ติดกระดาษซ้อนทับ “แอบ” ขีดคะแนนไม่เปิดเผยภาพจำความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งปี’69
หลักการสำคัญของการนับคะแนนเลือกตั้งคือต้องทำโดย "เปิดเผย" เพื่อให้ผู้สมัคร พรรคการเมือง และประชาชนร่วมกันตรวจสอบได้ เพราะมีแต่กระบวนการที่โปร่งใสเท่านั้นที่จะป้องกันการทุจริตและทำให้ผลคะแนนที่ประกาศออกมาได้รับการยอมรับ
ในการเลือกตั้งปี 2569 ข้อเท็จจริงที่เผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียและรายงานจากอาสาสมัครสังเกตการณ์ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการนับคะแนนครั้งนี้เต็มไปด้วยข้อกังขาหลายประเด็น หลักการนับคะแนนโดยเปิดเผยไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง นอกจากการไม่อำนวยความสะดวกให้ผู้สังเกตการณ์แล้ว ยังพบปรากฏการณ์ใหม่คือการติดกระดาษซ้อนทับบอร์ดขีดคะแนน ทำให้ประชาชนไม่สามารถมองเห็นการขีดคะแนนของเจ้าหน้าที่ได้ และไม่มีใครทราบได้ว่าการนับคะแนนเป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่ ปรากฏการณ์นี้พบกระจายตัวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
กฎหมายเขียนชัด การนับคะแนนต้อง "เปิดเผย" ไม่มีข้อยกเว้น
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 หรือ "กฎหมายเลือกตั้ง" มาตรา 117 กำหนดไว้ชัดเจนว่า การนับคะแนนให้กระทํา ณ ที่เลือกตั้งโดยเปิดเผยติดต่อกันจนเสร็จสิ้น และห้ามมิให้เลื่อนหรือประวิงการนับคะแนน และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 หรือระเบียบเลือกตั้งสส.ฯ ข้อ 170 ได้ยืนยันทำนองเดียวกันว่า การนับคะแนนให้กระทำ ณ ที่เลือกตั้ง โดยเปิดเผยและติดต่อกันให้เสร็จ จะเลื่อนหรือประวิงเวลาไม่ได้
ระเบียบเดียวกัน ข้อ 171-175 กำหนดขั้นตอนการนับคะแนนของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ไว้ดังนี้
1) ให้ กปน. คนที่หนึ่ง หยิบบัตรทีละใบส่งให้ กปน. คนที่สอง
2) ให้ กปน. คนที่สองวินิจฉัย และอ่านบัตร เช่น "ดี" และอ่านหมายเลขที่ได้คะแนน พร้อมชูบัตรโดยเปิดเผยให้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้เห็น หรือ "ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด" พร้อมชูบัตรโดยเปิดเผยให้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้เห็น หรือ "เสีย" พร้อมชูบัตรโดยเปิดเผยให้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้เห็น และจดบันทึกสาเหตุที่บัตรเสียไว้ด้านหลังบัตร
3) ให้ กปน. คนที่สามขานทวน และขีดคะแนนลงในแบบขีดคะแนน สส. 5/11 และ สส. 5/11 (บช.)
