"พะเยา" ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย "ไฟป่า-ฝุ่น PM2.5" 9 อำเภอ
วันนี้ (3 เม.ย.2569) ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ เวลา 07.00 น. รายงานสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พบว่าพื้นที่ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 48.5-352.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อ ลบ.ม.) โดยมากสุดในพื้นที่ ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตรวจวัดได้ 352 มคก.ต่อ ลบ.ม. รองลงมา ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตรวจวัดได้ 299.1 มคก.ต่อ ลบ.ม. และ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ตรวจวัดได้ 253.8 มคก.ต่อ ลบ.ม.
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ จ.พะเยา ตรวจวัดที่ ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา อยู่ที่ 152.1 มคก.ต่อ ลบ.ม. โดยเมื่อวันที่ 2 เม.ย.2569 นายสมศักดิ์ แก้วเสนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดพะเยา ประกาศให้พื้นที่ 9 อำเภอ เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย จากสถานการณ์อัคคีภัย ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.2569 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง
ทั้งนี้ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย อ.เมืองพะเยา อ.จุน อ.เชียงคำ อ.เชียงม่วน อ.ดอกคำใต้ อ.ปง อ.แม่ใจอ.ภูซาง และ อ.ภูกามยาว โดยสถานการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นสาธารณภัยตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกฎหมายโดยเร็ว
ในส่วนของ อ.ปง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรง มีการประกาศครอบคลุมหลายตำบล เช่น ต.ปง ต.ออย ต.ขุนควร ต.งิม ต.นาปรัง และ ต.ผาช้างน้อย โดยสถานการณ์ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน และยังไม่คลี่คลาย
จังหวัดพะเยา เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนดำเนินการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564–2570 อย่างเคร่งครัด พร้อมเร่งบูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้เร็วที่สุด
อ่านข่าว :
รมว.ทส.ตั้งศูนย์แก้ไขไฟป่า หมอกควันภาคเหนือ เข้มหลังพบคบเพลิงป่าจอมทอง
นายกฯสิงคโปร์ แถลงด่วน เตือนผลกระทบรุนแรงจากการหยุดชะงักด้านพลังงานในตะวันออกกลาง
อุทยานฯ พีพี แจงปม จนท.จดตัวเลขนักท่องเที่ยวใส่ฝ่ามือ ยันพร้อมให้ตรวจสอบ