โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ติดกระดาษซ้อนทับ “แอบ” ขีดคะแนนไม่เปิดเผยภาพจำความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งปี’69

iLaw

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • iLaw

หลักการสำคัญของการนับคะแนนเลือกตั้งคือต้องทำโดย "เปิดเผย" เพื่อให้ผู้สมัคร พรรคการเมือง และประชาชนร่วมกันตรวจสอบได้ เพราะมีแต่กระบวนการที่โปร่งใสเท่านั้นที่จะป้องกันการทุจริตและทำให้ผลคะแนนที่ประกาศออกมาได้รับการยอมรับ

ในการเลือกตั้งปี 2569 ข้อเท็จจริงที่เผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียและรายงานจากอาสาสมัครสังเกตการณ์ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการนับคะแนนครั้งนี้เต็มไปด้วยข้อกังขาหลายประเด็น หลักการนับคะแนนโดยเปิดเผยไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง นอกจากการไม่อำนวยความสะดวกให้ผู้สังเกตการณ์แล้ว ยังพบปรากฏการณ์ใหม่คือการติดกระดาษซ้อนทับบอร์ดขีดคะแนน ทำให้ประชาชนไม่สามารถมองเห็นการขีดคะแนนของเจ้าหน้าที่ได้ และไม่มีใครทราบได้ว่าการนับคะแนนเป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่ ปรากฏการณ์นี้พบกระจายตัวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

กฎหมายเขียนชัด การนับคะแนนต้อง "เปิดเผย" ไม่มีข้อยกเว้น

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 หรือ "กฎหมายเลือกตั้ง" มาตรา 117 กำหนดไว้ชัดเจนว่า การนับคะแนนให้กระทํา ณ ที่เลือกตั้งโดยเปิดเผยติดต่อกันจนเสร็จสิ้น และห้ามมิให้เลื่อนหรือประวิงการนับคะแนน และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 หรือระเบียบเลือกตั้งสส.ฯ ข้อ 170 ได้ยืนยันทำนองเดียวกันว่า การนับคะแนนให้กระทำ ณ ที่เลือกตั้ง โดยเปิดเผยและติดต่อกันให้เสร็จ จะเลื่อนหรือประวิงเวลาไม่ได้

ระเบียบเดียวกัน ข้อ 171-175 กำหนดขั้นตอนการนับคะแนนของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ไว้ดังนี้

1) ให้ กปน. คนที่หนึ่ง หยิบบัตรทีละใบส่งให้ กปน. คนที่สอง

2) ให้ กปน. คนที่สองวินิจฉัย และอ่านบัตร เช่น "ดี" และอ่านหมายเลขที่ได้คะแนน พร้อมชูบัตรโดยเปิดเผยให้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้เห็น หรือ "ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด" พร้อมชูบัตรโดยเปิดเผยให้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้เห็น หรือ "เสีย" พร้อมชูบัตรโดยเปิดเผยให้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้เห็น และจดบันทึกสาเหตุที่บัตรเสียไว้ด้านหลังบัตร

3) ให้ กปน. คนที่สามขานทวน และขีดคะแนนลงในแบบขีดคะแนน สส. 5/11 และ สส. 5/11 (บช.)

4) ให้ กปน. คนที่สี่รับบัตรจาก กปน. คนที่สอง และเจาะบัตรเลือกตั้งที่วินิจฉัยและอ่านแล้ว

แม้ กปน. ทุกคนจะทำตามขั้นตอนข้างต้นครบถ้วน การดำเนินการทั้งหมดก็ยังต้องอยู่ภายใต้ข้อ 170 และมาตรา 117 ด้วย นั่นคือต้องเปิดเผยเป็นหลักตลอดกระบวนการ โดยไม่มีข้อยกเว้นทางกฎหมายให้ดำเนินขั้นตอนใดโดยปกปิดหรือปิดลับได้

คู่มือกปน. เขียนชัด ต้องไม่ติดกระดาษซ้อนแผ่น

ก่อนการเลือกตั้งปี 2569 กกต. จัดทำและเผยแพร่ คู่มือปฏิบัติงานสำหรับเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง อธิบายรายละเอียดของขั้นตอนการนับคะแนนไว้ในหน้า 48-49 ว่า

