โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“มิน อ่อง หล่าย” ขึ้นนั่งประธานาธิบดีเมียนมา ท่ามกลางนานาชาติวิจารณ์เลือกตั้งไม่โปร่งใส

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

รัฐสภาเมียนมาที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกองทัพ ลงมติเลือก "มิน อ่อง หล่าย" ขึ้นนั่งประธานาธิบดีเมียนมา ท่ามกลางนานาชาติวิจารณ์เลือกตั้งไม่โปร่งใส

วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 14.19 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า รัฐสภาเมียนมาที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกองทัพ ลงมติเลือก มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 11 ของประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบที่เรียกว่า “รัฐบาลพลเรือน” หลังจากกองทัพยึดอำนาจในปี 2564 หรือเมื่อ 5 ปีก่อน

การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมิน อ่อง หล่าย ลาออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมื่อวันจันทร์ ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งดังกล่าวมานานถึง 15 ปี แม้กระบวนการเลือกตั้งจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนานาชาติ และประเทศยังคงอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง

โดยในการลงคะแนนในรัฐสภา Pyidaungsu Hluttaw หรือรัฐสภาแห่งสหภาพ มิน อ่อง หล่าย ได้รับคะแนนเสียง 429 เสียง จากทั้งหมด 584 เสียง เอาชนะผู้สมัครอีกสองคน ได้แก่ Nan Ni Ni Aye และ Nyo Saw นายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลทหารเดิม ซึ่งทั้งสองมีความใกล้ชิดกับพรรค Union Solidarity and Development Party (USDP) พรรคที่กองทัพสนับสนุน และจะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในรัฐบาลใหม่ ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญเมียนมา กองทัพได้รับการจัดสรรที่นั่งในรัฐสภา 25% ของทั้งสองสภาโดยอัตโนมัติ

นักวิเคราะห์ มองว่า การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของแผนระยะยาวของกองทัพในการสร้างความชอบธรรมให้การปกครองของทหาร อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จริงของประเทศยังคงแตกแยกอย่างรุนแรง โดยรัฐบาลทหารสามารถควบคุมพื้นที่ได้เพียงประมาณครึ่งประเทศเท่านั้น

นักวิจัยจากสถาบัน Tampadipa ระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งในเมียนมาทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 90,000 คน ตามข้อมูลขององค์กร Armed Conflict Location & Event Data Project พร้อมระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจหลีกเลี่ยงได้ หากผู้นำทหารเลือกใช้แนวทางการเมืองมากกว่าการใช้กำลังทหาร

การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งทั่วไปหลายรอบในเดือนธันวาคมและมกราคม ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2564 แต่กระบวนการเลือกตั้งถูกวิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งที่อยู่ภายใต้รัฐบาลทหารได้ยุบพรรคการเมืองจำนวนมาก รวมถึงพรรค National League for Democracy (NLD) ของรัฐบาลพลเรือนเดิม

ทำให้ประชาคมระหว่างประเทศจำนวนมากเรียกการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็น “การเลือกตั้งหลอก” และ ASEAN ก็ไม่รับรองผลการเลือกตั้ง ขณะที่ Aung San Suu Kyi และผู้นำรัฐบาลพลเรือนเดิมคนอื่น ๆ ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ โดยเธอถูกตัดสินโทษจากหลายคดี รวมโทษแล้วเทียบเท่าจำคุกตลอดชีวิต

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...