พันธมิตรสะเทือน! เยอรมนีปฏิเสธร่วมภารกิจฮอร์มุซ อังกฤษรอฉันทามติ ฝรั่งเศส-ญี่ปุ่น-ออสเตรเลียไม่ส่งกำลัง
ยุโรปและพันธมิตรหลักของสหรัฐส่งสัญญาณไม่เข้าร่วมภารกิจทางทหารในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเยอรมนีปฏิเสธชัด อิตาลีเน้นการทูต ขณะที่อังกฤษยังไม่ตัดสินใจ ส่วนฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และออสเตรเลียไม่มีแผนเข้าร่วม
วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 02.30 น. สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า ประเทศยุโรปหลายชาติออกมาปฏิเสธการส่งเรือรบเข้าร่วมปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เตือนว่าหากชาติสมาชิกนาโตไม่ร่วมมือ อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่ออนาคตของพันธมิตร
โดยเยอรมนีประกาศชัดว่าจะไม่เข้าร่วมกิจกรรมทางทหารใด ๆ รวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช เมิร์ซ ระบุว่า ไม่เคยมีข้อตกลงร่วมกันในการเข้าแทรกแซง และย้ำว่าการใช้กำลังทหารไม่น่าจะเป็นทางออกที่ถูกต้อง ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนีชี้ว่า “นี่ไม่ใช่สงครามของเรา” และตั้งคำถามว่าสหรัฐยังต้องการอะไรจากกองเรือยุโรป ในเมื่อกองทัพเรือสหรัฐก็มีศักยภาพเพียงพออยู่แล้ว
ด้าน เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ระบุว่า จะไม่ถูกดึงเข้าสู่สงครามในวงกว้าง แต่กำลังพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อฟื้นเสถียรภาพของเส้นทางพลังงาน พร้อมย้ำว่าการดำเนินการใด ๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจากพันธมิตรหลายฝ่าย ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลีชี้ว่าควรใช้การทูตเป็นหลัก และไม่มีแผนส่งกองเรือเข้าพื้นที่ รวมถึงยังไม่เห็นด้วยกับการขยายภารกิจของสหภาพยุโรปในทะเลแดงไปยังช่องแคบฮอร์มุซ
ท่าทีของประเทศยุโรปหลักถือว่าน่าจับตา เนื่องจากก่อนหน้านี้ยังหลีกเลี่ยงการวิจารณ์การตัดสินใจของทรัมป์ที่ร่วมกับอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ซึ่งได้ลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งในระดับภูมิภาคและดันราคาพลังงานพุ่งสูง ขณะเดียวกัน ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ก็ระบุว่าไม่มีแผนส่งเรือรบเข้าร่วมเช่นกัน แม้ทรัมป์จะกดดันให้พันธมิตรช่วยคุ้มกันเส้นทางเดินเรือและเปิดการส่งออกน้ำมัน โดยเตือนว่าหากไม่มีการตอบรับ อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของนาโต
ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรปซึ่งประชุมร่วมกัน ได้มีมติไม่ขยายภารกิจทางทะเลในปัจจุบัน โดยหัวหน้านโยบายต่างประเทศของอียูระบุว่า แม้จะมีความต้องการเสริมความเข้มแข็งของภารกิจ แต่ยังไม่มีความเห็นพ้องในการเปลี่ยนแปลงขอบเขต โดยหลายประเทศยังต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐและอิสราเอลก่อนตัดสินใจ
ในอีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง อิสราเอลเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในหลายเมืองของอิหร่าน พร้อมระบุว่ามีแผนปฏิบัติการต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ ขณะที่เหตุการณ์โจมตีด้วยโดรนส่งผลให้ท่าเรือฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต้องระงับการขนถ่ายน้ำมันชั่วคราว และเกิดเหตุเพลิงไหม้ใกล้สนามบินดูไบ ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินบางส่วน ด้านอิหร่านยืนยันไม่ต้องการหยุดยิง พร้อมเตือนสหรัฐว่าหากส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่พื้นที่ อาจเผชิญผลลัพธ์เช่นเดียวกับสงครามเวียดนาม
ทั้งนี้ความขัดแย้งที่เริ่มต้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในอิหร่านแล้วกว่า 1,800 คน ขณะที่อิสราเอลยังขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอน ซึ่งทำให้สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในภูมิภาคยิ่งตึงเครียดมากขึ้น
อ้างอิง : theguardian.com