โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“หาดทิพย์”คาดสงครามทุบกำไร 100 ล. ชูขวดแก้วสู้เม็ดพลาสติกขาด-ขึ้นราคา

Manager Online

เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ผู้จัดการรายวัน 360 – “หาดทิพย์” ปรับแผนรับมือ ปัจจัยลบ ชี้สงครามสหรัฐ-อิหร่านหนักกว่า ช่วงโควิดระบาด และหนักกว่าสงครามรัสเซียยูเครน กระอักต้นทุุนพุ่งพรวดพราด จากราคาน้ำมันพุ่งและขาดแคลน เร่งมือขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วรุกตลาด ชี้กรณีหนักสุด คาดกระทบกำไรปีนี้ 100 ล้านบาท

พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือโคคาโคลา ในภาคใต้ของไทย เปิดเผยว่า หาดทิพย์ขอยืนยันว่า ภายในเดือนเมษายนปีนี้ บริษัทยังไม่มีการปรับราคาผลิตภัณฑ์ขึ้นแน่นอน หากเรายังสามารถบริหารจัดการต้นทุน มาร์จิ้น และกำไรได้อยู่ แม้ว่าจะเป็นสินค้าที่สามารถปรับราคาได้ โดยที่ต้องปรึกษาและแจ้งเรื่องทางกรมการค้าภายในก่อนก็ตาม แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆก็คงต้องขึ้น แต่ตอนนี้ผมมีความเชื่อมั่นว่า เรายังบริหารจัดการได้ ยังมีกำไรอยู่

ปีนี้หลังจากไตรมาส1 ผลกระทบของภาษีน้ำตาลมาครบรอบแล้ว โดนเต็มไปแล้วจากนี้มันก็ไม่หนักแล้ว แต่ตอนนี้ราคาน้ำมันก็ขึ้น เม็ดพลาสติกก็ขึ้นราคาทันทีเลย กระทบกับบรรจุภัณฑ์แน่นอน แต่หาดทิพย์เองยังมีตัวเลือกบรรจุภัณฑ์อื่นเช่น กระป๋อง หรือขวดแก้วที่เราเลือกได้ ซึ่งตอนนี้่ถือเป็นโอกาสดีที่จะรีบเตรียมการรับมือ แต่ต้องดูทั้งซัพพลายเชนว่าจะเอาบรรจุภัณฑ์ไปวางที่เชลฟ์ให้มากที่สุดได้อย่างไร

“หากเปรียบเทียบกันแล้ว ตอนที่เกิดสงครามรัสเซียกับยูเครนเราไม่ได้กระทบมาก ส่วนช่วงโควิดระบาดหนักก็กระทบมาก แต่ครั้งนี้สงครามระหว่างอเมริกากับอิหร่านรวมทั้้งปัญหาราคาน้ำมันและการขาดแคลนน้ำมัน ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตอย่างมาก ยอมรับว่าส่งผลกระทบอย่างมาก สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ก็คือ ตัวเราที่ต้องปรับตัวภายในองค์กรของเราเอง เพื่อรักษาระดับของมาร์จิ้นไว้ ต้องเน้นเรื่องการบริหารจัดการต้นทุน เพราะตอนนี้ต้นทุนการผลิตสินค้าทุกอย่งสูงขึ้นแล้ว ซึ่งเราควบคุมไม่ได้เพราะเป็นปัจจัยภายนอก”

ทั้งนี้วันนี้ (24 มีนาคม) เป็นเดทไลน์ที่ โดนัล ทรัมป์ กำหนดเกี่ยวกับเรื่องการเปิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก็คงต้องจับตาดูว่า อิหร่านจะให้คำตอบเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งจะมีผลที่จะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นไปอีก ในทัศนะของผมมองว่า สงครามไม่ดีแน่ ไม่ว่าจะจบอย่างไรก็ไม่ดี ประเมินว่าในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้วคงจะกระทบกับผลกำไรปีนี้ประมาณ 100 ล้านบาท และคาดว่าจะกระทบกับตลาดรวมน้ำอัดลมปีนี้คงเติบโตไม่เกิน 5%

บริษัทฯต้องปรับแผนธุรกิจเพื่อรับมือ เพื่อให้ไปสู่เป้าหมาย 10,000ล้านบาท ตามที่ตั้งไว้ ขณะที่ปีนี้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 8,500 ล้านบาท เติบโต 3%-5% จากปีที่แล้ว (2568) ที่ทำรายได้รวมจากการขาย 8,258 ล้านบาท เติบโต 1.6% และมีกำไรสุทธิ 568 ล้านบาท แต่ยังยืนยันว่ายังคงใช้งบลงทุนรวมปีนี้ไม่เกิน 6%-7% ของรายได้รวมตามกรอบการลงทุนเหมือนเดิม เพราะดีมานด์ของสินค้าเราในภาคใต้ยังมีอยู่ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เช่น ช่วงน้ำท่วมดีมานด์ยังมีแม้ไม่มาก ธุรกิจที่เกี่ยวกับเรา เช่นคอนวีเนียนสโตร์ เทรดดิชันนัลเทรด ยังเติบโต สองช่องทางนี้ยังทำให้เราเติบโตได้ และมาเน้นรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมากขึ้น

กลยุทธ์จากนี้ต้องขายสินค้่าและขนาดบรรจุภัณฑ์ให้ตรงตามแต่ละช่องทางมากขึ้น โฟกัสแต่ละช่องทางการขายตามการเติบโต สินค้าตจองมีนวัตกรรม การควบคุมต้นทุนดำเนินการ แต่ไม่ใช่ตัดต้นทุนทุกอย่าง การทำให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น สร้างดีมานด์ในตลาด ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้่หาดทิพย์มีส่วนแบ่งตลาดในภาคใต้มากขึ้น และมีการเติบโตมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันจากข้อมูลของของบริษัท นีลเส็น ประเทศไทย จำกัด ประจำปี 2568 หาดทิพย์เป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มรวมNARTD ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในภาพรวมที่่ 23.2% แต่สำหรับภาพรวมตลาดรวมเครื่องดื่มน้ำอัดลม หาดทิพย์มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับที่หนี่งคือ 78.2% ในภาคใต้

“แม้ความท้าทายในปี 2569 จะมีความซับซ้อนมากขึ้นจากปัจจัยภายนอก แต่บริษัทฯ มีประสบการณ์ในการบริหารความผันผวนและสามารถปรับตัวได้ดีตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผ่านการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการใช้ประโยชน์จากการลงทุนให้คุ้มค่า รวมถึงการนำนวัตกรรมสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และเมื่อพิจารณาจากการที่แบรนด์ของเรามีความนิยมเหนือสินค้าคู่แข่งค่อนข้างมากในพื้นที่ภาคใต้ เราเชื่อมั่นว่าถ้าเราไม่ประมาทและสถานการณ์ความตึงเครียดไม่ลุกลามบานปลายจนเกินไปนัก เราจะสามารถจัดการกับความผันผวนและกลับสู่เส้นทางการเติบโตได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย” พลตรี พัชร กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...