โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วัตสัน’ ย้ำไม่ปรับราคาสินค้า ช่วงกำลังซื้อคนไทยเปราะบาง ลุยเฮ้าส์แบรนด์ช่วยผู้บริโภค

TODAY

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • TODAY

ในช่วงที่ความไม่แน่นอนด้านพลังงานเริ่มส่งแรงกระเพื่อมมายังต้นทุนสินค้า ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงค่าขนส่ง สิ่งที่ผู้บริโภคสัมผัสได้เร็วที่สุดไม่ใช่ตัวเลขในรายงานเศรษฐกิจ แต่คือราคาสินค้าในชีวิตประจำวันที่ค่อยๆ ขยับขึ้น

ท่ามกลางแรงกดดันเช่นนี้แบรนด์จำนวนมากมีทางเลือกไม่มากนัก ระหว่างปรับขึ้นราคาเพื่อรักษามาร์จิ้น หรือตรึงราคาเพื่อรักษาฐานลูกค้า อย่างไรก็ตามในเรื่องของราคาที่เกี่ยวโยงกับการตัดสินใจเชิงต้นทุนแล้ว ด้านหนึ่งก็สะท้อนจุดยืนของแบรนด์ได้ชัดเจน

TODAYBizview ได้ไปร่วมกิจกรรมเปิดบ้าน Watsons “House of Quality” ร่วมกับผู้บริหารวัตสัน นำโดย นวลพรรณ ชัยนาม กรรมการผู้จัดการ วัตสัน ประเทศไทย โดยคอนเซ็ปต์งานครั้งนี้คือการชูให้เห็นบทบาทของแบรนด์วัตสันในการเป็นพาร์ทเนอร์ในชีวิตประจำวันที่ผู้บริโภคไว้วางใจ

ในงานคณะผู้บริหารของวัตสันประเทศไทย ได้นำเสนอกลุ่มสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ในนามตราวัตสันกว่า 900 รายการ ทั้งกลุ่มสินค้าสกินแคร์, กลุ่มสินค้าดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ, กลุ่มสินค้าน้ำหอม, กลุ่มสินค้าดูแลช่องปาก, กลุ่มสินค้าทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกาย, กลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และกลุ่มสินค้าชีทมาสก์ เป็นต้น

มีสถิติที่น่าสนใจ ซึ่งวัตสันเก็บรวบรวมมาเล่าให้ฟังในงานนี้จากลูกค้าของวัตสันทั่วเอเชียในหลายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ อาทิ กลุ่มสินค้าสำลี ขายได้ 84 ชิ้นต่อนาที, กลุ่มสินค้าทิชชูเปียก ขายได้มากกว่า 132 ชิ้นต่อนาที, กลุ่มสินค้ามาสก์หน้า ขายได้ 2 ชิ้นต่อวินาที และกลุ่มสินค้าแปรงสีฟัน ขายได้ 51 ชิ้นต่อนาที หรือคิดเป็น 1 ชิ้นในทุก 2 วินาที

‘นวลพรรณ’ เล่าให้ฟังว่า วัตสันกับความเป็น House of Quality ได้นำอินไซต์ของผู้บริโภคมาเป็นหัวใจในการพัฒนา จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้สินค้าตราวัตสันคือทางเลือกที่ไว้ใจได้สำหรับผู้บริโภคทุกคน

“กระบวนการออกสินค้าของวัตสัน มีการคัดสรร และกระบวนการผลิตเป็นอย่างดี มีขั้นตอนพิจารณา ดังนั้นก่อนจะออกผลิตภัณฑ์แต่ละตัวอย่างน้อยมีโปรเซส 18 เดือนไม่ใช่ผลิตและออกได้เลย แต่ต้องผ่านัขั้นตอนการตรวจสอบ เช็ก ตรวจสอบโรงงานและอีกหลายอย่าง ตลอดจนทำวิจัยกับผู้บริโภคให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการ”ผู้บริหารวัตสันประเทศไทยอธิบาย

