สงครามเดือดปรับสัดส่วนตลาดท่องเที่ยว ชี้จีนคว้าตำแหน่งที่พึ่งสุดท้าย หวังปี 69 แตะ 7 ล้านคน
สงครามเดือดปรับสัดส่วนตลาดท่องเที่ยว ชี้จีนคว้าตำแหน่งที่พึ่งสุดท้าย หวังปี 69 แตะ 7 ล้านคน
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่สงบลง ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดระยะไกล ทั้งยุโรป สหรัฐ และตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดระยะใกล้กลับมาเป็นตลาดหลักของการท่องเที่ยวอีกครั้ง โดยเฉพาะจีน ที่มีการฟื้นตัวกลับมาได้ค่อนข้างดี รวมถึงอาเซียน ทำให้ปี 2569 นี้ ประเมินว่า สัดส่วนโครงสร้างนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดระยะไกลที่มีกำลังซื้อสูง และพยายามขยายส่วนแบ่งตลาดให้เพิ่มมากขึ้นอาจไม่เป็นไปอย่างที่หวังไว้ เพราะมีการชะลอการเดินทางจากความไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยทางอากาศ ต้องหาตลาดระยะใกล้เข้ามาชดเชยส่วนที่หายไป
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลควรเร่งอัดฉีดงบประมาณการตลาดเน้นกลุ่มเป้าหมายในระยะใกล้ที่ใช้เวลาบินน้อยกว่าเพื่อประคองตัวเลขรายได้ ในขณะเดียวกันต้องเร่งสื่อสารความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งและมีความปลอดภัยสูงสุดสำหรับนักท่องเที่ยวทุกชาติ โดยเสนอ 4 ด้านหลักที่ต้องเร่งเรื่องยกระดับให้เห็นผลอย่างชัดเจน ได้แก่ 1.คุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย ต้องได้รับการยืนยันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจกลับคืน 2.การพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม อาทิ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับลึก การท่องเที่ยวหรู และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นสิ่งจำเป็น ไม่สามารใช้การเหมาเข่งเหมือนเดิมได้ 3.การตลาดเชิงดิจิทัล โดยใช้ข้อมูลและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจีนเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ และ 4.การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เชื่อมโยงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นเข้ากับประสบการณ์ท่องเที่ยว ซึ่งจะสอดรับกับความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมของนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ปี 2569 นี้ ประเมินเบื้องต้นตัวเลขตลาดจีนเที่ยวไทยน่าจะทำได้ประมาณ 6-7 ล้านคน หรือเฉลี่ย 6 แสนคนต่อเดือน ซึ่งถือว่ามีความท้าทายในการทำตลาดอย่างมาก จากการแข่งขันที่สูงในคู่แข่งหลักๆ ทั้งเวียดนาม และญี่ปุ่น ทำให้ตอนนี้ต้องมีการวางแผนทำตลาดอย่างเข้มข้น โดยมองว่าควรใช้กลยุทธ์มุ่งดึงนักท่องเที่ยวจีนจากเมืองรองระดับ 2-3 เข้ามาเที่ยวไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือ อาทิ มองโกเลียใน ทิเบต และซินเจียง เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และมีความชื่นชอบประเทศไทยอยู่เป็นทุน นิยมเดินทางหนีอากาศหนาวจัดเข้ามาเที่ยวไทย
“เรายังมีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลง รวมถึงมีสงครามตะวันออกกลางเข้ามาส่งผลกระทบเพิ่มเติมอีก ทำให้รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาด้านภาพลักษณ์ความปลอดภัยก่อน อีกทั้งมีปัญหาเรื่องค่าเงินบาทที่ทรงตัวในโซนแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาอาจตัดสินใจไปเที่ยวที่อื่น เพราะมองในด้านความคุ้มค่ามากกว่าได้ การแข่งค่าของค่าเงินบาทไม่ได้เป็นผลกระทบเล็กน้อยอีกต่อไปแล้ว ในช่วงที่การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวสูงขึ้น การเที่ยวประเทศอื่นมีราคาที่ไม่สูงเทียบเท่า และถูกมองว่ามีความคุ้มค่ามากกว่าการมาเที่ยวไทย โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวฐานะระดับปานกลาง ที่สามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้ แต่ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม คุ้มค่า ซึ่งเป็นกลุ่มหลักๆ ในการออกเดินทางท่องเที่ยว” นายอดิษฐ์ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงครามเดือดปรับสัดส่วนตลาดท่องเที่ยว ชี้จีนคว้าตำแหน่งที่พึ่งสุดท้าย หวังปี 69 แตะ 7 ล้านคน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th