"2.3 กปน. คนที่ 3 ขานทวน และขีดคะแนนเลือกตั้งในแบบขีดคะแนนเลือกตั้ง (ส.ส. 5/11 หรือ ส.ส. 5/11 (บช))โดยเมื่อ กปน. คนที่ 2 ได้วินิจฉัยบัตรเลือกตั้งและได้อ่านว่า “ดี” หรือ “เสีย” หรือ “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือ “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” โดยให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่เลือกตั้ง เห็นการขีดคะแนนได้อย่างชัดเจน (กรณีมีผู้สมัครจำนวนมากและใช้แบบขีดคะแนนมากกว่า 1 แผ่น ให้ติดเรียงกันไม่ติดซ้อนแผ่น) "

คู่มือฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามติดแผ่น ส.ส. 5/11 ซ้อนกัน และต้องให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่เลือกตั้งเห็นการขีดคะแนนได้อย่างชัดเจน การที่ กกต. ระบุข้อห้ามนี้ไว้ แสดงว่าปัญหาการติดกระดาษซ้อนเคยเกิดขึ้นและถูกตั้งคำถามมาก่อน คู่มือจึงทำหน้าที่ยืนยันและขยายความหลักการตามกฎหมาย โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุพื้นที่จำกัด กระดานไม่พอ หรือเหตุอื่นใดก็ตาม

เลือกตั้ง'69 พบเรื่องร้องเรียนเพียบ ขีดคะแนนไม่ให้ประชาชนเห็น

ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีข้อร้องเรียนจากผู้สังเกตการณ์จำนวนมากว่า กปน. หลายหน่วยปฏิบัติไม่ถูกต้องในขั้นตอนที่ 3 คือแม้จะมีการขานทวนคะแนน แต่การขีดคะแนนลงในแบบขีดคะแนน กลับไม่ได้ทำโดยเปิดเผย

โดยเฉพาะในการขีดคะแนนสส. ระบบบัญชีรายชื่อ เมื่อมีพรรคการเมืองที่สมัครรับเลือกตั้งถึง 57 พรรค โดยแบบขีดคะแนน สส.5/11 (บช) แต่ละแผ่นมีเพียง 10 แถว ทุกหน่วยเลือกตั้งจึงต้องใช้แบบขีดคะแนนถึง 6 ใบเพื่อนับคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ และเจ้าหน้าที่กปน. หลายหน่วยตัดสินใจเลือกติดแบบขีดคะแนนให้ซ้อนทับกัน เมื่อต้องขีดคะแนนก็ต้องเปิดกระดาษขึ้นมาและ "มุด" เข้าไปขีดคะแนนด้านหลังกระดาษ ทำให้ประชาชนมองไม่เห็นว่า การขีดคะแนนนั้นถูกต้องตามคะแนนบนบัตรเลือกตั้งใบนั้นที่ประชาชนออกเสียงมาหรือไม่

ระบบรายงานเรื่องร้องเรียนความผิดปกติของเว็บไซต์ Vote62.com ได้รับรายงานเกี่ยวกับการจัดสถานที่นับคะแนนที่อยู่ห่างไกลหรือไม่มีแสงสว่าง หรือไม่ให้ความสะดวก ทำให้ผู้สังเกตการณ์มองไม่เห็นการนับคะแนนรวมอย่างน้อย 35 เรื่อง เมื่อกปน. จัดสถานที่นับคะแนนอยู่ห่างไกลก็จะส่งผลให้ผู้สังเกตการณ์มองไม่เห็นกระดานขีดคะแนนด้วย ไม่ว่าจะติดกระดาษขีดคะแนนให้ซ้อนทับกันหรือไม่ก็ตาม

ตัวอย่างเช่น

ที่ปะรำพฤกษา หน่วยเลือกตั้งที่ 7 เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "มีแสงสว่างไม่เพียงพอ มีแค่ตรงกระดานคะแนน พอฟ้ามืดใบคะแนนที่ขานมองไม่เห็นว่ากาพรรคหรือเบอร์อะไร ประกอบกับที่นั่งดูของประชาชนกับกระดานคะแนนค่อนข้างไกลมาก”