และเมื่อสถานการณ์โลกตอนนี้ผันผวนจากวิกฤตพลังงานและหลายธุรกิจเริ่มกังวลกับการบริหารสต๊อกไปจนถึงวัตถุดิบ สถานการณ์ของวัตสันตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

‘นวลพรรณ’ มองว่าเราไม่ใช่ผู้ผลิต แต่ ณ ขณะนี้เรายังไม่ได้รับข้อมูลว่าจะมีผลกระทบ ขณะเดียวกันในจังหวะนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่เราจะเพิ่มสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ที่มีความคุ้มค่าตามดีมานด์ของผู้บริโภค ซึ่งตรงนี้จะต้องไปดูต่อว่ามีช่องว่างอะไรที่เราจะเติมเต็มได้

ในส่วนของวัตสันประเทศไทยเรามีสินค้า 5,000-6,000 รายการ และเป็นเฮ้าสแบรนด์เกือบ 900 รายการ หลากหลายและครอบคลุมหลายหมวด ในส่วนของเฮ้าส์แบรนด์มีแหล่งในการผลิตไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ วัตถุดิบต่าง และแพ็คเกจจิ้งต่างๆ เรามีบริการสินค้าของเราอยู่ใน 16 มาร์เก็ตมากกว่า 8,000 สาขา ของวัตสันทั่วโลก นั่นทำให้วัตสันมี economy of scale ในแง่การผลิตที่สามารถนำสินค้ามีคุณภาพมาจำหน่ายในราคาเหมาะสม และเชื่อถือได้จากสาขาที่มีทั่วโลก

[ ย้ำไม่ปรับราคาในภาวะค่าครองชีพคนไทยได้รับผลกระทบ ]

นวลพรรณ อธิบายว่า สิ่งที่เราอยากมอบให้ในเรื่องสุขภาพและความงามไม่ควรจะเป็นลักชัวรี่มันควรจะเป็นเรื่องของผู้คนที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพคุ้มเงินและทุกคนเข้าถึงได้ ดังนั้นแคมเปญ ถูกคงที่ดีคงเดิม จึงนำเสนอมาในช่วงนี้เพื่อร่วมสนับสนุนรัฐบาลในช่วงนี้ เพราะเรามีสินค้าครอบคลุมหลายหมวดและสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่ดีมากไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างาน สินค้าที่ใช้ในครัวเรือนต่างๆ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ พูดง่ายๆตรงไปตรงมา คือ เราตรึงราคา ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อช่วยให้คนไทยหาซื้อได้ในราคาย่อมเยา

“วันนี้สภาพเศรษฐกิจในเชิงจิตวิทยาเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องระวังการใช้จ่ายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ได้หมายถึงไม่มีกำลังซื้อ แต่ขณะนี้มีการใช้จ่ายระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่พอจะเห็นได้ ดังนั้นวัตสันที่เป็นตลาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ สามารถอยู่ในชีวิตประจำวัน เราพร้อมให้การซัพพอร์ตผู้บริโภคให้ได้ซื้อของมีคุณภาพและประหยัด”

ท้ายสุด ผู้บริหารวัตสันประเทศไทย มองว่า สถานการณ์พลังงานตอนนี้ ในขณะนี้เรายังไม่ได้รับข้อมูลว่าจะมีผลกระทบ แต่ในจังหวะนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่เราจะเพิ่มสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ที่มีความคุ้มค่าตามดีมานด์ของผู้บริโภค ซึ่งตรงนี้จะต้องไปดูต่อว่ามีช่องว่างอะไรที่เราจะเติมเต็มได้ โดยขณะนี้เราดันแคมเปญ “ถูกคงที่ ดีคงเดิม” และเข้าร่วมโครงการภาครัฐเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค ในช่วงที่กำลังซื้อยังคงเปราะบาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...