โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แฉกลโกงสแกมเมอร์สาว! ตีสนิทเจ้าของคลินิกย่านสีลม ขู่คดีฟอกเงิน-อ้างมาเฟีย รีดเงินกว่า 4 ล้าน พบเหยื่อเพียบเสียหายทะลุ 10 ล้าน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Kong
วันที่ 7 เมษายน 2569 วงการธุรกิจความงามต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง หลังเจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดังย่านสีลม เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและแจ้งความดำเนินคดี

วันที่ 7 เมษายน 2569 วงการธุรกิจความงามต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง หลังเจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดังย่านสีลม เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพในลักษณะ "สแกมเมอร์" ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมตีสนิทจนสูญเงินกว่า 4 ล้านบาท แถมยังถูกขโมยเครื่องมือแพทย์มูลค่าล้านบาท ล่าสุดพบมีเหยื่อรายอื่นถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 10 ล้านบาท

ผู้เสียหาย (ขอสงวนนาม) เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหญิงสาวรายหนึ่งทำทีเข้ามาติดต่อทำความรู้จัก โดยอ้างว่าเป็นนักลงทุนที่มีความสนใจในธุรกิจเสริมความงาม และต้องการเข้ามาร่วมลงทุนกับคลินิกของผู้เสียหายย่านถนนสีลม เขตบางรัก ด้วยบุคลิกที่ดูน่าเชื่อถือและทักษะการพูดจาที่คล่องแคล่ว ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและไว้วางใจให้เข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม หลังจากตีสนิทจนทราบข้อมูลภายในและสถานะทางการเงินของคลินิก พฤติกรรมของหญิงรายนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยเริ่มสร้างเรื่องโกหกที่ทำให้ผู้เสียหายตกใจกลัว โดยอ้างว่าตรวจสอบพบ "ความผิดปกติ" ในบัญชีของคลินิก และระบุว่าเงินจำนวนมหาศาลของผู้เสียหายอาจไปพัวพันกับ "เครือข่ายฟอกเงินระดับชาติ" มิจฉาชีพรายนี้ใช้จิตวิทยาความกลัวเข้าครอบงำผู้เสียหาย โดยอ้างว่าตนเองมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วยงานรัฐ พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่รีบดำเนินการ "เคลียร์" เส้นทางการเงิน ผู้เสียหายจะต้องถูกดำเนินคดีคุกคาม และอาจถึงขั้นถูกยึดทรัพย์ทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ไม้แข็งด้วยการอ้างว่าตนเป็นลูกน้องของ "กลุ่มมาเฟียผู้มีอิทธิพล" ที่เพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำ หากผู้เสียหายไม่ให้ความร่วมมือหรือคิดจะแจ้งความ อาจถูกทำร้ายร่างกายหรือส่งคนมาพังคลินิก ด้วยความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของตนเองและพนักงาน ผู้เสียหายจึงยอมโอนเงินหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 4,000,000 บาท โดยหลงเชื่อว่าจะถูกนำไปใช้ "ตรวจสอบ" และ "ปิดคดี"

ไม่เพียงแต่เงินสดเท่านั้น มิจฉาชีพรายนี้ยังใช้ความสนิทสนมหลอกลวงเอาทรัพย์สินที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินไปอีกด้วย โดยอ้างว่าจะขอหยิบยืมเครื่องมือแพทย์ตัวสำคัญ คือ เครื่อง BTL FOCUS Shockwave 6000 มูลค่าประมาณ 1,000,000 บาท เพื่อนำไปทดลองใช้ในอีกสถานที่หนึ่ง ผู้เสียหายเล่าว่าในวันเกิดเหตุ หญิงคนดังกล่าวได้สั่งการให้รถขนส่งมารับเครื่องมือแพทย์ออกไปจากคลินิกอย่างหน้าตาเฉย แต่ภายหลังเมื่อผู้เสียหายเริ่มเอะใจและตรวจสอบเส้นทางรถขนส่ง กลับพบว่าเครื่องมือดังกล่าวไม่ได้ถูกส่งไปยังสถานที่ที่อ้างไว้ และเมื่อพยายามติดต่อเพื่อขอคืนทรัพย์สิน หญิงรายนี้กลับบ่ายเบี่ยงและหายตัวไปในที่สุด

หลังจากตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ และเริ่มหาข้อมูลด้วยตนเอง ผู้เสียหายถึงกับช็อกเมื่อพบว่าคดีฟอกเงินที่ถูกอ้างถึงนั้นไม่มีอยู่จริง และหญิงรายนี้ไม่ได้มีอำนาจใดๆ อย่างที่ข่มขู่ไว้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเรื่องราวเริ่มถูกเผยแพร่ออกไปในกลุ่มผู้ประกอบการ ปรากฏว่ามีเหยื่อรายอื่นทยอยติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่าถูกหญิงคนเดียวกันนี้หลอกลวงในลักษณะคล้ายกัน บางรายถูกหลอกลงทุน บางรายถูกหลอกให้โอนเงินเคลียร์คดี จนปัจจุบันมียอดความเสียหายรวมกันจากเหยื่อหลายรายสูงเกินกว่า 10,000,000 บาท "เขาท้าทายกฎหมายมาก บอกว่ากระบวนการยุติธรรมไทยมันช้า ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก นี่คือเหตุผลที่ฉันต้องออกมาพึ่งสื่อ เพื่อเตือนภัยเจ้าของธุรกิจคนอื่นๆ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์หน้าเนื้อใจเสือแบบนี้" ผู้เสียหายกล่าวด้วยความคับแค้นใจ

ขณะนี้ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้รับคำร้องทุกข์และรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งสลิปการโอนเงิน ข้อความการสนทนาในแอปพลิเคชัน และภาพจากกล้องวงจรปิดขณะขนย้ายเครื่องมือแพทย์ โดยเบื้องต้นเตรียมดำเนินคดีในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงและลักทรัพย์" อย่างไรก็ตาม มิจฉาชีพรายนี้ยังคงลอยนวลและมีรายงานว่ายังพยายามติดต่อหลอกลวงเหยื่อรายใหม่ๆ อยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงฝากเตือนประชาชนและผู้ประกอบการ หากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมแอบอ้างในลักษณะนี้ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีและห้ามโอนเงินไปยังบัญชีส่วนบุคคลโดยเด็ดขาด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่เพียงใดก็ตาม

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...