“ฟิลิปปินส์” เร่งหาพลังงานสำรอง เจรจาอินโดฯ-รัสเซีย รับมือสงครามตะวันออกกลาง
"ฟิลิปปินส์" เร่งหาพลังงานสำรอง เจรจาอินโดฯ-รัสเซีย รับมือสงครามตะวันออกกลาง ยีนยังไม่เสี่ยงขาดแคลน แต่ต้องบริหารการใช้พลังงานอย่างระมัดระวัง
วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 14.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ฟิลิปปินส์กำลังเร่งเจรจากับอินโดนีเซียและรัสเซีย เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกแข่งขันกันหาน้ำมันและเชื้อเพลิงสำรอง ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ตลาดพลังงานตึงตัว
ชารอน การิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ด้านพลังงานและการทูตของฟิลิปปินส์ได้หารือกับประเทศผู้ส่งออกเชื้อเพลิงหลายประเทศ เพื่อให้ยังคงปฏิบัติตามสัญญาการค้าระยะยาวที่มีอยู่เดิม
ทั้งนี้ประเทศคู่ค้าสำคัญที่ฟิลิปปินส์ติดต่อ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย และญี่ปุ่น ซึ่งล้วนเป็นพันธมิตรด้านพลังงานของประเทศ
นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังอยู่ระหว่างการหารือกับอินโดนีเซีย เพื่อเพิ่มการนำเข้าถ่านหิน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักที่ใช้ผลิตไฟฟ้ามากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ โดยอินโดนีเซียถือเป็นผู้ส่งออกถ่านหินรายใหญ่ที่สุดให้กับฟิลิปปินส์
ขณะเดียวกัน Petron Corp. โรงกลั่นน้ำมันแห่งเดียวของประเทศ กำลังเจรจากับผู้ค้ารัสเซียเพื่อจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติม เพื่อกระจายแหล่งนำเข้าและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตะวันออกกลาง
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเร่ง สำรองพลังงานของตนเอง เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้อุปทานพลังงานตึงตัว
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- เวียดนาม กำหนดให้น้ำมันดิบที่ยังไม่ถูกส่งออกต้องขายให้โรงกลั่นภายในประเทศก่อน
- ไทย ระงับการส่งออกสินค้าบางประเภท เช่น น้ำมันและข้าวบางส่วน
- อินโดนีเซีย ให้ความสำคัญกับการจัดสรรถ่านหินและน้ำมันปาล์มสำหรับใช้ในประเทศ
อย่างไรก็ตามในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียนที่กรุงมะนิลาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกยังไม่สามารถตกลงร่วมกันในการยกเลิกมาตรการจำกัดการส่งออกได้ แม้ว่าจะมีการหารือต่อเนื่อง
ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีประชากรกว่า 113 ล้านคน ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเปราะบางด้านพลังงาน เนื่องจากต้อง นำเข้าน้ำมันเกือบทั้งหมด และส่วนใหญ่ยังพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีพลังงานฟิลิปปินส์ยืนยันว่าประเทศยังไม่เผชิญความเสี่ยงขาดแคลนเชื้อเพลิงในทันที ตราบใดที่ไม่มีการกักตุนสินค้า พร้อมเตือนว่าผู้ที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุนเชื้อเพลิงอาจถูกดำเนินคดีถึงขั้นจำคุก
“ตราบใดที่ไม่มีการกักตุน ฉันไม่กังวลเรื่องการขาดแคลนเชื้อเพลิง และเชื่อว่าเราจะไม่หมดน้ำมัน เพียงแต่ต้องบริหารการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม” การินกล่าว
อ้างอิง :www.bloomberg.com