โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"อนุทิน" ปัด เก้าอี้ครม.ว่างอยู่ ไม่คิดเว้นให้ "ศักดิ์สยาม" เผยเป็นสิทธิ์ ฝ่ายค้าน-สว.ยื่น ป.ป.ช.

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 09.43 น.

"อนุทิน" ปัด เก้าอี้ครม.ว่างอยู่ ไม่คิดเว้นให้ "ศักดิ์สยาม" เผยเป็นสิทธิ์ ฝ่ายค้าน-สว.ยื่น ป.ป.ช.

วันที่ 30 เม.ย. 2569 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตีตกคำร้องคดีซุกหุ้นนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม แล้วมีการจับจ้องว่าว่าตำแหน่งคณะรัฐมนตรีที่เหลืออีก1ตำแหน่งจะตั้งนายศักสยามเข้ามาว่า มันไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องของคณะรัฐมนตรี เรื่องของการตั้งคณะรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่ตนได้ดำเนินการและดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง กฎหมายบอกว่ามีนายกฯ1 คน และมีรัฐมนตรีไม่เกิน 35 คน ตนดำเนินการไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายศักดิ์สยามใดๆทั้งสิ้น เมื่อถามว่าที่มีตำแหน่งว่างอยู่1 ตำแหน่ง นายอนุทิน กล่าวว่า คนมันพอแล้วกับเนื้องานในขณะนี้ พอแล้วมีคนมาช่วยตนในสำนักนายกฯถึง 3 4 คน และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลหลัก 2 พรรคก็ใช้รัฐมนตรีช่วยจากพรรคตัวเอง เนื้องานต่างๆมันเพียงพอ จำนวนคนใส่เข้าในงานได้เท่านี้มันจะเหลือที่นั่ง 1 2 หรือ 3 คนก็ไม่ต้องใส่ให้เต็ม เมื่อถามย้ำว่าหากมีการปรับคณะรัฐมนตรีจะดึงนายศักดิ์สยามเข้ามาหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ไม่ดึงครับ เอาให้เคลียร์กันตรงนี้เดี๋ยวไปพูดกันอีกว่าอีก1ที่เก็บไว้รอนายศักดิ์สยาม ตั้งแต่ท่านออกจากการเมืองไป ลาออกจากพรรค ลาออกจากสส.ไม่เคยเข้ามาข้องแวะกับการเมืองเลย และก็ให้ความเคารพต่อคำวินิจฉัยของทุกหน่วยงานต่อคดีของท่าน ท่านไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับการเมืองตั้งแต่นั้นเป็นตนมา ผมก็งงว่าเอาเรื่องของพรรคภูมิใจไทยไปผูกกับการตั้งคณะรัฐมนตรี ที่เหลืออีก 1 ตำแหน่งไปบอกว่ารอคุณศักดิ์สยาม ผมรับรองว่าไม่มีและไม่เคยได้พูดคุยกับนายศักดิ์สยามในเรื่องนี้เลย และคงไม่มีเรื่องนี้ในคณะรัฐมนตรีชุดนี้

เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายค้านและสว.รวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นต่อศาลฎีกาเพื่อถอดถอน ป.ป.ช. ต่อกรณีนายศักดิ์สยาม นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ ทุกคนต้องทำตามสิทธิและหน้าที่ไปมองอะไรเขาไม่ได้ เพราะมันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลและไม่มีความเกี่ยวข้องกับคณะรัฐมนตรี ที่ตนมีส่วนรับผิดชอบโดยตรง ก็ว่ากันไปแล้วไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค

“อนุทิน” บอกดีฝ่ายค้านตั้งครม.เงา

เมื่อเวลา 15.30น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคฝ่ายค้านตั้งคณะรัฐมนตรีเงาเกาะติดการทำงานฝ่ายค้าน นายอนุทิน กล่าวว่า “ดีแล้วมีเงา ไม่มีเงาก็ไม่ใช่คนนะซิ”