4) ให้ กปน. คนที่สี่รับบัตรจาก กปน. คนที่สอง และเจาะบัตรเลือกตั้งที่วินิจฉัยและอ่านแล้ว
แม้ กปน. ทุกคนจะทำตามขั้นตอนข้างต้นครบถ้วน การดำเนินการทั้งหมดก็ยังต้องอยู่ภายใต้ข้อ 170 และมาตรา 117 ด้วย นั่นคือต้องเปิดเผยเป็นหลักตลอดกระบวนการ โดยไม่มีข้อยกเว้นทางกฎหมายให้ดำเนินขั้นตอนใดโดยปกปิดหรือปิดลับได้
คู่มือกปน. เขียนชัด ต้องไม่ติดกระดาษซ้อนแผ่น
ก่อนการเลือกตั้งปี 2569 กกต. จัดทำและเผยแพร่ คู่มือปฏิบัติงานสำหรับเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง อธิบายรายละเอียดของขั้นตอนการนับคะแนนไว้ในหน้า 48-49 ว่า
"2.3 กปน. คนที่ 3 ขานทวน และขีดคะแนนเลือกตั้งในแบบขีดคะแนนเลือกตั้ง (ส.ส. 5/11 หรือ ส.ส. 5/11 (บช))โดยเมื่อ กปน. คนที่ 2 ได้วินิจฉัยบัตรเลือกตั้งและได้อ่านว่า “ดี” หรือ “เสีย” หรือ “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือ “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” โดยให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่เลือกตั้ง เห็นการขีดคะแนนได้อย่างชัดเจน (กรณีมีผู้สมัครจำนวนมากและใช้แบบขีดคะแนนมากกว่า 1 แผ่น ให้ติดเรียงกันไม่ติดซ้อนแผ่น) "
คู่มือฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามติดแผ่น ส.ส. 5/11 ซ้อนกัน และต้องให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่เลือกตั้งเห็นการขีดคะแนนได้อย่างชัดเจน การที่ กกต. ระบุข้อห้ามนี้ไว้ แสดงว่าปัญหาการติดกระดาษซ้อนเคยเกิดขึ้นและถูกตั้งคำถามมาก่อน คู่มือจึงทำหน้าที่ยืนยันและขยายความหลักการตามกฎหมาย โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุพื้นที่จำกัด กระดานไม่พอ หรือเหตุอื่นใดก็ตาม
เลือกตั้ง'69 พบเรื่องร้องเรียนเพียบ ขีดคะแนนไม่ให้ประชาชนเห็น
ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีข้อร้องเรียนจากผู้สังเกตการณ์จำนวนมากว่า กปน. หลายหน่วยปฏิบัติไม่ถูกต้องในขั้นตอนที่ 3 คือแม้จะมีการขานทวนคะแนน แต่การขีดคะแนนลงในแบบขีดคะแนน กลับไม่ได้ทำโดยเปิดเผย
โดยเฉพาะในการขีดคะแนนสส. ระบบบัญชีรายชื่อ เมื่อมีพรรคการเมืองที่สมัครรับเลือกตั้งถึง 57 พรรค โดยแบบขีดคะแนน สส.5/11 (บช) แต่ละแผ่นมีเพียง 10 แถว ทุกหน่วยเลือกตั้งจึงต้องใช้แบบขีดคะแนนถึง 6 ใบเพื่อนับคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ และเจ้าหน้าที่กปน. หลายหน่วยตัดสินใจเลือกติดแบบขีดคะแนนให้ซ้อนทับกัน เมื่อต้องขีดคะแนนก็ต้องเปิดกระดาษขึ้นมาและ "มุด" เข้าไปขีดคะแนนด้านหลังกระดาษ ทำให้ประชาชนมองไม่เห็นว่า การขีดคะแนนนั้นถูกต้องตามคะแนนบนบัตรเลือกตั้งใบนั้นที่ประชาชนออกเสียงมาหรือไม่
ระบบรายงานเรื่องร้องเรียนความผิดปกติของเว็บไซต์ Vote62.com ได้รับรายงานเกี่ยวกับการจัดสถานที่นับคะแนนที่อยู่ห่างไกลหรือไม่มีแสงสว่าง หรือไม่ให้ความสะดวก ทำให้ผู้สังเกตการณ์มองไม่เห็นการนับคะแนนรวมอย่างน้อย 35 เรื่อง เมื่อกปน. จัดสถานที่นับคะแนนอยู่ห่างไกลก็จะส่งผลให้ผู้สังเกตการณ์มองไม่เห็นกระดานขีดคะแนนด้วย ไม่ว่าจะติดกระดาษขีดคะแนนให้ซ้อนทับกันหรือไม่ก็ตาม
