ไทยครองแชมป์เอเชีย ตื่นตัว “ท่องเที่ยวยั่งยืน” สูงสุดปี 2569 ดันเศรษฐกิจท้องถิ่นโต
อโกด้าเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักเดินทางไทย 95% ยกความยั่งยืนเป็นปัจจัยหลักในการเลือกจุดหมายปลายทาง กลุ่มนักท่องเที่ยว Gen ใหม่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติควบคู่การกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก คาดการณ์เทรนด์การเติบโตต่อเนื่องในอีก 3 ปีข้างหน้า พร้อมอัดฉีดงบอนุรักษ์สัตว์ป่า 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
17 มีนาคม 2569 - รายงานผลสำรวจด้านการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคเอเชียประจำปี 2569 โดยอโกด้า (Agoda) ระบุว่า ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในด้านการให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) โดยมีสัดส่วนนักเดินทางที่ตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวสูงถึง 95% สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคที่มุ่งเน้นผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมมากกว่าการท่องเที่ยวในเชิงปริมาณ
จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,000 รายใน 8 ประเทศหลักทั่วเอเชีย พบว่าความยั่งยืนได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยว โดยค่าเฉลี่ยของภูมิภาคขยับตัวสูงขึ้นเป็น 77% จากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 68% ทั้งนี้ อินโดนีเซียตามมาเป็นอันดับสองที่ 93% อินเดีย 88% และไต้หวัน 83% ตามลำดับ ข้อมูลเชิงสถิติยังระบุอีกว่า 83% ของผู้ตอบแบบสอบถามยืนยันที่จะรักษามาตรฐานการเลือกท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นี้ต่อเนื่องไปอย่างน้อยในระยะ 3 ปีข้างหน้า
มิติใหม่แห่งการอนุรักษ์: จาก "ลดขยะ" สู่ "การฟื้นฟูชุมชน"
แรงจูงใจหลักของนักเดินทางชาวไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดมลพิษ แต่ครอบคลุมไปถึงระบบนิเวศในวงกว้าง โดย 36% ระบุว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังคือเป้าหมายสูงสุด ขณะที่ 27% มุ่งเน้นไปที่การสร้างผลประโยชน์โดยตรงแก่เศรษฐกิจชุมชนและธุรกิจท้องถิ่น (Local Empowerment)
"การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นทั่วภูมิภาค และเรายินดีที่ได้เห็นนักเดินทางชาวไทยมีปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้ามาร่วมในการตัดสินใจเดินทางในปี 2569" - นายแอนดรูว์ สมิธ, รองประธานอาวุโสฝ่ายซัพพลาย อโกด้า
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่ารูปแบบกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไทยต้องการมากที่สุดคือ ทัวร์และกิจกรรมที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (43%) ตามมาด้วยการมีส่วนร่วมกับโครงการดูแลธรรมชาติในพื้นที่ (25%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ยินดีที่จะจ่ายและใช้เวลาไปกับกิจกรรมที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบและโปร่งใส
การท่องเที่ยวในฐานะฟันเฟืองขับเคลื่อน GDP ท้องถิ่น
ในแง่ของเศรษฐศาสตร์มหภาค นักเดินทางมองว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือตัวแปรสำคัญในการยกระดับรายได้ของประเทศ หากมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดย 43% ของนักเดินทางชาวไทยเชื่อมั่นว่าการท่องเที่ยวช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อยได้มากกว่าอุตสาหกรรมอื่น
นอกจากนี้ 16% เห็นว่าเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ห่างไกล และ 13% มองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาวัฒนธรรมประเพณีไม่ให้สูญหาย ซึ่งเป็นแนวคิดเชิงกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับนโยบายการผลักดัน Soft Power และการท่องเที่ยวเมืองรองของภาครัฐ
ความร่วมมือภาครัฐและเอกชน: ยุทธศาสตร์ 1.5 ล้านดอลลาร์
เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มดังกล่าว อโกด้าได้ประกาศยกระดับโครงการความร่วมมือกับกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ผ่านแคมเปญ Eco Deals โดยในปีนี้ได้มีการเพิ่มงบประมาณสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ใน 10 ประเทศ เป็นจำนวน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 54 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการมา
โครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการสร้างภาพลักษณ์องค์กร แต่ยังเป็นโมเดลธุรกิจเชิงแบ่งปัน (Shared Value) โดยการหักรายได้ 1 ดอลลาร์สหรัฐจากการจองทุกรายการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าทั่วเอเชีย ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและการฟื้นฟูปัจจัยพื้นฐานทางธรรมชาติที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะยาว