“สหรัฐ” คว่ำบาตร 35 ราย โยงเครือข่ายธนาคารเงาอิหร่าน เตือนเสี่ยงโดนลงโทษ
"สหรัฐ" คว่ำบาตร 35 เครือข่ายธนาคารเงาอิหร่าน ซึ่งใช้หลบเลี่ยงมาตรการและอำนวยความสะดวกค้าขายน้ำมัน เตือนเสี่ยงโดนลงโทษ
วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 01.20 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยประกาศคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลรวม 35 ราย ที่เกี่ยวข้องกับระบบธนาคารเงาของอิหร่าน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นช่องทางหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และสนับสนุนกิจกรรมของกองทัพ รวมถึงเครือข่ายที่สหรัฐ ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
OFAC ภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวมีบทบาทในการเคลื่อนย้ายเงินมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านระบบการเงินระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขายน้ำมัน การจัดซื้อชิ้นส่วนอาวุธ และการโอนเงินไปยังกลุ่มตัวแทนของอิหร่านในภูมิภาค
นอกจากนี้ สหรัฐยังเตือนสถาบันการเงินทั่วโลกว่า อาจเผชิญความเสี่ยงถูกคว่ำบาตร หากมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่จ่ายค่าผ่านทางให้รัฐบาลอิหร่านหรือ IRGC เพื่อให้เรือสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยเฉพาะโรงกลั่นน้ำมันอิสระของจีน หรือ teapot refineries ในมณฑลซานตง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน
มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ยังมุ่งเป้าไปที่บริษัทเอกชนและเครือข่าย rahbar ซึ่งทำหน้าที่จัดตั้งบริษัทบังหน้าในต่างประเทศ เพื่อช่วยให้ธุรกรรมของอิหร่านสามารถดำเนินต่อไปได้ แม้จะถูกตัดออกจากระบบการเงินตะวันตก โดยบางบริษัทมีความเชื่อมโยงกับธนาคารสำคัญของอิหร่าน เช่น Bank Sina และ Bank Sepah ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนโครงการขีปนาวุธ
ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นมา สหรัฐได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านไปแล้วมากกว่า 1,000 รายการ ครอบคลุมบุคคล เรือ และอากาศยาน เพื่อพยายามตัดแหล่งรายได้ของรัฐบาลเตหะราน โดยเฉพาะจากการส่งออกน้ำมัน ซึ่งจีนยังคงเป็นผู้ซื้อหลักคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80%
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน โดยการเจรจายังไม่คืบหน้า ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อข้อเสนอจากอิหร่านที่ต้องการเลื่อนการหารือประเด็นนิวเคลียร์ออกไป
ด้านรัฐมนตรีคลังสหรัฐเตือนว่า ระบบการเงินเงาของอิหร่านเป็นเส้นเลือดหลักที่หล่อเลี้ยงกองทัพ และเป็นปัจจัยที่บั่นทอนเสถียรภาพการค้าโลก พร้อมย้ำว่าทุกสถาบันที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้มีความเสี่ยงเผชิญมาตรการลงโทษอย่างรุนแรงจากสหรัฐ
อ้างอิง : reuters.com