โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 00.55 น.

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 เม.ย. 69 7:55: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดที่ 111.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พุ่งขึ้น 11.42 ดอลลาร์ หรือ 11.41% ทำสถิติเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2020

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 109.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 7.87 ดอลลาร์ หรือ 7.78%

ราคาน้ำมันโลกปิดพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการส่งออกน้ำมันจะเผชิญการหยุดชะงักที่ยืดเยื้อออกไป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ จะเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อไป

*** ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกปรับตัวขึ้นเช้านี้ หลังมีรายงานว่าอิหร่านและโอมานกำลังจัดทำข้อตกลงเพื่อกำกับดูแลการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยหนุนความหวังว่าเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวอาจกลับมาเปิดใช้งานได้บางส่วน

คาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ฝ่ายกฎหมายและกิจการระหว่างประเทศ ระบุผ่านสำนักข่าวทางการอิหร่านว่า การเดินเรือของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเส้นทางสำคัญแห่งนี้ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและการประสานงานกับทั้งสองประเทศ

  • ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นนำในภูมิภาค โดยดัชนี Kospi พุ่งขึ้น 3.25% ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Kosdaq เพิ่มขึ้น 2.15%
  • ส่วนดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปรับขึ้น 1.67% และดัชนี Topix เพิ่มขึ้น 1.38%
  • ตลาดหุ้นออสเตรเลียและฮ่องกงปิดทำการเนื่องในช่วงวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์

*** จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสหรัฐ ลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 202,000 ราย ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 มี.ค. ขณะที่ผลสำรวจโดยรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ที่ 212,000 ราย

จำนวนคำขอรับสวัสดิการว่างงานใหม่ในสหรัฐลดลงเหนือความคาดหมายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการปลดพนักงานที่อยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงอยู่ในภาวะทรงตัวในเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้ออาจเป็นความเสี่ยงด้านลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

*** J.P. Morgan คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นแตะระดับ 120-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระยะใกล้ และมีความเสี่ยงทะลุระดับ 150 ดอลลาร์ หากการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกรบกวนต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนพ.ค.

สำหรับกรณีฐาน J.P. Morgan มองว่า ความปั่นป่วนในช่องแคบฮอร์มุซจะได้รับการคลี่คลายในท้ายที่สุดผ่านการเจรจา หลังจากเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวและการลดลงของสต็อกน้ำมันเป็นระยะเวลาหนึ่ง

*** บริษัทพลังงานรายใหญ่ของยุโรป ได้แก่ TotalEnergies และ Shell เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่กำลังเล็งเข้าร่วมสัมปทานในแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพสูงแห่งหนึ่งในอ่าวเม็กซิโก ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าว ซึ่งความสนใจในการสำรวจพลังงานในทวีปอเมริกาเหนือได้รับความสนใจเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังมีบริษัท BP ของอังกฤษ, Repsol จากสเปนที่แสดงความสนใจเช่นกัน ขณะที่ Chevron มีแนวโน้มพิจารณายื่นข้อเสนอเข้าร่วมสัมปทานด้วย

*** สื่ออิหร่านรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่รายหนึ่งว่า อิหร่านและโอมานกำลังจัดทำข้อตกลงเพื่อกำกับดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

คาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ฝ่ายกฎหมายและกิจการระหว่างประเทศ ระบุว่า การเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญดังกล่าวควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและการประสานงานกับทั้งสองประเทศ และเพิ่มเติมว่า ข้อกำหนดเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการเดินเรือ แต่เพื่ออำนวยความสะดวก รับประกันความปลอดภัย และยกระดับการให้บริการแก่เรือที่ผ่านเส้นทางนี้

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติเพิ่มขึ้น หลังให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าทำสงครามกับอิหร่านต่อไป ซึ่งยิ่งสร้างความปั่นป่วนในตลาดพลังงาน โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ระบุว่า ข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่ต้องการความช่วยเหลือในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งด้วยวิธีทางทหารนั้นไม่สมเหตุสมผล พร้อมเรียกร้องให้มีการหารือกับอิหร่านเพื่อหาทางออก

*** ประเทศราว 40 แห่งหารือร่วมกัน เพื่อหามาตรการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติการที่อิหร่านจับเศรษฐกิจโลกเป็นตัวประกัน ตามการเปิดเผยของสหราชอาณาจักร หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่าการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางน้ำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ประเทศอื่นต้องหาทางจัดการกันเอง

ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เสนอตัวพร้อมแบ่งปันประสบการณ์ในการรับมือกับการคุ้มครองเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลดำให้แก่ประเทศต่าง ๆ ที่กำลังพิจารณาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

*** บริษัท SpaceX ของอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ได้หารือกับกองทุน Public Investment Fund ของซาอุดีอาระเบียถึงความเป็นไปได้ที่จะเป็นผู้ถือหุ้นหลัก มูลค่าราว 5,000 ล้านดอลลาร์ ในการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรกของบริษัท (IPO) ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า SpaceX ได้ปรับเพิ่มการประเมินมูลค่ากิจการในการทำ IPO ขึ้นไปมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจกลายเป็นการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

*** Blue Owl บริษัทด้าน Private credit ได้จำกัดการไถ่ถอนเงินจากกองทุน 2 กองทุน หลังเผชิญคำขอไถ่ถอนในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ทำให้นักลงทุนแห่ถอนเงินออกจากกองทุนที่เน้นลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี

บริษัทด้าน Private credit รวมถึง Blue Owl กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะตลาดที่ปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนลดการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ จากความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินและมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อ หลังเกิดกรณีล้มละลายของบริษัทชื่อดังหลายแห่ง

*** Starbucks ประกาศว่า บริษัทได้ปิดดีลกับ Boyu Capital เพื่อขายสิทธิ์บริหารจัดการธุรกิจในประเทศจีนแล้ว ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเครือร้านกาแฟในเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก ซึ่งกำลังเผชิญการแข่งขันจากบริษัทในท้องถิ่นอย่าง Luckin และ Cotti ที่แย่งส่วนแบ่งตลาดด้วยราคาที่ย่อมเยากว่า

Starbucks ระบุว่า กองทุนภายใต้การบริหารของ Boyu ซึ่งมีผู้ก่อตั้งรวมถึงหลานของอดีตประธานาธิบดีจีน เจียง เจ๋อหมิน จะถือหุ้น 60% ในธุรกิจร้าน Starbucks ในจีน ขณะที่ Starbucks จะยังคงถือหุ้นส่วนที่เหลือ และจะให้สิทธิ์ใช้แบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญาแก่กิจการร่วมดังกล่าวต่อไป

*** ผลสำรวจของ Nikkei และ Nikkei Quick News บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรก โดยยังคงสามารถรับมือกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามอิหร่านได้ในระยะนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของจีนในช่วงไตรมาสแรก จะขยายตัว 4.7% เพิ่มขึ้นจาก 4.5% ในไตรมาส 4/2025

*** Malaysia Aviation Group บริษัทแม่ของสายการบินแห่งชาติ Malaysia Airlines เตือนว่า ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจกดดันอัตรากำไรของบริษัท แม้จะรายงานผลกำไรปี 2025 ที่แข็งแกร่งก็ตาม

นาซารุดดิน บาการ์ ประธานกลุ่มและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แถลงผลประกอบการประจำปีวานนี้ (2 เม.ย.) ระบุว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการบินเพิ่มขึ้นราว 140% นับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ปัจจุบันต้นทุนน้ำมันคิดเป็นประมาณ 40% ของต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมดของกลุ่ม

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...