"หมูไป ไก่มา" ! เกมล็อคเสียง "พรรคร่วมรัฐบาล" บีบโหวต "อนุทิน" ครบทุกแต้ม
">
จังหวะการเดินหมากบนกระดาน ยังคงถูกกำหนดโดย “พรรคสีน้ำเงิน” ชนิดที่เรียกว่า ไร้แรงต้าน ทั้งในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง หรือแม้แต่ “พรรคกล้าธรรม” ที่เพิ่งบาดเจ็บ อกหักกันไปหมาดๆ
การโหวต “ประธานสภาฯ” วันนี้ ลงล็อค ไม่มีอะไรให้ต้องลุ้น และไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “เซอร์ไพรส์” เมื่อ “โสภณ ซารัมย์” สส.บุรีรัมย์ 8 สมัย ในฐานะ “สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์” ได้รับการโหวต ด้วยคะแนนท่วมท้น อย่างฉลุย ยิ่งตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของพรรคสีน้ำเงิน ที่คุมเกมได้ทั้ง “วุฒิสภา” และ “สภาผู้แทนราษฎร”
เมื่อพิธีการเลือกประธานและรองประธานสภาฯ ผ่านพ้น ภาคต่อจะอยู่ที่โหวตชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” แคนดิเดตนายกฯของพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้เข้าไปทำหน้าที่อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 19 มี.ค.นี้
แน่นอนว่าการโหวตชื่ออนุทิน ในวันนั้นจะไม่ใช่เพียงแค่ อนุทินได้นั่งเก้าอี้นายกฯคนที่ 33 เท่านั้น แต่คะแนนเสียง จาก “พรรคร่วมรัฐบาล” จะต้องไม่มีการแตกแถว สักแต้มเดียว !
การให้สัมภาษณ์ของ อนุทิน วันนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสภาฯเพื่อโหวต ประธานและรองประธานสภาฯ จบลง มีความชัดเจนว่า จะมีการนัดหารือกับ “พรรคร่วมรัฐบาล” ถึงเรื่องโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรี จะมีการพูดเรื่องการแบ่งกระทรวง เมื่อการโหวตนายกฯ “จบลงแล้ว” 19 มี.ค.69
“ คงจะนัดหารือกัน หลังจากที่เลือกนายกฯ แล้ว ซึ่งยังมีเวลา เพราะจะต้องมีการโปรดเกล้าฯ นายกฯ ก่อน จากนั้นพรรคร่วมรัฐบาลก็จะนำรายชื่อรัฐมนตรีทั้งหลายส่งมา และส่งไปที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติก่อน” นายกฯอนุทิน บอกกับสื่อ
หมายความว่า พรรคภูมิใจไทย ยังไม่มั่นใจอย่างนั้นหรือ ว่าอนุทิน จะได้รับการโหวต ชนิดผ่านฉลุยจึงต้องใช้วิธี “ยื่นหมู ยื่นแมว” ล็อคทุกเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อให้ได้เห็น “ตัวเลข” การลงคะแนนก่อน จากนั้นจึงค่อยเดินไปสู่การคุยเรื่องการแบ่งกระทรวง จัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี
อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่า “อำนาจต่อรอง” แม้จะอยู่ในมือพรรคสีน้ำเงิน อย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด แต่ในทางการเมืองแล้ว เมื่อเกมเดินมาถึงจุดนี้ พรรคภูมิใจไทย ต้องการล็อคคอพรรคร่วม ไปจนถึง “กลุ่มการเมือง” ในพรรคเอง โหวตชื่ออนุทิน โดยไม่มีปัญหาว่ามีใคร “แหกโผ” ออกไป
น่าสนใจว่าการคุมเกมการเมืองทั้งกระดาน โดย เจ้าของพรรคตัวจริง ที่อยู่ข้างหลังอนุทิน ย่อมได้บทเรียน จากประสบการณ์ทางการเมืองอันโชกโชนมากพอว่า แม้ ในห้วงแรกคงไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลไหน“ลองของ”
เพราะต่างมี “วาระซ่อนเร้น” ที่ยังต้องรักษาสถานะการเป็น“รัฐบาล” เอาไว้ให้ได้ก็ตาม แต่ก็จากประสบการณ์อีกเช่นกันที่ทำให้ต้องมองให้รอบด้านจนมั่นใจว่า ในฐานะตัวแทนอนุรักษ์นิยมใหม่ จะอยู่ในอำนาจได้อย่างราบรื่น ให้ได้มากที่สุด !