โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใครอีกคนที่จะได้เห็นภาพ จากแว่นของเรา

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 02.15 น.

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

ใครอีกคนที่จะได้เห็นภาพ

จากแว่นของเรา

แก็ดเจ็ตอย่างแว่นอัจฉริยะที่เมื่อสวมใส่แล้วเราสามารถถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ หรือขอให้ขุมพลัง AI ในแว่นช่วยหาคำตอบให้กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ได้เริ่มกลายเป็นแก็ดเจ็ตที่ผู้ใช้งานให้ความสนใจและเปิดใจรับเข้ามาใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ที่ผ่านมาเคยมีประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่อยู่รอบๆ ผู้ที่สวมใส่แว่นอัจฉริยะ อย่างกรณีของลูกค้าที่ไปใช้บริการแว็กซ์ขนในร้านและพบว่า พนักงานแว็กซ์สวมใส่แว่นอัจฉริยะอยู่จนทำให้เกิดความตะขิดตะขวงใจ แม้ว่าพนักงานจะยืนยันว่าไม่ได้เปิดเครื่องไว้ก็ตาม

ประเด็นเรื่องของความเป็นส่วนตัวไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้คนรอบข้างที่แว่นอาจจะบันทึกภาพและเสียงติดไปเท่านั้น

แม้กระทั่งตัวผู้สวมใส่เองก็อาจจะสูญเสียความเป็นส่วนตัวไปได้โดยที่ไม่คาดคิด

หนังสือพิมพ์ในสวีเดนได้ทำการสืบสวนกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เก็บโดยแว่นอัจฉริยะของ Meta และพบว่าคนที่ทำหน้าที่เป็น “AI annotators” หรือครูผู้สอน AI ซึ่งเป็นพนักงานแบบสัญญาจ้างกับทาง Meta และประจำอยู่ในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา อาจจะได้เห็นข้อมูลที่สุดแสนจะส่วนตัวที่บันทึกเอาไว้โดยแว่นอัจฉริยะเป็นประจำ

คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าระบบ AI สามารถเรียนรู้ข้อมูลต่างๆ ได้ด้วยตัวมันเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์อย่างเรานี่แหละเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ของ AI

คนที่ทำหน้าที่เป็นครูสอน AI จะต้องนำข้อมูลที่ได้มาคัดแยก จัดกลุ่ม หรือติดป้ายกำกับ (Labeling) เพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจว่าสิ่งที่มันได้เห็นหรือได้ยินนั้นคืออะไร

อย่างการติดป้ายกำกับว่าในภาพนี้คือแมวนะ หรือภาพนี้คือหมานะ เป็นต้น

ไม่ใช่แค่บอกว่าอะไรก็คืออะไรเท่านั้น แต่ครูผู้สอน AI จะต้องคอยใส่ข้อมูลกำกับให้อีกหลายอย่าง

เช่น การช่วยระบุความรู้สึกที่แฝงอยู่ในตัวอักษร ระบุสำเนียงในเสียง หรือคอยฟีดแบ็กให้ว่าสิ่งที่ AI ตอบสนองผู้ใช้งานกลับไปนั้นถูกต้องหรือไม่

ถ้าหากไม่มีมนุษย์คอยทำหน้าที่เหล่านี้ AI ก็จะเก่งขึ้นได้ยาก

แว่นอัจฉริยะ Meta เป็นแว่นที่มาพร้อมผู้ช่วยส่วนตัว AI ที่จะคอยตอบคำถามของผู้ใช้งาน อย่างเช่น หากผู้สวมแว่นยืนอยู่หน้าสถานที่สำคัญสักแห่งและอยากรู้ว่าสถานที่แห่งนี้เรียกว่าอะไรก็สามารถถามผู้ช่วย AI ให้ไปหาคำตอบมาให้ได้

ดังนั้น กว่า AI จะเก่งขึ้นมาได้ก็ต้องอาศัยข้อมูลที่มนุษย์ใส่เข้าไปไม่น้อย หน้าที่ของครูผู้สอน AI คือการต้องนั่งดูภาพและวิดีโอที่แว่นอัจฉริยะเก็บมาและคอยใส่ข้อมูลเพื่อให้ AI ฉลาดขึ้น

สิ่งที่หนังสือพิมพ์สวีเดนค้นพบก็คือ คนที่ทำหน้าที่เหล่านี้บอกว่าพวกเขาได้เห็นภาพที่ไม่สมควรได้เห็นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพจากห้องต่างๆ ภายในบ้าน ไปจนถึงภาพร่างกายที่เปลือยเปล่า หรือภาพการมีเพศสัมพันธ์

