โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เฟด “คงดอกเบี้ย” ตามคาด แต่ตลาดหุ้นโลกร่วงพร้อมกัน หวั่นดอกเบี้ยสูงนาน ลุ้นหุ้นธนาคารรับอานิสงส์

Thairath Money

อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 08.10 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 08.08 น.
ภาพไฮไลต์

เมื่อคืนที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ส่งสัญญาณ “คงอัตราดอกเบี้ย” ตามที่หลายคนคาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นแรงกระแทกต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกทันที

ตลาดหุ้นหลักตั้งแต่สหรัฐฯ ยุโรป ไปจนถึงเอเชีย ปรับตัวลดลงพร้อมกัน ขณะที่เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย สะท้อนการเปลี่ยนโหมดของนักลงทุนเข้าสู่ “risk-off” อย่างชัดเจน

สถานการณ์นี้กำลังบอกอะไรบางอย่างที่ลึกกว่าการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว เพราะสิ่งที่ตลาดกำลังตอบสนอง คือ “ทิศทางหลังจากนี้” เริ่มไม่เป็นไปตามความคาดหวังเดิมที่จะเข้าสู่รอบลดดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่จบง่ายๆ

เมื่อเฟด “คงดอกเบี้ย” แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกแดง

ล่าสุดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด แม้จะมีมติ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมาคือภาพของตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่กลับปรับตัวลง พร้อมกับการดีดตัวขึ้นของสินทรัพย์ปลอดภัย

ข้อมูลตลาดหุ้นล่าสุดสะท้อนภาพ “risk-off” หรือการที่นักลงทุนลดความเสี่ยงลงอย่างชัดเจน โดยวันนี้ (30 เม.ย.69) ดัชนีหลักหลายแห่งในยุโรปและเอเชียปรับตัวลดลง (ณ เวลา 14.40 น. ตามเวลาประเทศไทย) เช่น

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.04% , ดัชนี Dow Jones ลดลง 0.57%
  • ตลาดหุ้นเยอรมนี ดัชนี DAX ลดลง 0.40%
  • ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ดัชนี CAC 40 ลดลง 0.39%
  • ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei 225 ลดลง 1.21%
  • ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนี Hang Seng Index ลดลง 1.22%
  • ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ดัชนี KOSPI ลดลง 1.38%
  • ตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET Index ลดลง 0.28%

แม้เฟดจะคงดอกเบี้ยตามคาด แต่รายละเอียดของการประชุมกลับสร้าง “negative surprise” ให้กับตลาด โดยเฉพาะการลงมติที่ “ไม่เป็นเอกฉันท์” ที่ 8 ต่อ 4 ซึ่งถือว่าเสียงแตกมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ สะท้อนความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป

ประเด็นสำคัญคือ ตลาดเริ่มปรับความคาดหวังใหม่ จากเดิมที่เชื่อว่าเฟดจะเข้าสู่รอบลดดอกเบี้ยในปี 2569 แต่หลังการประชุมครั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เริ่มมองว่าโอกาสลดดอกเบี้ยแทบหายไป และมีแนวโน้มที่ดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาด

ขณะเดียวกัน สงครามในตะวันออกกลางก็เป็นตัวเร่งสำคัญ โดยส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นใกล้ระดับ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ และทำให้เฟดไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายได้

ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส มองว่า แม้เฟดจะคงดอกเบี้ยตามคาด แต่การส่งสัญญาณด้วยมติ 8:4 นั้น มี 1 รายโหวตลดดอกเบี้ย และ 3 ราย หนุนการคงดอกเบี้ยแต่คัดค้านถ้อยคําส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย เป็นการเสียงแตกมากสุดนับตั้งแต่ปี 2535

โดยประเด็นแนวโน้มเงินเฟ้อพุ่งจากผลกระทบของสงคราม ถูกยกระดับให้เป็นภัยเร่งด่วน ทำให้ตลาดเริ่มเชื่อว่า “ดอกเบี้ยจะสูงนานขึ้น” ซึ่งผลการสํารวจของ FED WATCHTOOL คาดการณ์ว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตลอดท้ังปีนี้ ด้วยน้ําหนักเกิน 80%

ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า ความหวังในการลดดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังผลประชุม โดยมองว่าเฟดอาจไม่ลดดอกเบี้ยเลยตลอดปี 2569

ซึ่งการคงดอกเบี้ยในภาวะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน จะเป็น “ลบต่อทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร” ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างเปราะบางสำหรับนักลงทุน อย่างไรก็ตาม หุ้นบางกลุ่ม เช่น ธนาคาร อาจได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ไม่ลดลง

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เฟด “คงดอกเบี้ย” ตามคาด แต่ตลาดหุ้นโลกร่วงพร้อมกัน หวั่นดอกเบี้ยสูงนาน ลุ้นหุ้นธนาคารรับอานิสงส์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...