ตัวอย่างเช่น
ที่ปะรำพฤกษา หน่วยเลือกตั้งที่ 7 เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "มีแสงสว่างไม่เพียงพอ มีแค่ตรงกระดานคะแนน พอฟ้ามืดใบคะแนนที่ขานมองไม่เห็นว่ากาพรรคหรือเบอร์อะไร ประกอบกับที่นั่งดูของประชาชนกับกระดานคะแนนค่อนข้างไกลมาก”
ที่ศาลาต้นโพธิ์ หมู่ที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดราชบุรี ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า"กระดานแสดงผลนับคะแนนไกลมาก มองไม่เห็นอะไรเลย ท้วงติงเจ้าหน้าที่ แต่ได้คำตอบกลับมาว่าเป็นการขัดขวางการนับคะแนน"
ที่โรงเรียนวัดพระบรมธาตุไชยา หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า"จุดนับคะแนนไกลมาก ไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่าประชาชนกาเบอร์อะไร อยากจะขานเบอร์อะไรก็ทำได้เลย"
นอกจากปัญหาสถานที่แล้ว ยังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการติดกระดาษขีดคะแนนซ้อนทับกันโดยเฉพาะอีกอย่างน้อย 34 เรื่อง โดยไม่เกี่ยวกับระยะห่างหรือแสงสว่าง แต่เป็นปัญหาที่เจ้าหน้าที่จงใจติดกระดาษซ้อนทับกัน ตัวอย่างเช่น
ที่โรงเรียนวัดใหญ่ศรีสุพรรณ หน่วยเลือกตั้งที่ 8 เขตเลือกตั้งที่ 32 กรุงเทพมหานคร ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "ทุกหน่วยในบริเวณนี้ ได้แก่ หน่วย 7 8 9 10 11 บอร์ด ส.ส. บัญชีรายชื่อ ใบขีดลงคะแนนปิดทับซ้อนกัน ประชาชนทักท้วงแล้ว เจ้าหน้าที่แจ้งว่าบอร์ดไม่พอ”
ที่ศาลาการเปรียญวัดสิงคาราม หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดกำแพงเพชร ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "มีการทับซ้อนกระดาษ ส.ส. 5/11 เป็นปึกเดียวกัน ไม่ขีดเขียนให้เห็นชัด และค่อนข้างมืด มีการกั้นเขต ทำให้มองเห็นการนับคะแนนไม่ออก”
ที่ศาลาประชาคมประจำหมู่บ้าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "การแปะกระดานนับคะแนนซ้อนกัน เจ้าหน้าที่อ้างว่ามีกระดานไม่พอและทำตามที่ กกต. แจ้งแล้ว"
ที่ศาลาบริเวณศาลเจ้าโกวบ๊อ หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดนครปฐม ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "ไม่สามารถตรวจสอบขั้นตอนการนับคะแนนได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่นำกระดาษซ้อนกันทำให้ไม่เห็นตอนขีดคะแนน ทั้งที่กระดานมีที่ว่าง"
ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "แผ่นคะแนนพรรคการเมืองทับซ้อนกัน ประท้วงแล้ว แต่ กปน. ให้เหตุผลว่า กกต. บอกพื้นที่ไม่พอ แนะนำให้ทำแบบนี้"
ที่ปะรำบริเวณสวนสาธารณะหมู่บ้านฟ้าปิยรมย์ เรือนพนา (เฟส 5) หน่วยเลือกตั้งที่ 8 เขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดปทุมธานี ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "กระดาษแผ่นใหญ่ที่ติดหลายใบซ้อนทับกัน ทำให้มองไม่เห็นว่าลงคะแนนถูกต้องหรือไม่"
ที่เต็นท์ชั่วคราวลานจอดรถหน้าคร๊อกโคไดล์ ร๊อค โรงแรมพิจิตรพลาซ่า หน่วยเลือกตั้งที่ 14 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดพิจิตร ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "เจ้าหน้าที่แปะกระดาษแสดงคะแนนทับกัน โดยเริ่มจากแผ่นลำดับที่ 31 เป็นแผ่นแรก ทำให้เห็นคะแนนพรรคภูมิใจไทยก่อน ส่วนแผ่นอื่นๆ ไม่เห็นชื่อพรรคเลย"