ที่ศาลาต้นโพธิ์ หมู่ที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดราชบุรี ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า"กระดานแสดงผลนับคะแนนไกลมาก มองไม่เห็นอะไรเลย ท้วงติงเจ้าหน้าที่ แต่ได้คำตอบกลับมาว่าเป็นการขัดขวางการนับคะแนน"
ที่โรงเรียนวัดพระบรมธาตุไชยา หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า"จุดนับคะแนนไกลมาก ไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่าประชาชนกาเบอร์อะไร อยากจะขานเบอร์อะไรก็ทำได้เลย"

นอกจากปัญหาสถานที่แล้ว ยังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการติดกระดาษขีดคะแนนซ้อนทับกันโดยเฉพาะอีกอย่างน้อย 34 เรื่อง โดยไม่เกี่ยวกับระยะห่างหรือแสงสว่าง แต่เป็นปัญหาที่เจ้าหน้าที่จงใจติดกระดาษซ้อนทับกัน ตัวอย่างเช่น

ที่โรงเรียนวัดใหญ่ศรีสุพรรณ หน่วยเลือกตั้งที่ 8 เขตเลือกตั้งที่ 32 กรุงเทพมหานคร ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "ทุกหน่วยในบริเวณนี้ ได้แก่ หน่วย 7 8 9 10 11 บอร์ด ส.ส. บัญชีรายชื่อ ใบขีดลงคะแนนปิดทับซ้อนกัน ประชาชนทักท้วงแล้ว เจ้าหน้าที่แจ้งว่าบอร์ดไม่พอ”

ที่ศาลาการเปรียญวัดสิงคาราม หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดกำแพงเพชร ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "มีการทับซ้อนกระดาษ ส.ส. 5/11 เป็นปึกเดียวกัน ไม่ขีดเขียนให้เห็นชัด และค่อนข้างมืด มีการกั้นเขต ทำให้มองเห็นการนับคะแนนไม่ออก”

ที่ศาลาประชาคมประจำหมู่บ้าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "การแปะกระดานนับคะแนนซ้อนกัน เจ้าหน้าที่อ้างว่ามีกระดานไม่พอและทำตามที่ กกต. แจ้งแล้ว"

ที่ศาลาบริเวณศาลเจ้าโกวบ๊อ หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดนครปฐม ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "ไม่สามารถตรวจสอบขั้นตอนการนับคะแนนได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่นำกระดาษซ้อนกันทำให้ไม่เห็นตอนขีดคะแนน ทั้งที่กระดานมีที่ว่าง"

ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "แผ่นคะแนนพรรคการเมืองทับซ้อนกัน ประท้วงแล้ว แต่ กปน. ให้เหตุผลว่า กกต. บอกพื้นที่ไม่พอ แนะนำให้ทำแบบนี้"

ที่ปะรำบริเวณสวนสาธารณะหมู่บ้านฟ้าปิยรมย์ เรือนพนา (เฟส 5) หน่วยเลือกตั้งที่ 8 เขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดปทุมธานี ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "กระดาษแผ่นใหญ่ที่ติดหลายใบซ้อนทับกัน ทำให้มองไม่เห็นว่าลงคะแนนถูกต้องหรือไม่"

ที่เต็นท์ชั่วคราวลานจอดรถหน้าคร๊อกโคไดล์ ร๊อค โรงแรมพิจิตรพลาซ่า หน่วยเลือกตั้งที่ 14 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดพิจิตร ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "เจ้าหน้าที่แปะกระดาษแสดงคะแนนทับกัน โดยเริ่มจากแผ่นลำดับที่ 31 เป็นแผ่นแรก ทำให้เห็นคะแนนพรรคภูมิใจไทยก่อน ส่วนแผ่นอื่นๆ ไม่เห็นชื่อพรรคเลย"

