สภาพัฒน์วอนประชาชนประหยัดพลังงาน ยันส่งน้ำมัน 5 ล้านลิตรไปให้ลาว-เมียนมา เพราะความจำเป็นในการผลิตไฟฟ้า
วันนี้ (24 มีนาคม 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แถลงสถานการณ์น้ำมันในประเทศในช่วงความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยระบุว่า ขณะนี้โรงกลั่นน้ำมันของกลุ่ม ปตท.และบางจาก เร่งการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 9% เพื่อตอบสนองกับความต้องการของประชาชน
ดนุชากล่าวว่า ข้อมูลที่ผ่านมาพบว่าทั้ง 2 บริษัทมีการขายน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ โดยน้ำมันเบนซินขายมากขึ้นประมาณ 25% และน้ำมันดีเซลขายมากขึ้นประมาณ 35%
เลขาธิการสภาพัฒน์เพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางกลุ่มโรงกลั่น เช่น ไทยออยล์, GC และ IRPC ได้กระจายน้ำมันไปยังผู้ค้าส่งมากขึ้น เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไม่เข้ามาซื้อน้ำมันที่สถานีบริการ ทำให้สถานีบริการมีน้ำมันเพียงพอกับประชาชน
นอกจากนั้นภาครัฐยังมีมาตรการผ่อนคลายอัตราการสำรองน้ำมัน ทำให้สามารถส่งน้ำมันไปยังผู้ค้าส่งและสถานีบริการได้มากขึ้น โดยการกระจายคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 วัน ดังนั้นในช่วงนี้จึงขอความร่วมมือจากภาคประชาชนให้ประหยัดการใช้พลังงาน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบยังคงมีอยู่
ขณะเดียวกันการจัดทำแดชบอร์ดแสดงข้อมูลน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นปริมาณน้ำมันในโรงกลั่น ปริมาณในคลังน้ำมัน และปริมาณน้ำมันที่อยู่กับผู้ค้าน้ำมันรายย่อย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงเย็นของวันนี้ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเห็นข้อมูลทั้งหมดและช่วยกันตรวจสอบว่า การกระจายน้ำมันเป็นอย่างไร หากมีข้อมูลคลาดเคลื่อนก็สามารถแจ้งเข้ามาได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการกักตุน
อนุชายังเปิดเผยอีกว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งไปยังจังหวัดต่างๆ ให้เข้าตรวจสถานีบริการน้ำมันทุกวัน โดยทีมงานจังหวัดจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงานเข้าไปตรวจตามสถานีบริการในอำเภอต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกักตุน
ในส่วนการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อนุชายืนยันว่า ยังจำกัดการส่งออกน้ำมันไปยัง 2 ประเทศเท่านั้นคือ ลาวและเมียนมา ซึ่งจำกัดอยู่ที่ไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน
โดยสาเหตุที่ยังต้องส่งออกไปลาวจำนวนกว่า 4 ล้านลิตรต่อวันนั้น เป็นเพราะประเทศไทยมีภาระผูกพันในเรื่องพลังงานไฟฟ้าที่ต้องใช้จากลาว ทั้งนี้ในช่วงถัดไปมีการคาดการณ์ว่า ราคาก๊าซธรรมชาติตลาดโลกจะมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น ฉะนั้นในอนาคตอาจมีแนวโน้มที่ต้องสั่งพลังงานน้ำเข้ามา
ขณะที่เมียนมามีการส่งน้ำมันไปกว่า 3 แสนลิตรต่อวัน เพราะต้องนำไปใช้ในแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะส่งต่อมาผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า จังหวัดราชบุรี เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับภาคกลางและภาคใต้ของไทย
“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังมีความไม่แน่นอน อยากให้ทุกท่านช่วยกัน รัฐบาลทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ คือการผ่อนคลายการสำรองเพื่อให้มีน้ำมันในสถานีบริการให้ประชาชนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ขอความร่วมมือประชาชน ให้ลดการตื่นตระหนกลงและช่วยกันประหยัดน้ำมัน
“กำลังการผลิตน้ำมันของเราจากโรงกลั่นทั้งหมดที่มีอยู่ 5 โรง ประมาณ 175 ล้านลิตรต่อวัน ขยายความสามารถเต็มที่ไม่เกิน 10% จากนี้ เพราะฉะนั้นการประหยัดน้ำมันในช่วงไม่ปกติเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนด้วย” เลขาธิการสภาพัฒน์ทิ้งท้าย