ที่บริเวณที่จอดรถโรงพยาบาลแพร่-ราม หน่วยเลือกตั้งที่ 26 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดแพร่ ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า"กระดาษคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ติดซ้อนกัน มองไม่ถนัดเวลาเจ้าหน้าที่ขีดคะแนน พอแวะไปดูอีกหน่วยใกล้เคียง ก็ติดกระดาษซ้อนแบบนี้เหมือนกัน หน่วยนั้นมุดกระดาษจนมองไม่เห็นเวลาขีดคะแนน"
ที่เต็นท์หน้าอาคารเอกาทศรถ โรงเรียนอนุบาลพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ หมู่ที่ 5 หน่วยเลือกตั้งที่ 8 เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "เจ้าหน้าที่ติดกระดาษซ้อน 3 ชั้น ทำให้ไม่เห็นว่าคะแนนถูกเขียนหรือไม่ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า กกต. อบรมมาแบบนี้"
ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร หน่วยเลือกตั้งที่ 23 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดสมุทรสาคร ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า "บัตรชมพู การขีดเส้นนับคะแนนเป็นการเปิดและมุดใต้กระดาษไปขีด มองไม่เห็นเลยว่าขีดหรือไม่ขีด ยืนอยู่ไกลมองไม่เห็นเลยว่ากาอะไร"
ผู้สังเกตการณ์ยังส่งภาพถ่ายที่บันทึกพฤติกรรมของ กปน. ที่จงใจติดแบบขีดคะแนนซ้อนทับกัน จนประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า กปน. คนที่สามขีดคะแนนถูกต้องตรงตามบัตรเลือกตั้งหรือไม่ ดังตัวอย่าง
ภาพสนั่นโซเชียล บางเขตยอมแก้ไข พร้อมอ้าง กกต. ให้ติดกระดาษซ้อนได้
ในช่วงการนับคะแนน อาสาสมัครประชาชนจำนวนมากที่ไปยืนสังเกตการณ์หน้าหน่วยได้ถ่ายภาพและคลิปวิดีโอการติดกระดาษขีดคะแนนซ้อนทับกันโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เมื่อภาพเหล่านี้แพร่กระจายออกไปจำนวนมาก ความไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการเลือกตั้งก็พุ่งสูงขึ้นตามมา
ตัวอย่างเช่น บนทวิตเตอร์ชื่อ Mgdjijv โพสต์ข้อความว่า "พบความผิดปกติที่หาดใหญ่ เขต 2 วัดฉือฉาง … กรรมการนับคะแนนไม่ขีดคะแนนให้ประชาชนเห็น …." พร้อมภาพการติดกระดาษขีดคะแนนซ้อนกัน และมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งล้วงมือเข้าไปด้านหลังแผ่นกระดาษแต่ไม่ชัดเจนว่ากำลังทำอะไร
บนติ๊กต่อก มีบัญชีชื่อ Asiaff_ เผยแพร่การนับคะแนนที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เห็นเจ้าหน้าที่ยกแผ่นกระดาษขึ้นและมุดเข้าไปด้านหลัง ประชาชนมองไม่เห็นแม้กระทั่งว่ามีการขีดคะแนนตามที่ขานหรือไม่ ทั้งที่บนกระดานยังมีพื้นที่ว่างเหลืออยู่ข้างๆ หากติดกระดาษ ส.ส. 5/11 (บช.) กระจายออกไปก็ไม่จำเป็นต้องซ้อนทับกัน คลิปนี้ถูกแชร์และแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง
