โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

โทษของคลิปสั้น : ทำลายพัฒนาการลูกอย่างไรบ้าง?

Mood of the Motherhood

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 01.19 น. • Features

‘คลิปสั้น’ (Short-form-Video) กลายเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโซเลียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Instagram Reels หรือ YouTube Shorts ด้วยเทคนิคการตัดต่อที่กระชับและรวดเร็ว การเลือกเสียงพูดเร้าอารมณ์หรือเสียงเพลงที่ติดหู จดจำง่าย ทำให้คลิปสั้นสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ได้อย่างง่ายดายแต่ถึงอย่างนั้น งานวิจัยทางประสาทวิทยาจำนวนมาก ได้มีการระบุถึง โทษของคลิปสั้น เอาไว้ว่า การดูคลิปที่เปลี่ยนฉากเร็วๆ ทุก 3-5 วินาที จะกระตุ้นการหลั่งโดพามีน (Dopamine) หรือสารแห่งความสุขในสมองอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง สมองของเด็กเล็กซึ่งยังพัฒนาไม่เต็มที่ โดยเฉพาะสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม จะเคยชินกับความตื่นเต้นและความสนุกที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ทักษะใหม่ ส่งผลให้มีเด็กพัฒนาการช้ากว่าเกณฑ์ปกติในหลายด้านการทำความเข้าใจ โทษของคลิปสั้น ว่าส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก ในมิติใดบ้าง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่หาแนวทางการรับมือและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สื่อของลูกได้อย่างเหมาะสมต่อไปได้1. ภาวะสมาธิสั้นเทียม (Pseudo-ADHD)

คลิปสั้นถูกออกแบบมาเพื่อการเข้าถึงเนื้อหาสำคัญภายใน 3 วินาทีแรก แต่หากคลิปไม่สนุก ลูกก็จะปัดทิ้งในทันที พฤติกรรมนี้ทำให้ลูกขาดสมาธิและการอดทนรอคอย เมื่อต้องทำกิจกรรมที่ต้องใช้เวลา เช่น การอ่านหนังสือ การทำการบ้าน หรือแม้แต่การนั่งรออาหาร ลูกจะรู้สึกเบื่อหน่าย หงุดหงิดง่าย และไม่สามารถอดทนรอสิ่งที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ ได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาการเรียนรู้ในระยะยาว2. หลับยากและคุณภาพการนอนแย่ลง

ความตื่นเต้นและความฉับไวของคลิปสั้นจะกระตุ้นให้สมองตื่นตัวจนไม่สามารถเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้ตามปกติ เมื่อลูกดูคลิปสั้นก่อนนอน สมองจะยังคงประมวลผลและตื่นตัวอยู่ ทำให้หลับยาก หลับไม่สนิท หรือฝันร้าย ซึ่งการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอส่งผลกระทบต่ออารมณ์ การรับรู้ และการเจริญเติบโตของร่างกายในเด็กเล็กอย่างมาก3. พัฒนาการทางภาษาและการสื่อสาร

การปล่อยให้เด็กเล็กโดยเฉพาะในวัยหัดพูดดูคลิปสั้นเป็นเวลานาน อาจทำให้ลูกติดพฤติกรรมพูดคำสั้นๆ ตามคลิป หรือสร้างประโยคยาวๆ ไม่ได้ เนื่องจากสมองเคยชินกับการรับข้อมูลสั้นๆ ที่ถูกตัดตอนมาแล้วนอกจากนี้ การใช้เวลากับหน้ามากเกินไป ยังลดโอกาสที่ลูกจะได้ฝึกทักษะทางสังคมผ่านการพูดคุยกับคนในครอบครัวอีกด้วย4. ลดทอนจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

จินตนาการของเด็กจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดต่อเมื่อสมองมีพื้นที่ว่างให้คิด แต่คลิปสั้นที่มีทั้งภาพและเสียงสำเร็จรูปมาให้ครบ จะทำหน้าที่ป้อนข้อมูลเข้าสู่สมองโดยที่ลูกไม่ต้องพยายามจินตนาการอะไรเองเลย เมื่อสมองถูกเติมเต็มด้วยภาพที่คนอื่นสร้างขึ้นบ่อยครั้ง ความคิดสร้างสรรค์และความสงสัยที่เด็กควรมีก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย5. พฤติกรรมเลียนแบบ

เด็กเล็กยังขาดทักษะในการกลั่นกรองและไตร่ตรองข้อมูล จึงเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะว่าเนื้อหาไหนเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ซึ่งหลายคลิปในโซเชียลฯ มีคำพูดที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมที่ก้าวร้าว หรือการทำชาเลนจ์ที่เสี่ยงอันตราย เมื่อลูกเห็นอาจเลียนแบบได้ นอกจากนี้ เนื้อหาคลิปที่ลูกเสพเป็นเวลานานยังส่งผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมในระยะยาวอีกด้วยอ่านบทความ: TikTok Tics : อาการกล้ามเนื้อกระตุกที่พบมากในเด็กยุคโซเชียลฯอ้างอิงABCNewsTimeofIndia

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...