ร้อง "ปวีณา" ครูปล่อยหลานสาวออกนอกโรงเรียน ไม่แจ้งผู้ปกครอง จนเด็กถูกรถชนเสียชีวิต
อาร้อง "ปวีณา" ครูปล่อยหลานสาววัย 14 ปี ออกนอกโรงเรียน โดยไม่แจ้งผู้ปกครอง จนเด็กถูกรถชนเสียชีวิต ซ้ำยังมีครูบางคนพูดว่า “เด็กออกไปตายเอง” โดยไม่มีการขอโทษแต่อย่างใด
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 27 มี.ค.2569 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ.กระทรวงศึกษาธิการ นายธีรดนย์ ศรีฟ้า รอง ผอ.ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. รับเรื่องร้องเรียนเด็กนักเรียนถูกรถชนเสียชีวิต
โดย อาสาว อายุ 43 ปี อุ้มรูปภาพหลานสาว อายุ 14 ปี เดินทางมาจาก จ.สระบุรี ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ว่า หลานสาวอายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ทำเรื่องลาครูออกนอกโรงเรียน ก่อนจะซ้อนท้ายรถจยย.เพื่อน และไปประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต อาสาวและญาติคาใจ ทำไมเด็กนักเรียนขอออกนอกโรงเรียน ครูจึงไม่แจ้งผู้ปกครอง จนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ซ้ำยังมีครูบางคนบอกว่า “เด็กออกไปตายเอง” ขอช่วยตรวจสอบมาตรฐานครูและโรงเรียน
อาสาว กล่าวว่า น้องเมย์ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้นม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี น้องไม่มีพ่อ อาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่น้องเมย์ ส่วนแม่ก็ติดอยู่ในเรือนจำ อาเลี้ยงหลานมาตั้งเล็ก เป็นผู้ปกครองส่งให้เรียนหนังสือ รักเหมือนแก้วตาดวงใจ เลี้ยงเป็นลูกของตัวเอง เพราะอาก็ไม่มีลูก
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ก.พ.69 น้องเมย์ไปโรงเรียนตามปกติ วันนั้นช่วงประมาณ 15.20 น. อาได้โทรหาน้องเมย์แต่มีกู้ภัยรับโทรศัพท์แทน พร้อมกับแจ้งข่าวร้ายว่า น้องเมย์ซ้อนท้ายรถจยย.เพื่อนไปประสบอุบัติเหตุ เฉี่ยวชนกับรถตู้ บนถนนมิตรภาพอาการสาหัส และเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล
อาตกใจมาก สงสัยจึงสืบหาข้อมูลพบว่า น้องเขียนขออนุญาตครูออกไปธุระกับลุง และมีใบอนุญาตจากครูด้วย แต่ลุงไม่รู้เรื่องไม่ได้นัดพาน้องไปธุระแต่อย่างใด และอาเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดตอนน้องเดินออกจากโรงเรียน น้องเมย์ออกไปกับเพื่อนที่เป็น LGBTQ เพื่อไปดูหนัง และประสบอุบัติเหตุทั้งที่อาซึ่งเป็นผู้ปกครอง เคยแจ้งกับครูและทางโรงเรียนแล้วว่า หากเด็กจะออกไปไหนให้โทรถามผู้ปกครองก่อน แต่ครูกลับไม่มีการแจ้งผู้ปกครอง
หลังเกิดเหตุอาทำหนังสือไปขออนุญาต ผอ.ตรวจสอบ ว่าครูท่านใดเป็นคนอนุญาตให้เด็กออกนอกบริเวณโรงเรียน โดยไม่โทรแจ้งผู้ปกครอง แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ และมีคำพูดของคุณครูในโรงเรียนบางคนพูดว่า “เด็กออกไปตายเอง” และไม่มีการขอโทษทางครอบครัวเลย จนกระทั่งจัดงานศพเสร็จแล้วจนถึงทุกวันนี้
อาจึงมาร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอาผิดกับทางโรงเรียนที่ปล่อยให้เด็กออกจากโรงเรียนโดยที่ไม่โทรแจ้งผู้ปกครองก่อน ส่วนเรื่องคดีรถชนไม่มีปัญหาเพราะรถตู้กรณียอมรับเป็นฝ่ายผิด
นางปวีณา กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่ต้องมาสูญเสียน้องไปกะทันหัน เรื่องนี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งสำหรับเด็กและเยาวชนที่อยากจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนโดยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะเด็กยังไม่มีวุฒิภาวะ ฝากกระทรวงศึกษาธิการกวดขันห้ามเด็กออกนอกโรงเรียน โดยไม่ให้ออกนอกโรงเรียนง่ายๆ จะต้องมีการตรวจสอบกับผู้ปกครอง ให้ดีเสียก่อน ถ้าผิดสังเกตไม่ควรให้เด็กออกจากโรงเรียนเด็ดขาด
ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. กล่าวว่า ตามนโยบายของศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ได้เน้นย้ำในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ความเป็นธรรมกับทุกคนและสร้างความเชื่อมั่น
สำหรับกรณีนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอยู่ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริงเพราะการออกนอกโรงเรียนทางโรงเรียนจะมีระเบียบขั้นตอน และในเรื่องการดูแลช่วยเหลือเยียวยาจะกำชับทางเขตพื้นที่การศึกษาช่วยเหลือโดยเร็วเพราะเด็กทุกคนจะมีประกันชีวิตอยู่แล้ว ขอให้ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ร้อง "ปวีณา" ครูปล่อยหลานสาวออกนอกโรงเรียน ไม่แจ้งผู้ปกครอง จนเด็กถูกรถชนเสียชีวิต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th