เป็นอวัยวะสำคัญแต่ไม่ค่อยแสดงอาการจนกว่าจะสาย ผมเรียบเรียงให้ครบทุกประเด็นสำคัญ จะได้เข้าใจและเช็กตัวเองได้ทัน

ไตวายฉับพลัน

ไตวายฉับพลัน - ศัตรูที่มาเร็วโดยไม่เตือน

ไตวายฉับพลันสามารถเกิดจาก “เรื่องเล็ก” แล้วแย่ลงในไม่กี่วัน เช่น กินยาแก้ปวดต่อเนื่อง (กลุ่ม ibuprofen, naproxen) โดยไม่มีการดูแล ขาดน้ำจากท้องเสีย อาเจียน หรืออากาศร้อนจัด ดื่มน้ำน้อย การติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด รวมถึงความดันตกจากอุบัติเหตุหรือเสียเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ จุดสำคัญคือ “ไม่มีสัญญาณชัดก่อน” หลายคนเริ่มจากไม่สบายเล็กน้อยแล้วเข้าสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลวได้

ลักษณะเด่นคือ “เกิดเร็วและเห็นอาการชัด” ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน จากเดิมที่ปกติอาจแย่ลงรวดเร็ว อาการมักมาแบบเฉียบพลัน เช่น ปัสสาวะลดลง บวม เหนื่อย หรือซึม จุดสำคัญคือมักมี “ตัวกระตุ้นชัดเจน”

ไตวายเรื้อรัง - น่ากลัวเพราะมาเงียบ

ไตวายเรื้อรังใช้เวลาหลายปี ไตจะค่อย ๆ เสื่อมโดยไม่แสดงอาการชัด จนเหลือการทำงานเพียง 15–20% ก็ยังรู้สึกปกติ สาเหตุหลักในคนไทยคือ เบาหวานและความดันที่คุมไม่ดี รองลงมาคือการใช้ยาแก้ปวดสะสม และสมุนไพรหรือยาชุดที่ไม่ปลอดภัย จุดอันตรายคือ “รู้ตัวช้า” ทำให้หลายคนเข้าสู่ระยะต้องฟอกไตโดยไม่ทันตั้งตัว

ลักษณะเด่นคือ "ค่อย ๆ เสื่อมแบบไม่รู้ตัว" ใช้เวลาหลายปี โดยช่วงแรกแทบไม่มีอาการ ทำให้หลายคนใช้ชีวิตปกติทั้งที่ไตเสื่อมไปมากแล้ว มักไม่มีจุดเริ่มชัดเจนเหมือนแบบฉับพลัน

สาเหตุที่คนไทยเจอบ่อยและมักมองข้าม

หลายเคสไม่ได้มาจากโรคใหญ่ แต่เริ่มจากพฤติกรรมใกล้ตัวที่ทำซ้ำทุกวันโดยไม่รู้ตัว

  • กินยาแก้ปวดเองต่อเนื่อง เช่น ibuprofen, naproxen โดยไม่มีแพทย์ดูแล ทำลายไตแบบเงียบ ๆ
  • ขาดน้ำรุนแรง จากท้องเสีย อาเจียน หรือดื่มน้ำน้อย โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน ไตทำงานหนักจนล้มเหลวได้
  • ติดเชื้อรุนแรง โดยเฉพาะไข้สูงที่ปล่อยไว้นาน อาจลุกลามเข้ากระแสเลือดและกระทบไต
  • ยาสมุนไพรหรือยาชุดที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งหลายคนกินต่อเนื่องโดยไม่รู้ว่ามีสารที่เป็นพิษต่อไต
  • ความดันตกฉับพลัน เช่น หลังอุบัติเหตุ เสียเลือด หรือภาวะช็อก ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ

ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็น "หลายปัจจัยรวมกัน" และจุดที่อันตรายคือ มันไม่ทำให้รู้สึกเจ็บหรือผิดปกติทันที จนกว่าจะเริ่มแสดงอาการครับความต่างที่ต้องรู้ (ฉับพลัน vs เรื้อรัง)

อาการแบบนี้ = ฉุกเฉิน อย่ารอ

ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ ต้องคิดถึงไตวายทันที

  • ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่มีเลย
  • บวมเร็วที่เท้า ขา หรือหน้า
  • หอบ เหนื่อย โดยไม่มีสาเหตุชัด
  • ซึม สับสน ไม่รู้สึกตัวดี

อาการพวกนี้เกิดจากของเสียคั่งและไตไม่สามารถขับน้ำออกได้แล้ว อย่ารอดูอาการ ต้องไปโรงพยาบาลทันที เพราะยิ่งช้า โอกาสฟื้นยิ่งน้อย

สัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอก

อาการพวกนี้ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นผลจากของเสียสะสมในร่างกาย

  • อ่อนเพลียผิดปกติ - ไตเสื่อมทำให้เลือดจางและของเสียคั่ง ร่างกายไม่มีแรง
  • บวม - น้ำคั่ง เพราะไตขับน้ำไม่ได้ โดยเฉพาะหน้าและขา
  • ปัสสาวะผิดปกติ - ฟองเยอะ สีเข้ม มีเลือด หรือปริมาณลดลง
  • คลื่นไส้ เบื่ออาหาร - ของเสียในเลือดกระทบระบบย่อย
  • สมองไม่แล่น - ของเสียคั่งส่งผลต่อสมอง ทำให้มึน สับสน
  • ตะคริว ปวดขา - เกลือแร่เสียสมดุล
  • คันตามตัว - ของเสียถูกขับออกทางผิวหนังแทนไต

ถ้าใครมีหลายข้อร่วมกัน อย่าคิดว่าเรื่องเล็กนะครับ

ไตวายฉับพลัน

ค่าไต eGFR บอกอะไร และระยะไหนต้องระวัง

ค่า eGFR ใช้ดูว่าไตทำงานได้กี่เปอร์เซ็นต์

  • มากกว่า 90 = ปกติ หรือเริ่มมีความผิดปกติเล็กน้อย
  • 60 - 89 = ไตเริ่มเสื่อม ต้องติดตาม
  • 45 - 59 = เสื่อมปานกลาง
  • 30 - 44 = เสื่อมมากขึ้น (เริ่มน่ากังวล)
  • 15 - 29 = เสื่อมรุนแรง (ใกล้วิกฤต)
  • ต่ำกว่า 15 = ไตวายระยะสุดท้าย (ต้องฟอกไตหรือเปลี่ยนไต)

จุดสำคัญคือ "ตั้งแต่ต่ำกว่า 45 ลงไป" จะเริ่มควบคุมยาก และหลายคนไม่รู้ตัวจนถึงจุดนี้ นอกจากนี้ยังมีค่า Creatinine และการตรวจปัสสาวะดูโปรตีนรั่ว ที่ช่วยยืนยันว่าไตกำลังมีปัญหา

ไตวายไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่โรคของคนแก่เท่านั้น สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่อาการรุนแรง แต่คือ "การไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเสี่ยง" เพราะช่วงที่ยังไม่มีอาการ คือช่วงที่ไตกำลังเสียไปเรื่อย ๆ แบบเงียบ ๆ การตรวจสุขภาพปีละครั้ง โดยเฉพาะค่าไต เป็นเรื่องเล็กที่ช่วยให้รู้ทันก่อนสาย และอาจช่วยไม่ให้ไปถึงวันที่ต้องฟอกไตได้ครับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...