ที่บริเวณที่จอดรถโรงพยาบาลแพร่-ราม หน่วยเลือกตั้งที่ 26 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดแพร่ ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า"กระดาษคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ติดซ้อนกัน มองไม่ถนัดเวลาเจ้าหน้าที่ขีดคะแนน พอแวะไปดูอีกหน่วยใกล้เคียง ก็ติดกระดาษซ้อนแบบนี้เหมือนกัน หน่วยนั้นมุดกระดาษจนมองไม่เห็นเวลาขีดคะแนน"

ที่เต็นท์หน้าอาคารเอกาทศรถ โรงเรียนอนุบาลพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ หมู่ที่ 5 หน่วยเลือกตั้งที่ 8 เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "เจ้าหน้าที่ติดกระดาษซ้อน 3 ชั้น ทำให้ไม่เห็นว่าคะแนนถูกเขียนหรือไม่ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า กกต. อบรมมาแบบนี้"

ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร หน่วยเลือกตั้งที่ 23 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดสมุทรสาคร ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "บัตรชมพู การขีดเส้นนับคะแนนเป็นการเปิดและมุดใต้กระดาษไปขีด มองไม่เห็นเลยว่าขีดหรือไม่ขีด ยืนอยู่ไกลมองไม่เห็นเลยว่ากาอะไร"

ผู้สังเกตการณ์ยังส่งภาพถ่ายที่บันทึกพฤติกรรมของ กปน. ที่จงใจติดแบบขีดคะแนนซ้อนทับกัน จนประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า กปน. คนที่สามขีดคะแนนถูกต้องตรงตามบัตรเลือกตั้งหรือไม่ ดังตัวอย่าง

ภาพสนั่นโซเชียล บางเขตยอมแก้ไข พร้อมอ้าง กกต. ให้ติดกระดาษซ้อนได้

ในช่วงการนับคะแนน อาสาสมัครประชาชนจำนวนมากที่ไปยืนสังเกตการณ์หน้าหน่วยได้ถ่ายภาพและคลิปวิดีโอการติดกระดาษขีดคะแนนซ้อนทับกันโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เมื่อภาพเหล่านี้แพร่กระจายออกไปจำนวนมาก ความไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการเลือกตั้งก็พุ่งสูงขึ้นตามมา

ตัวอย่างเช่น บนทวิตเตอร์ชื่อ Mgdjijv โพสต์ข้อความว่า "พบความผิดปกติที่หาดใหญ่ เขต 2 วัดฉือฉาง … กรรมการนับคะแนนไม่ขีดคะแนนให้ประชาชนเห็น …." พร้อมภาพการติดกระดาษขีดคะแนนซ้อนกัน และมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งล้วงมือเข้าไปด้านหลังแผ่นกระดาษแต่ไม่ชัดเจนว่ากำลังทำอะไร

บนติ๊กต่อก มีบัญชีชื่อ Asiaff_ เผยแพร่การนับคะแนนที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เห็นเจ้าหน้าที่ยกแผ่นกระดาษขึ้นและมุดเข้าไปด้านหลัง ประชาชนมองไม่เห็นแม้กระทั่งว่ามีการขีดคะแนนตามที่ขานหรือไม่ ทั้งที่บนกระดานยังมีพื้นที่ว่างเหลืออยู่ข้างๆ หากติดกระดาษ ส.ส. 5/11 (บช.) กระจายออกไปก็ไม่จำเป็นต้องซ้อนทับกัน คลิปนี้ถูกแชร์และแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง

เช่นเดียวกับภาพที่ปรากฏคลิปจากบัญชีชื่อ namthipp218 จากเขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากระดานยังมีพื้นที่ว่างเพียงพอที่จะติดกระดาษโดยไม่ต้องซ้อนทับ นอกจากนี้ยังมีคลิปลักษณะเดียวกันอีกหลายชิ้นพร้อมกระแสแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

ขณะที่มีการเผยแพร่คลิประหว่างการนับคะแนนที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อผู้สังเกตการณ์ทักท้วงถามว่าทำไมถึงติดกระดาษซ้อนกัน เจ้าหน้าที่ชุดกากีเดินมากล่าวว่า "มันเป็นแบบของอำเภอนะคะ ผู้สังเกตการณ์ก็คือดูการทำงานเฉยๆ ค่ะ อันนี้คือแบบที่นายอำเภอส่งมาค่ะ" พร้อมกับเสียงอีกคนพูดเป็นภาษาอีสานว่า "เฮ็ดตามอำเภอส่งตัวอย่างมาให้เบิ่งจ้ะ"