นายกฯ นำแถลงผลงานกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ - เครือข่ายทุจริตทะเบียนราษฎร์ - บ่อนการพนันผิดกฎหมาย ประกาศเดินหน้าปราบปรามพุ่มอิทธิพล - เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ต่อเนื่อง ลั่น หากทำผิดไม่มีใครเคลียร์ได้ ลุยจับกุมดำเนินคดีเด็ดขาด เผย หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายพอใจแนวทาง “ปิดชื่อถือพฤติกรรม”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นานกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวผลการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทุจริตสวมตัว แปลงสัญชาติ และบ่อนการพนันผิดกฎหมายว่า หนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา คือการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ยืนยันว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ โดยดำเนินคดียึดอายัดทรัพย์สินในหลายกรณี
ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาล และหน่วยงานในสังกัด ที่ต้องการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง วันนี้จึงมีผลงานการปราบปรามเพิ่มเติมที่จะรายงานต่อประชาชนในภาพรวม ซึ่งเป็นผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ เรื่องการปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎร์ และสัญชาติ กระทรวงมหาดไทย ได้จำหน่ายรายการเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ได้แก่ เครือข่ายนายก๊ก อาน และเครือข่ายนายลียง พัด โดยหลังจากการตรวจพบทางทะเบียนของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าว กรมการปกครอง โดยกระทรวงมหาดไทย ได้จัดตั้งคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน ซึ่งความร่วมมือจากเครือข่ายหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมดำเนินคดีขยายผลไปยังเครือข่าย โดยปรากฏผลการจับกุม และการปราบปรามเครือข่ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขบวนการเหล่านี้ไม่ได้แยกกันทำ แต่มีความเกี่ยวเนื่องซัพพอร์ตกันเชื่อมโยงได้ว่าเป็นกลุ่มคนเดียวกัน ส่วนใหญ่คือแก๊งสแกมเมอร์ ฟอกเงิน ขนของเถื่อน และบ่อนการพนันซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด ซึ่งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่สำคัญที่ใช้ปฏิบัติการมาโดยตลอด ได้แก่ กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) หน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ รวมถึงกองทัพที่ให้ความร่วมมือในการเข้าไปปราบปรามผู้กระทำผิด ซึ่งทุกคนรับทราบแนวทางการดำเนินการแล้ว ดังนั้นที่บอกว่าจะไปเจอคนนั้นคนนี้ที่มีอิทธิพลมีชื่อเสียงมีเงินมีอำนาจต่างๆ ทีมที่ตนมอบหมายให้ปฏิบัติการตามนโยบายรักษาความสงบของชาติ และนโยบายจัดระเบียบสังคม และปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยยึดหลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม”
นอกจากนี้ ตนมีการสอบถามอยู่ตลอดไม่ใช่อยู่ดีๆมอบนโยบายไปแล้วไม่ติดตาม และไม่ได้เชื่อข้อมูลจากใครเพียงคนเดียว แต่มีการตรวจสอบ ทั้งคนที่อยู่ในวงจร และนอกวงจร โดยมีทีมที่คอยประเมิน พบว่าฝ่ายบังคับใช้กฎหมายทั้งหมดมีความสบายใจ และเต็มใจในแนวทาง “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” เพื่อที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีความกังวล ตนได้แสดงให้ทีมเห็นหลายครั้ง โดยได้ร่วมสังเกตการณ์ในการปฏิบัติการจับกุมการกระทำที่ผิดกฎหมายเหล่านี้อยู่ตลอด และทุกครั้งที่ไปจะมีการประสานงานทั้งทางตรงทางอ้อม เมื่อทีมงานเห็นว่าเมื่อทำผิดแล้วเคลียร์ไม่ได้ ซึ่งตรงนี้มีความชัดเจน เขาก็จะดำเนินการได้อย่างเต็มที่จนจบสิ้นกระบวนการ ซึ่งทุกรายถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุด จึงอยากให้ประชาชนมีความมั่นใจว่ารัฐบาลเอาจริงกับเรื่องการกระทำที่ผิดกฎหมายทุกชนิด
