เฟด “คงดอกเบี้ย” ตามคาด แต่ตลาดหุ้นโลกร่วงพร้อมกัน หวั่นดอกเบี้ยสูงนาน ลุ้นหุ้นธนาคารรับอานิสงส์
เมื่อคืนที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ส่งสัญญาณ “คงอัตราดอกเบี้ย” ตามที่หลายคนคาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นแรงกระแทกต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกทันที
ตลาดหุ้นหลักตั้งแต่สหรัฐฯ ยุโรป ไปจนถึงเอเชีย ปรับตัวลดลงพร้อมกัน ขณะที่เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย สะท้อนการเปลี่ยนโหมดของนักลงทุนเข้าสู่ “risk-off” อย่างชัดเจน
สถานการณ์นี้กำลังบอกอะไรบางอย่างที่ลึกกว่าการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว เพราะสิ่งที่ตลาดกำลังตอบสนอง คือ “ทิศทางหลังจากนี้” เริ่มไม่เป็นไปตามความคาดหวังเดิมที่จะเข้าสู่รอบลดดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่จบง่ายๆ
เมื่อเฟด “คงดอกเบี้ย” แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกแดง
ล่าสุดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด แม้จะมีมติ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมาคือภาพของตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่กลับปรับตัวลง พร้อมกับการดีดตัวขึ้นของสินทรัพย์ปลอดภัย
ข้อมูลตลาดหุ้นล่าสุดสะท้อนภาพ “risk-off” หรือการที่นักลงทุนลดความเสี่ยงลงอย่างชัดเจน โดยวันนี้ (30 เม.ย.69) ดัชนีหลักหลายแห่งในยุโรปและเอเชียปรับตัวลดลง (ณ เวลา 14.40 น. ตามเวลาประเทศไทย) เช่น
- ตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.04% , ดัชนี Dow Jones ลดลง 0.57%
- ตลาดหุ้นเยอรมนี ดัชนี DAX ลดลง 0.40%
- ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ดัชนี CAC 40 ลดลง 0.39%
- ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei 225 ลดลง 1.21%
- ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนี Hang Seng Index ลดลง 1.22%
- ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ดัชนี KOSPI ลดลง 1.38%
- ตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET Index ลดลง 0.28%
แม้เฟดจะคงดอกเบี้ยตามคาด แต่รายละเอียดของการประชุมกลับสร้าง “negative surprise” ให้กับตลาด โดยเฉพาะการลงมติที่ “ไม่เป็นเอกฉันท์” ที่ 8 ต่อ 4 ซึ่งถือว่าเสียงแตกมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ สะท้อนความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป
ประเด็นสำคัญคือ ตลาดเริ่มปรับความคาดหวังใหม่ จากเดิมที่เชื่อว่าเฟดจะเข้าสู่รอบลดดอกเบี้ยในปี 2569 แต่หลังการประชุมครั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เริ่มมองว่าโอกาสลดดอกเบี้ยแทบหายไป และมีแนวโน้มที่ดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาด
ขณะเดียวกัน สงครามในตะวันออกกลางก็เป็นตัวเร่งสำคัญ โดยส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นใกล้ระดับ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ และทำให้เฟดไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายได้
ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส มองว่า แม้เฟดจะคงดอกเบี้ยตามคาด แต่การส่งสัญญาณด้วยมติ 8:4 นั้น มี 1 รายโหวตลดดอกเบี้ย และ 3 ราย หนุนการคงดอกเบี้ยแต่คัดค้านถ้อยคําส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย เป็นการเสียงแตกมากสุดนับตั้งแต่ปี 2535
โดยประเด็นแนวโน้มเงินเฟ้อพุ่งจากผลกระทบของสงคราม ถูกยกระดับให้เป็นภัยเร่งด่วน ทำให้ตลาดเริ่มเชื่อว่า “ดอกเบี้ยจะสูงนานขึ้น” ซึ่งผลการสํารวจของ FED WATCHTOOL คาดการณ์ว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตลอดท้ังปีนี้ ด้วยน้ําหนักเกิน 80%
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า ความหวังในการลดดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังผลประชุม โดยมองว่าเฟดอาจไม่ลดดอกเบี้ยเลยตลอดปี 2569
ซึ่งการคงดอกเบี้ยในภาวะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน จะเป็น “ลบต่อทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร” ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างเปราะบางสำหรับนักลงทุน อย่างไรก็ตาม หุ้นบางกลุ่ม เช่น ธนาคาร อาจได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ไม่ลดลง
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เฟด “คงดอกเบี้ย” ตามคาด แต่ตลาดหุ้นโลกร่วงพร้อมกัน หวั่นดอกเบี้ยสูงนาน ลุ้นหุ้นธนาคารรับอานิสงส์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แม้เผชิญแรงกดดัน "ทรัมป์" ย้ำยังไม่รีบลด ห่วงเงินเฟ้อยังสูง
- เฟด “คงดอกเบี้ย” ตามคาด แต่ตลาดหุ้นโลกร่วงพร้อมกัน หวั่นดอกเบี้ยสูงนาน ลุ้นหุ้นธนาคารรับอานิสงส์
- ธนาคารกลางทั่วโลก แห่หนุน “พาวเวลล์” ปธ.เฟด หลังถูกสอบสวนคดีอาญา
- BBL กำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 10,994 ล้าน ลดลง 12.9% รายได้หดตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง
- เจาะลึกหุ้นแบงก์ไตรมาส 1/69 โบรกฯ หวั่นดอกเบี้ยขาลงกดดันกำไร จับตา ธปท. รื้อ “มาตรฐานค่าธรรมเนียม”
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath