เช็กรถ-เส้นทาง สงกรานต์ เดินทางปลอดภัย
ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์นี้ หลายคนอาจจะมีโปรแกรม ออกเดินทางท่องเที่ยว หรือกลับบ้านในต่างจังหวัด หรือออกเดินทางไกล
เพื่อเฉลิมฉลอง หรือพักผ่อนไปกับเทศกาลแห่งความสุข
สิ่งสำคัญไม่ควรละเลยคือการเตรียมความพร้อมของคน และความพร้อมของรถ เนื่องจากปริมาณการเดินทาง ปริมาณรถที่สัญจรไปมาบนท้องถนนนั้นจะมีปริมาณมากกว่าปกติ ทั้งเส้นทางสายหลัก หรือสายรอง
และปฏิเสธไม่ได้ว่าการเฉลิมฉลองในเทศกาลสงกรานต์นั้นจะมาพร้อมกับการละเล่นน้ำสงกรานต์ แน่นอนว่าแม้ว่าเราจะได้ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท
นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) คณะกรรมการศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยสถิติข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 1,538 ครั้ง ในช่วง 7 วันอันตราย (11-17 เม.ย.2568) มีจำนวนผู้บาดเจ็บ 1,495 ราย และเสียชีวิต 253 ราย
ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุพบว่าเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 41.68%, ดื่มแล้วขับ 23.86% ตัดหน้ารถกระชั้นชิด 19.38%
ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุนั้น 83.34% เป็นรถจักรยานยนต์, รถกระบะ 7.41% และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 3.86% ส่วนช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นช่วงเวลา 15.01-18.00 น. สูงถึง 20.68% , เวลา 18.01-21.00 น. สูง 20.16% และเวลา 12.01-15.00 น. 13.85%
นอกจากนี้สาเหตุสำคัญยังคงมาจากพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
ยิ่งเร็ว ยิ่งเสี่ยง
จากข้อมูลศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน ศวปถ. ระบุว่า ขับรถเร็วทำให้ไม่เห็นข้างทาง เพราะลานสายตาปกติของคนเราจะมองได้กว้างถึง 180 องศา โดยมีมุมมองรับรู้ตื่นตัวที่ 20-30 องศา และมีเพียงแค่ 2-3 องศาที่มองเห็นชัดเจน เรียกว่า Focal point
แน่นอนว่าเมื่อขับรถเร็วมุมมองจะเริ่มแคบลง ยิ่งทำให้มองไม่เห็นด้านข้าง ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุกระชั้นชิด ทำให้อาจจะตัดสินใจไม่ทัน เช่น ถ้าขับรถด้วยความเร็ว 90 กม./ชม. มุมมองการเห็นจาก 180 องศาลดลงเหลือเพียง 50 องศาเท่านั้น หมายความว่ายิ่งขับรถเร็วยิ่งมองไม่เห็นด้านนั้น และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น
รถยิ่งมาก ยิ่งเสี่ยง
จากคาดการณ์ของกระทรวงปริมาณจราจรในช่วง 10 วันของเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายน 2569 ว่าจะมีปริมาณจราจรเข้าและออกจากกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลักและมอเตอร์เวย์ รวม 10.65 ล้านคัน และบนทางพิเศษ รวม 15.89 ล้านคัน
ศึกษา-วางแผน ก่อนเดินทาง
การเดินทางในช่วงเทศกาลที่มีปริมาณรถและการจราจรหนาแน่น ศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทางจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย เพื่อไม่ให้เสียเวลา เสียทรัพย์ และเสียสุขภาพ (จิต) ขณะใช้รถใช้ถนน
ยิ่งในช่วงวิกฤตพลังงาน ที่ส่งผลให้ค่าพลังงานมีการปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน การเตรียมความพร้อมและวางแผนเดินทางถือเป็นการลดความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง
ผู้ใช้รถยนต์ที่ต้องเติมน้ำมัน, ก๊าซ หรือแม้แต่ไฟฟ้า ควรศึกษาเส้นทาง และสถานีบริการพลังงานให้พร้อม
นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ในส่วนของการจัดเก็บค่าผ่านทางหลาย ๆ เส้นทางมีการงดเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ได้แก่
1. ทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น.
2. ทางพิเศษอุดรรัถยา และทางพิเศษเฉลิมมหานคร ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น.
3. มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กรุงเทพมหานคร-เมืองพัทยา) ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2569
4. มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน-บางพลี และตอนพระประแดง-บางแค ช่วงพระประแดง-ต่างระดับบางขุนเทียน) ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2569
5. มอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (บางใหญ่-กาญจนบุรี) ยกเว้นค่าผ่านทาง พิเศษ ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2569
นอกจากนี้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ตลอดเส้นทาง จากบางปะอิน-นครราชสีมา โดยช่วงบางปะอิน-ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาออก กทม. ระหว่างวันที่ 10-13 เมษายน 2569
และเป็นขาเข้า กทม. ระหว่างวันที่ 14-19 เมษายน 2569 และช่วงปากช่อง-นครราชสีมา สามารถใช้ได้ทั้งขาออกและขาเข้า และเปิดให้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตร
เช็กรถก่อนออกเดินทาง
ไม่ว่าจะเป็นมือเก่า หรือมือใหม่ การหมั่นตรวจสอบเช็กสภาพความพร้อมของรถยนต์ให้พร้อมก่อนออกเดินทางนั้นถือเป็น “หัวใจ” สำคัญ เพื่อให้การเดินทางถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น ดังนั้นการตรวจสอบพื้นฐานรถยนต์ให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟส่องสว่าง ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟตัดหมอก และไฟฉุกเฉิน ทุกดวงต้องใช้งานได้ตามปกติและให้แสงสว่างที่ชัดเจน, 2. น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรกและระบบเบรก, น้ำมันเกียร์ และน้ำมันคลัตช์ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ตรวจสอบสภาพผ้าเบรก หากไม่แน่ใจควรนำรถเข้าพบช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยสูงสุด, ยางรถยนต์และช่วงล่าง, แบตเตอรี่รถยนต์, ที่ปัดน้ำฝน, หม้อน้ำ ท่อยาง และระบบหล่อเย็น, แตรรถยนต์
แตรเป็นอุปกรณ์สื่อสารสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม ก่อนเดินทางควรทดลองกดแตรเพื่อเช็กว่าเสียงยังดังชัดเจนและระบบลมแตรทำงานปกติหรือไม่ เพราะการส่งสัญญาณเตือนในจังหวะคับขันสามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ ฯลฯ
เสียเวลาที่การตรวจเช็กและเตรียมความพร้อม เพื่อให้การเฉลิมฉลองในเทศกาลแห่งความสุขอย่างแท้จริง
สุดท้ายต้องพึงระลึกเสมอว่าการใช้รถใช้ถนนต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยของทุกคน โดยต้องไม่ฝ่าฝืนกฎจราจรและป้ายเตือน ควรขับขี่รถตามที่เครื่องหมายจราจรกำหนดอย่างเคร่งครัด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เช็กรถ-เส้นทาง สงกรานต์ เดินทางปลอดภัย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net