‘ปราชญ์ สามสี’ ชวนคิด! ชง สส. หั่นงบอาหารเหลือ 96 บาท
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 11.39 น. • The Bangkok Insight“ปราชญ์ สามสี” เปิดแนวคิด ชวนมองผ่านข้าวถาดทหาร เปรียบเทียบงบอาหารหรูในสภาฯ เสนอเสียสละส่วนต่างงบประมาณเพื่อนำไปจุนเจือส่วนอื่นที่จำเป็นกว่า ในยามวิกฤตเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
กลายเป็นประเด็นที่สร้างความสนใจในโลกโซเชียล เมื่อเพจเฟซบุ๊ก “ปราชญ์ สามสี” ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงทัศนะเชิงเปรียบเทียบถึงงบประมาณรายจ่ายของภาครัฐ โดยเฉพาะงบค่าอาหารของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเนื้อหาดังนี้
ช่วงนี้มีข้อเสนอในสังคมว่าควรยกเลิกหรือปรับลดงบค่าอาหารของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่วันละประมาณ 1,000 บาท หลายคนมองว่าตัวเลขนี้สูงเกินไป และควรมีการทบทวนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ก็มีข้อเสนอจากหลายฝ่ายว่า หากไม่สามารถยกเลิกได้ทั้งหมด อย่างน้อยก็ควรมีการปรับลดลงให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของสังคม
ข้าพเจ้าจึงอยากขอเสนอให้ลอง “หันกระบอกมองอีกมุมหนึ่ง” ดูบ้าง ว่าในขณะที่สังคมกำลังถกเถียงเรื่องงบประมาณของผู้แทนราษฎร ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจสมควรได้รับความสนใจและการสนับสนุนมากกว่านี้ นั่นคือทหารกองประจำการ
ทหารกองประจำการได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 96 บาท ตามหลักการของระเบียบเกี่ยวกับเบี้ยเลี้ยงทหาร เงินจำนวนนี้มีเจตนาหลักเพื่อใช้สำหรับ “ประกอบเลี้ยงดูทหาร” หรือกล่าวอย่างง่ายก็คือ เป็นงบสำหรับค่าอาหารที่รัฐจัดให้กับกำลังพล ตามระเบียบแล้วกองทัพสามารถใช้เงินจำนวนนี้ทั้งหมดเพื่อจัดเลี้ยงอาหารให้ทหารได้
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติหลายหน่วยไม่ได้ใช้เงินเต็มจำนวน หน่วยส่วนใหญ่มักหักเพียงประมาณวันละ 70–75 บาท เพื่อนำไปจัดอาหารให้ทหาร และปล่อยให้เงินส่วนที่เหลืออยู่กับทหารเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวเล็กน้อย พูดอย่างตรงไปตรงมา กองทัพไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ก็ได้ เพราะเงินก้อนนี้ตั้งใจให้ใช้เพื่อจัดอาหารอยู่แล้ว แต่หลายหน่วยเลือกกันเงินบางส่วนไว้ให้ทหารถือไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน
หากลองนึกภาพตามง่าย ๆ ทหารกองประจำการได้รับเงินวันละ 96 บาท ใช้สำหรับค่าอาหารประมาณ 70–75 บาท และเหลือเงินติดตัวเพียงไม่กี่สิบบาทเท่านั้น
คนเหล่านี้คือกำลังพลที่ต้องไปเฝ้าชายแดน ออกช่วยเหลือประชาชนยามน้ำท่วม เข้าดับไฟป่า หรือปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ความมั่นคงซึ่งมีความเสี่ยงต่อชีวิตอยู่เสมอ
ในขณะเดียวกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับค่าอาหารวันละ 1,000 บาท คำถามที่หลายคนเริ่มตั้งขึ้นก็คือ เงินจำนวนดังกล่าวถูกใช้ไปอย่างไร และสะท้อนความเหมาะสมของโครงสร้างงบประมาณของรัฐมากน้อยเพียงใด
ยิงไปกว่านั้น ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ตึงตัว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนจากสงครามทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
ในช่วงเวลาเช่นนี้ ภาคประชาชนจำนวนมากต้องรัดเข็มขัด ลดรายจ่าย และปรับตัวกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
คำถามที่สังคมเริ่มตั้งขึ้นก็คือ ในเมื่อประชาชนจำนวนมากต้องประหยัดและรัดเข็มขัด เหตุใดนักการเมืองซึ่งเป็นผู้นำของประเทศจึงไม่แสดงตัวอย่างในการ “รัดเข็มขัด” บ้าง เพื่อสะท้อนความเข้าใจต่อสถานการณ์ของประเทศและความรู้สึกของประชาชน
ท้ายที่สุดแล้ว ข้าพเจ้ามิได้ต้องการเพียงให้เกิดการโต้เถียงเรื่องตัวเลขงบประมาณเท่านั้น แต่อยากชวนให้ลองมองอีกมุมหนึ่งว่า หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลองปรับค่าอาหารของตนให้ใกล้เคียงกับทหารกองประจำการ คือวันละ 96 บาทบ้าง
อาจทำให้เห็นภาพความเหมาะสมของงบประมาณได้ชัดเจนขึ้น และเข้าใจว่าการดำรงชีวิตภายใต้ข้อจำกัดเช่นนี้เป็นอย่างไร เงินส่วนต่างสามารถนำไปบริหารช่วยเหลือประชาชนในส่วนอื่นได้อีกมากหากช่วยกันประหยัดงบหรือช่วยแบ่งเบาภาระด้วยการเสียสละงบส่วนนี้ก็จะดีไม่น้อย
บางทีการทดลองเช่นนี้ อาจทำให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจเห็นสภาพความเป็นจริงมากขึ้น ว่าข้าราชการระดับปฏิบัติการและทหารชั้นผู้น้อยต้องใช้ชีวิตอย่างไรในแต่ละวัน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง บางครั้งก็ต้องรู้จักก้าวลงมาใช้ชีวิตร่วมกับคนรุ่นน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาบ้าง
การได้ลอง “กินข้าวถาดเดียวกัน” อาจทำให้หลายคนเข้าใจมากขึ้นว่า ความพอดี ความเหมาะสม และความเป็นธรรมในระบบงบประมาณของรัฐนั้น ควรมีหน้าตาอย่างไร
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปิดระเบียบรัฐสภาฉบับใหม่ ปรับฐานเงินเดือน ยกแผงทีมงาน สส.-สว.
- งานแรกประธานสภาฯ นัดประชุมสภาฯ 19 มี.ค. เลือกนายกฯ
- ประธานสภาฯ ป้ายแดง บอกตลก! หลัง ‘หมอวรงค์’ ชงตัดงบข้าว สส.
ติดตามเราได้ที่