โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ด่วน! พบวัตถุปริศนา โจมตีเรือน้ำมัน นอกชายฝั่งยูเออี สหรัฐฯ ส่งทหารคุ้มกันฮอร์มุซ

Thaiger

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Thaiger ข่าวไทย

วัตถุปริศนา โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน นอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ “ทรัมป์” สั่งกองทัพส่งทหาร 1.5 หมื่นนาย คุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ

4 พ.ค. 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ AFP รายงานว่า หน่วยปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) แจ้งเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งรายงานว่าถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดในน่านน้ำนอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยระบุว่า “เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งรายงานว่าโดนโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิด” พร้อมยืนยันว่าลูกเรือทุกคนปลอดภัย

จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากเมืองฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปทางเหนือ 78 ไมล์ทะเล ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ และ UKMTO ได้ออกคำแนะนำให้เรือทุกลำที่เดินทางผ่านภูมิภาคนี้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ในการเจรจาสันติภาพ นับตั้งแต่การหยุดยิงในสงครามตะวันออกกลางมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา อิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างเข้มงวด ขณะที่สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยมาตรการปิดล้อมทางทะเล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ จะเริ่มคุ้มกันเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เปิดเผยกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่จะใช้ในภารกิจนี้ ได้แก่ เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี เครื่องบินรบทั้งบนบกและในทะเลกว่า 100 ลำ อากาศยานไร้คนขับหลากรูปแบบ และทหารจำนวน 15,000 นาย

ข้อมูลจากบริษัทข่าวกรองทางทะเล AXSMarine ระบุว่า ณ วันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา มีเรือพาณิชย์มากกว่า 900 ลำอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ลดลงจากช่วงเริ่มต้นความขัดแย้งที่มีเรืออยู่มากกว่า 1,100 ลำ สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคส่งผลกระทบต่อการเดินเรือพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา: SPACE WAR

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...