โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กษัตริย์ชาลส์เตรียมเยือนสหรัฐ ซอฟต์พาวเวอร์กาวใจทรัมป์-สตาร์เมอร์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานประกาศสำนักพระราชวังบักกิงแฮม เมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ตามแผนการที่วางกันไว้นานแล้ว เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปี สหรัฐเป็นเอกราชจากการปกครองของอังกฤษ จากนั้นทั้งสองพระองค์จะเสด็จเยือนเบอร์มิว ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษในแอตแลนติกเหนือ

“ตามหมายกำหนดการกษัตริย์และพระราชินีจะทรงเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ทวิภาคีสมัยใหม่ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา” ประกาศสำนักพระราชวังระบุและว่าการเสด็จเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นตามคำแนะนำของรัฐบาลอังกฤษ

นี่จะเป็นการเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการครั้งแรกของกษัตริย์อังกฤษนับตั้งแต่ปี 2007 ที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จไปเป็นครั้งที่ 4 ในรัชสมัยของพระองค์

แม้สำนักพระราชวังบักกิงแฮมประกาศเพียงว่า ทริปนี้จะเกิดขึ้น “ปลายเดือน เม.ย.” แต่ทรัมป์ เป็นฝ่ายเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า วันที่ 27-30 เม.ย. โดยจะมี“งานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำอันยิ่งใหญ่ ณ ทำเนียบขาว เย็นวันที่ 28 เม.ย.”

บีบีซีรายงาน คาดว่ากษัตริย์ชาลส์จะทรงแสดงสุนทรพจน์ที่สภาคองเกรสด้วย แต่แหล่งข่าวหลายรายเผยว่า พระองค์ไม่น่าจะทรงพบกับเจ้าชายแฮร์รี พระโอรส ผู้ใช้ชีวิตในแคลิฟอร์เนีย คนละฟากฝั่งกับวอชิงตัน และระหว่างทริปหมายกำหนดการก็แน่นมาก

ตึงเครียดเพราะสงครามอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐกับนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของอังกฤษ ตึงเครียดจากกรณีผู้นำอังกฤษลังเลไม่เข้าไปข้องเกี่ยวในสงครามอิหร่าน และไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพอังกฤษเปิดโจมตีก่อน

แม้สตาร์เมอร์อนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้ฐานทัพในการโจมตีป้องกันตัว แต่ทรัมป์ก็ไม่วายวิจารณ์นายกฯ อังกฤษเสมอว่า เขา “ไม่ใช่วินสตัน เชอร์ชิลล์” และทำลายความเป็นพันธมิตรแน่นแฟ้นยาวนาน

ทรัมป์ ถึงขนาดเยาะเย้ยข้อเสนอของอังกฤษที่จะส่งกำลังทหารเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลางด้วย

นอกจากเรื่องอิหร่าน ทรัมป์ยังเปลี่ยนมุมมองเรื่องที่อังกฤษทำข้อตกลงถ่ายโอนอธิปไตยเหนือหมู่เกาะชาโกสให้มอริเชียส หมู่เกาะนี้เป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศดิเอโกการ์เซียซึ่งสำคัญทางยุทธศาสตร์ ทรัมป์กล่าวว่านี่เป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง เสียงวิจารณ์ของทรัมป์เล่นเอาฝ่ายตรงข้ามของสตาร์เมอร์ถึงกับดีอกดีใจ

สำหรับสตาร์เมอร์ อดีตทนายความสิทธิมนุษยชน เขาคาใจถึงความถูกต้องตามกฎหมายในการโจมตีอิหร่าน และกังวลเรื่องราคาพลังงานเพิ่มขึ้น กระนั้นเขาก็ยังหลีกเลี่ยงที่จะวิจารณ์ทรัมป์ตรงๆ และบอกกับสาธารณชนเสมอว่าความสัมพันธ์ของพวกเขายังดีอยู่

อิทธิพลราชวงศ์

นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่ง สตาร์เมอร์ได้ใช้ซอฟต์พาวเวอร์ ของราชวงศ์เอาใจประธานาธิบดีสหรัฐผู้ชื่นชมพระมหากษัตริย์และราชวงศ์อย่างมาก เพื่อให้เขายังคงสนับสนุนสงครามในยูเครน และเพื่อลดผลกระทบจากภาษีการค้าที่อาจเกิดขึ้น

กษัตริย์ชาลส์ทรงเคยต้อนรับทรัมป์มาเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ก.ย.ปีก่อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทรงพาทรัมป์นั่งรถม้าและร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการที่พระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์อันพิเศษระหว่างสองประเทศ บรรยายความสัมพันธ์ดังกล่าวว่า “หาอะไรมาทดแทนไม่ได้และทำลายไม่ได้”

คราวนี้สตาร์เมอร์จึงหวังว่ากษัตริย์ชาลส์ พระชนมายุ 77 พรรษา จะทรงช่วยให้ความสัมพันธ์ที่ปั่นป่วนในตอนนี้ราบรื่นได้อีกครั้ง ก่อนที่ เจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทจะเสด็จเยือนสหรัฐในฤดูร้อนระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) ว่า การเสด็จครั้งนี้จะไม่ได้รับผลกระทบจากความบาดหมางกับสตาร์เมอร์

“พระองค์เป็นเพื่อนของผม เป็นสุภาพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่” ทรัมป์กล่าวถึงกษัตริย์ชาลส์

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้จะทำให้กษัตริย์ชาลส์ทรงอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เนื่องจากพระองค์ต้องตรัสชมประธานาธิบดีผู้ไม่เป็นที่นิยมในหมู่ชาวอังกฤษอย่างมากตามผลสำรวจความคิดเห็น

ยิ่งไปกว่านั้นทัศนะเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทรัมป์ยังอยู่กันคนละโลกกับพระองค์ ผู้ใช้เวลาทั้งชีวิตรณรงค์ให้คนตระหนักรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้กษัตริย์ชาลส์อาจต้องทรงเจอคำถามเกี่ยวกับพระอนุชา แอนดรูว์ เมาน์ทแบตเทน วินด์เซอร์ซึ่งกำลังถูกตำรวจสอบสวนในข้อหาประพฤติมิชอบในตำแหน่งราชการ เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับเจฟฟรีย์ เอปสตีนผู้กระทำความผิดทางเพศชาวอเมริกันผู้ล่วงลับ

เอ็ด เดวี ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย พรรคใหญ่อันดับสามในสภาเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ควรยกเลิกหมายกำหนดการ โดยให้เหตุผลว่า ทรัมป์ไม่ควรได้รับชัยชนะทางการทูตเพราะเขาดูหมิ่นอังกฤษไว้มาก

ล่าสุด ไม่นานก่อนพระราชวังบักกิงแฮมประกาศการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ ทรัมป์ระเบิดอารมณ์ใส่สหราชอาณาจักรและประเทศอื่นๆ เรื่องสงครามอิหร่าน บอกพวกเขา “ไปเอาน้ำมันของตนเอง” จากช่องแคบฮอร์มุซ “สหรัฐอเมริกาจะไม่ไปช่วยคุณอีกต่อไป เหมือนที่เคยไม่ไปช่วยพวกเรานั่นล่ะ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...