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ล่าสุดมีการจับกุมบ่อนพนันที่มีรูปแบบใหม่ตามโรงแรมตามต่างจังหวัด จึงฝากเตือนผู้ประกอบการ ถ้ากรณีเช่นนี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโรงแรม ร้านอาหาร อาคาร หรือบ้าน ถ้าท่านให้คนเหล่านี้เข้าไปเปิดบ่อน ซ่องสุมผู้คนทำผิดกฎหมาย ท่านก็เปรียบเสมือนคนที่ทำผิดกฎหมายด้วย โดยเฉพาะผู้ต้องใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการต่างๆ ถ้าท่านไปสนับสนุนคนเหล่านี้ให้ทำกิจกรรมผิดกฎหมาย ใบอนุญาตต่างๆของท่านจะถูกเพิกถอน และถูกดำเนินคดี ซึ่งไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ท่านได้ลงทุนมา แต่เราจำเป็นต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จึงอยากให้ผู้ประกอบการทุกท่านถืออุทาหรณ์ไว้ว่ามีหน้าที่ต้องทำถูกกฎหมาย เพื่อที่จะดำเนินกิจการได้ตามปกติ
ทั้งนี้ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะให้การสนับสนุนทุกหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ และวันนี้ต้องถือว่าเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพราะนายกฯกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปปง. ป.ป.ท. กระทรวงยุติธรรม ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตน และรับนโยบายจากตน
“ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเคลียร์ การใช้อามิสสินจ้างใดๆในการปราบปรามสิ่งเหล่านี้ให้เกิดความไขว้เขว เราไม่จำเป็นต้องมีความร่ำรวยจากสิ่งเหล่านี้ แต่ถือว่าการทำหน้าที่ให้พี่น้องประชาชน และบ้านเมืองมีเกียรติมีค่ามากกว่าอามิสสินจ้างหรือทรัพย์สินเงินทองใดๆที่ได้จากสิ่งเหล่านี้” นายกฯ ระบุ
เมื่อถามถึงการทุจริตสวมตัว นายกฯ กล่าวว่า เราดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะเริ่มจากจุดเล็กๆในพื้นที่ภาคเหนือ และมีการขยายผล ซึ่งมีอีกหลาย 1,000 กรณี เราพอที่จะทราบเครือข่ายของกระบวนการเหล่านี้แล้ว เชื่อว่าคงจะหยุดการกระทำรูปแบบเดิมแล้ว และหากคิดจะทำในรูปแบบใหม่ก็คงไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน
เมื่อถามว่า จะมีการถอนสัญชาติแก๊งเหล่านี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราทำทุกอย่าง การถอนสัญชาติก็ดำเนินการไปมาก รวมถึงการยึดทรัพย์ และถ้าใช้คนเหล่านี้เป็นนอมินี หรือทำธุรกรรมใดๆก็ตามต้องถือว่าธุรกรรมเหล่านั้นเป็นโมฆียะไม่มีผลทางกฎหมายใดๆ ส่วนที่มีการติดตามจับกุมดำเนินคดีเป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครอง และตำรวจ ที่จะดำเนินการ ส่วนการฟ้องยึดทรัพย์ ปปง. ป.ป.ท. และดีเอสไอ ทำงานร่วมกันอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร–สัญชาติไทย พบเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติใช้ช่องโหว่กฎหมายสร้าง “ตัวตนปลอม” เพื่อฟอกเงินและถือครองทรัพย์สิน โดยคดีสำคัญเริ่มจากปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” (พ.ย. 68) จ.เชียงใหม่ จับ 14 ราย พบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว 11 ราย ต่อด้วย “สลายหมอกเชียงดาว” (ม.ค. 69) จับ 6 ราย และ “ตัดบัตรกรุงเก่า” (มี.ค. 69) จ.อยุธยา พบย้ายทะเบียนบ้านเท็จ 214 ราย จับ 6 ราย
ปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” (29 เม.ย. 69) ทลายขบวนการจีน จ้างชายไทยจดทะเบียนสมรสกับหญิงจีน ก่อนแจ้งเกิดบุตรด้วยข้อมูลเท็จเพื่อให้ได้สัญชาติไทย ใช้เป็นช่องทางฟอกเงินและตั้งนอมินี จับกุมแล้ว 6 ราย (ชาวจีน 2 ราย ชายไทยรับจ้าง 3 ราย และเจ้าหน้าที่รัฐ 1 ราย) พบเชื่อมโยงอย่างน้อย 5 กรณี ซึ่งดำเนินคดีอาญา 34 ราย และดำเนินการทางวินัยเจ้าหน้าที่รัฐ 19 ราย
ขณะเดียวกัน ยังเร่งปราบบ่อนพนันผิดกฎหมาย เปิดปฏิบัติการ “ROSE GARDEN” จ.นครราชสีมา จับ 89 ราย เงินหมุนเวียนกว่า 60 ล้านบาท/เดือน และ “สิงห์ปราบปรปักษ์” ใน กทม. 2 จุด จับรวม 106 ราย เงินสะพัดหลายสิบล้านบาทต่อเดือน
การปราบปรามบ่อนการพนันผิดกฎหมาย ได้ดำเนินการตามนโยบายในการสร้างความมั่นคงปลอดภัย โดยการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามบ่อนการพนันผิดกฎหมาย จำนวน 3 คดี อีกทั้งชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัด 76 ชุด และชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอ 878 ขุด ได้มีผลการดำเนินงาน จับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 5,510 คดี และการออกตรวจตรา ทั้งจุดตรวจจุดสกัดและการหาข่าว รวมทั้งสิ้น339,184 ครั้ง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...