โดยปกติแล้ว ระบบจะทำการเบลอภาพใบหน้าคนให้โดยอัตโนมัติ แต่ทีมงานผู้สอน AI ก็บอกว่าหลายๆ ครั้งการเบลอก็ผิดพลาด ปล่อยใบหน้าทิ้งไว้อย่างชัดเจนแบบที่สามารถระบุตัวตนได้เลย

และบางทีพวกเขาก็ยังได้เห็นแม้กระทั่งบัตรเครดิตหรือรายละเอียดอื่นๆ ที่มีความอ่อนไหวอีกมากมาย

ทาง Meta บอกว่า ข้อมูลที่บันทึกมาจะถูกเก็บเอาไว้อยู่ในตัวดีไวซ์เองจนกว่าผู้ใช้งานจะตอบตกลงที่จะแชร์ และในกรณีที่ยินยอมให้แชร์ข้อมูลได้ ทาง Meta ก็จะมีทีมงานที่จะมาดูข้อมูลเหล่านั้นเพื่อช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ให้ดีขึ้นจริงๆ

ส่วนเรื่องการบันทึกข้อมูล ปกติแล้วแว่นอัจฉริยะจะมาพร้อมกับไฟ LED ที่จะสว่างขึ้นหากผู้ใช้เปิดใช้งานกล้องถ่ายภาพหรือวิดีโออยู่ เพื่อช่วยให้คนรอบข้างได้รู้ตัว ซึ่งรุ่นแรกๆ ที่แว่นทำหน้าที่หลักๆ แค่ถ่ายภาพหรือวิดีโอก็ยังไม่ได้มีประเด็นเรื่องบุคคลที่สามเข้ามาเห็นข้อมูลส่วนตัว

จนกระทั่งแว่นรุ่นหลังๆ ที่ Meta ขยายขอบเขตความสามารถของแว่นอัจฉริยะให้กลายเป็นแว่น AI พร้อมๆ กับการปรับนโยบายความเป็นส่วนตัวบางอย่าง เช่น การทำให้การตั้งค่ากล้อง AI เปิดเอาไว้ตั้งแต่ต้นจนกว่าผู้ใช้งานจะปิดเอง หรือการไม่ยอมให้ผู้ใช้ปิดการเก็บบันทึกไฟล์เสียงที่อัดเอาไว้ด้วยตัวเองได้

ก็ทำให้เกิดประเด็นเดือดเรื่องนโยบายความเป็นส่วนตัวขึ้น

แล้วผู้สวมใส่แว่นอัจฉริยะที่มาพร้อม AI จะสามารถทำอะไรเพื่อเป็นการป้องกันได้บ้าง

ฉันคิดว่าสิ่งที่เราสามารถทำได้คือ การตระหนักเอาไว้ว่าภาพที่เราได้เห็นผ่านเลนส์แว่นนั้นเราอาจจะไม่ใช่คนเดียวที่ได้เห็น และอย่าไว้ใจระบบการเบลอหน้าของบริษัทมากเกินไป

ปลอดภัยที่สุดคือ การต้องรู้ว่าสถานที่ไหนควรหยิบแว่นมาใส่ ในขณะที่สถานที่ไหนควรจะถอด

โดยหลักๆ แล้วสถานที่ที่เราไม่ควรใส่แว่นอัจฉริยะไป คือสถานที่ที่เราใช้รวมกับคนอื่นที่อาจจะไม่ต้องการถูกบันทึกภาพหรือวิดีโอ อย่างเช่น ฟิตเนส ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า สปา กาสิโน โรงพยาบาล ฯลฯ

รวมถึงเพื่อเป็นการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเราเอง ฉันว่าการใส่แว่นอัจฉริยะในบ้านก็ไม่ได้สมควรนัก

ต่อให้ข้อมูลที่ครูผู้สอน AI ได้รับไปจะไม่ได้ระบุว่าเป็นข้อมูลมาจากผู้ใช้งานคนไหน แต่ด้วยบริบทหลายๆ อย่างที่อยู่รอบด้าน ฉันก็เชื่อว่า คงไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ที่จะหาจนเจอว่าข้อมูลชุดนั้นๆ มาจากผู้ใช้คนไหนกันแน่

หรือแบบสุดโต่งหน่อยก็ลองถามตัวเองเล่นๆ ว่า เราจะโอเคแค่ไหนที่จะเปิดใจรับแก็ดเจ็ตประเภทนี้เข้ามาในชีวิต

ถ้าหากมีคนในอีกซีกโลกสามารถมองเห็นสิ่งเดียวกับที่เรามองเห็นได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ใครอีกคนที่จะได้เห็นภาพ จากแว่นของเรา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...