เช่นเดียวกับภาพที่ปรากฏคลิปจากบัญชีชื่อ namthipp218 จากเขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากระดานยังมีพื้นที่ว่างเพียงพอที่จะติดกระดาษโดยไม่ต้องซ้อนทับ นอกจากนี้ยังมีคลิปลักษณะเดียวกันอีกหลายชิ้นพร้อมกระแสแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
ขณะที่มีการเผยแพร่คลิประหว่างการนับคะแนนที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อผู้สังเกตการณ์ทักท้วงถามว่าทำไมถึงติดกระดาษซ้อนกัน เจ้าหน้าที่ชุดกากีเดินมากล่าวว่า "มันเป็นแบบของอำเภอนะคะ ผู้สังเกตการณ์ก็คือดูการทำงานเฉยๆ ค่ะ อันนี้คือแบบที่นายอำเภอส่งมาค่ะ" พร้อมกับเสียงอีกคนพูดเป็นภาษาอีสานว่า "เฮ็ดตามอำเภอส่งตัวอย่างมาให้เบิ่งจ้ะ"
คลิปอีกชิ้นหนึ่งจากจังหวัดสุพรรณบุรี โพสต์โดยผู้ใช้ชื่อ "เกิดมาช็อป" บันทึกช่วงเริ่มการนับคะแนนที่ผู้สังเกตการณ์ขอให้เจ้าหน้าที่ขยับกระดานและติดกระดาษใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่รับปากว่าจะแก้ไข สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือช่องความคิดเห็น มีหลายคนเล่าว่าพบเหตุการณ์ทำนองเดียวกันในหน่วยอื่น และมีผู้อ้างตัวเป็น กปน. ใช้ชื่อว่า MEEN คอมเมนต์ว่า "จากที่ผมไปอบรมมาสามารถแปะทับซ้อนแบบนี้ได้ครับ แต่ระหว่างการนับคะแนนต้องเปิดให้ประชาชนเห็นชัดเจนว่าขีดถูกพรรคมั้ย…" และอีกคนใช้ชื่อว่า V.Sniper.2120 แสดงความเห็นว่า"ผมถามหัวหน้าหน่วยแล้ว ไม่ใช่พื้นที่ไม่พอหรอกครับ โดนสั่งมาให้ทำแบบนี้"
หากเชื่อตามหลักฐานที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว ก็หมายความว่าบางเขตหรือบางพื้นที่มีการสั่งการให้ กปน. ติดกระดาษ ส.ส. 5/11 (บช.) ซ้อนทับกันโดยเจตนา จนประชาชนไม่สามารถเห็นการขีดคะแนนได้ ซึ่งเป็นคำสั่งที่ขัดทั้งกฎหมายที่กำหนดให้การนับคะแนน "ต้องเปิดเผย" โดยไม่มีข้อยกเว้น และขัดคู่มือปฏิบัติงานของ กกต. ที่ห้ามติดกระดาษซ้อนแผ่น คำอธิบายที่ออกมาจากปากเจ้าหน้าที่จึงต้องถูกทำให้เป็นประเด็น และ กกต. ต้องตั้งคณะกรรมการสืบสวนว่ามีการสั่งการเช่นนี้จริงหรือไม่ มีหน่วยใดที่ผู้สังเกตการณ์ทักท้วงแล้วแต่ยังไม่แก้ไขหรือไม่ และหากมีก็ต้องถือว่าเจ้าหน้าที่ที่จงใจกระทำเช่นนั้นมีความผิด
อย่างไรก็ดี ในการเลือกตั้งปี 2569 พรรคการเมืองขนาดใหญ่ต่างได้หมายเลขที่ห่างกัน เช่น พรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 9 พรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 27 พรรคภูมิใจไทย ได้หมายเลข 37 และพรรคประชาชน ได้หมายเลข 46 ซึ่งหมายความว่าแต่ละพรรคอยู่บนกระดาษคนละแผ่น หากเจ้าหน้าที่มีเจตนาไม่สุจริต ได้ยินการขานคะแนนของพรรคหนึ่งแล้วขีดให้อีกพรรค ก็ต้องเปิดกระดาษคนละแผ่น ซึ่งผู้สังเกตการณ์ที่จับตาอยู่อาจสังเกตเห็นพิรุธได้ทัน หรือหากเจ้าหน้าที่มุดเข้าไปใต้กระดาษโดยไม่ขีดคะแนนใดๆ เลย ก็อาจทำให้ผลรวมผู้มาใช้สิทธิกับคะแนนรวมที่ประกาศออกมาไม่ตรงกัน หรือเกิดปรากฏการณ์ "บัตรเขย่ง"
การติดกระดาษ ส.ส. 5/11 (บช.) ซ้อนทับกันจนผู้สังเกตการณ์มองไม่เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นการปฏิบัติที่ผิดอย่างชัดเจน แต่หากจะสรุปว่ามีเจตนาทุจริต ก็ต้องอาศัยหลักฐานและข้อเท็จจริงอื่นมาประกอบด้วย