คลิปอีกชิ้นหนึ่งจากจังหวัดสุพรรณบุรี โพสต์โดยผู้ใช้ชื่อ "เกิดมาช็อป" บันทึกช่วงเริ่มการนับคะแนนที่ผู้สังเกตการณ์ขอให้เจ้าหน้าที่ขยับกระดานและติดกระดาษใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่รับปากว่าจะแก้ไข สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือช่องความคิดเห็น มีหลายคนเล่าว่าพบเหตุการณ์ทำนองเดียวกันในหน่วยอื่น และมีผู้อ้างตัวเป็น กปน. ใช้ชื่อว่า MEEN คอมเมนต์ว่า "จากที่ผมไปอบรมมาสามารถแปะทับซ้อนแบบนี้ได้ครับ แต่ระหว่างการนับคะแนนต้องเปิดให้ประชาชนเห็นชัดเจนว่าขีดถูกพรรคมั้ย…" และอีกคนใช้ชื่อว่า V.Sniper.2120 แสดงความเห็นว่า"ผมถามหัวหน้าหน่วยแล้ว ไม่ใช่พื้นที่ไม่พอหรอกครับ โดนสั่งมาให้ทำแบบนี้"

หากเชื่อตามหลักฐานที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว ก็หมายความว่าบางเขตหรือบางพื้นที่มีการสั่งการให้ กปน. ติดกระดาษ ส.ส. 5/11 (บช.) ซ้อนทับกันโดยเจตนา จนประชาชนไม่สามารถเห็นการขีดคะแนนได้ ซึ่งเป็นคำสั่งที่ขัดทั้งกฎหมายที่กำหนดให้การนับคะแนน "ต้องเปิดเผย" โดยไม่มีข้อยกเว้น และขัดคู่มือปฏิบัติงานของ กกต. ที่ห้ามติดกระดาษซ้อนแผ่น คำอธิบายที่ออกมาจากปากเจ้าหน้าที่จึงต้องถูกทำให้เป็นประเด็น และ กกต. ต้องตั้งคณะกรรมการสืบสวนว่ามีการสั่งการเช่นนี้จริงหรือไม่ มีหน่วยใดที่ผู้สังเกตการณ์ทักท้วงแล้วแต่ยังไม่แก้ไขหรือไม่ และหากมีก็ต้องถือว่าเจ้าหน้าที่ที่จงใจกระทำเช่นนั้นมีความผิด

อย่างไรก็ดี ในการเลือกตั้งปี 2569 พรรคการเมืองขนาดใหญ่ต่างได้หมายเลขที่ห่างกัน เช่น พรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 9 พรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 27 พรรคภูมิใจไทย ได้หมายเลข 37 และพรรคประชาชน ได้หมายเลข 46 ซึ่งหมายความว่าแต่ละพรรคอยู่บนกระดาษคนละแผ่น หากเจ้าหน้าที่มีเจตนาไม่สุจริต ได้ยินการขานคะแนนของพรรคหนึ่งแล้วขีดให้อีกพรรค ก็ต้องเปิดกระดาษคนละแผ่น ซึ่งผู้สังเกตการณ์ที่จับตาอยู่อาจสังเกตเห็นพิรุธได้ทัน หรือหากเจ้าหน้าที่มุดเข้าไปใต้กระดาษโดยไม่ขีดคะแนนใดๆ เลย ก็อาจทำให้ผลรวมผู้มาใช้สิทธิกับคะแนนรวมที่ประกาศออกมาไม่ตรงกัน หรือเกิดปรากฏการณ์ "บัตรเขย่ง"

การติดกระดาษ ส.ส. 5/11 (บช.) ซ้อนทับกันจนผู้สังเกตการณ์มองไม่เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นการปฏิบัติที่ผิดอย่างชัดเจน แต่หากจะสรุปว่ามีเจตนาทุจริต ก็ต้องอาศัยหลักฐานและข้อเท็จจริงอื่นมาประกอบด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...