ดร.ณัฏฐ์ชี้กฎหมายปิดช่อง สส. ร้องสอดคดีบัตรเลือกตั้งเหตุไร้ส่วนได้เสีย
นักกฎหมายชี้ชัดคดีรัฐธรรมนูญไร้บทบัญญัติการร้องสอด
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ "ดร.ณัฏฐ์" ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน ออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 กรณีที่มีกระแสข่าวกลุ่ม สส. จากพรรคการเมืองใหญ่เตรียมยื่นคำร้องสอดเข้าไปในคดีบัตรเลือกตั้ง เพื่อโต้แย้งประเด็นความลับของการเลือกตั้ง สส.ว่าตาม พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 และข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ไม่ได้มีบทบัญญัติรองรับให้บุคคลภายนอกสามารถร้องสอดเข้ามาในคดีได้ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับคดีแพ่งที่เปิดช่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 ให้ผู้มีส่วนได้เสียร้องสอดได้
ย้ำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กรเด็ดขาด
ประเด็นหลักของคดีนี้คือการพิจารณาว่า บัตรเลือกตั้งที่มีรหัสพิเศษ บาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 85 หรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นโมฆะซึ่งสาเหตุที่กฎหมายไม่เปิดช่องให้ร้องสอด เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลเสร็จเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ แตกต่างจากคดีแพ่งที่มีผลผูกพันเฉพาะคู่ความ หรือคดีเลือกตั้งในศาลฎีกาที่อนุโลมใช้การร้องสอดได้ แต่ในคดีนี้เป็นการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกระบวนการจัดการเลือกตั้งโดย กกต. ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่หน้าที่ของ สส.
ชี้กลุ่ม สส. ไร้ส่วนได้เสียเหตุไม่ใช่คู่กรณีโดยตรง
สำหรับการกล่าวอ้างของกลุ่ม สส. ที่ต้องการรักษาฐานอำนาจหรือปกป้องสถานะความเป็น สส. ที่ได้รับการรับรองจาก กกต. นั้น ดร.ณัฏฐ์ มองว่ายังไม่ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย เนื่องจากผลของคดีไม่ได้มุ่งเน้นการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งรายบุคคล แต่เป็นการพิจารณากระบวนการจัดทำบัตรเลือกตั้งของ กกต. ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สส. กลุ่มนี้จึงไม่มีหน้าที่โต้แย้งแทน กกต. หรือเลขาธิการ กกต. อย่างไรก็ตาม หากมีการยื่นคำร้องเข้าไปจริง ศาลรัฐธรรมนูญอาจไม่รับคำร้อง เว้นแต่จะสามารถระบุการมีส่วนได้เสียที่ชัดเจนตามกฎหมาย ซึ่งต้องรอการใช้ดุลพินิจจากเสียงข้างมากของศาลต่อไป