โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอกภพขยายตัวเร็วกว่าที่คิด! นักดาราศาสตร์ยืนยัน “ความขัดแย้งฮับเบิล” คือเรื่องจริงที่ท้าทายกฎฟิสิกส์

SPACEMAN

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติเผยผลการวัดอัตราการขยายตัวของเอกภพในยุคปัจจุบันที่มีความแม่นยำสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ข้อมูลล่าสุดยืนยันว่าเอกภพของเรากำลังขยายตัวเร็วกว่าที่แบบจำลองทางจักรวาลวิทยาในยุคแรกเริ่มได้ทำนายเอาไว้ การค้นพบครั้งนี้เป็นการตอกย้ำว่าความคลาดเคลื่อนที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า "ความขัดแย้งฮับเบิล" (Hubble tension) นั้นไม่ใช่แค่ข้อผิดพลาดจากการวัดเครื่องมือ แต่อาจเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าเราต้องทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับกฎทางฟิสิกส์และองค์ประกอบของเอกภพเสียใหม่

นักวิทยาศาสตร์ทราบมานานแล้วว่าเอกภพไม่ได้อยู่นิ่ง แต่กำลังขยายตัวและดึงให้กาแล็กซีต่างๆ ถอยห่างออกจากกัน ในการคำนวณว่าเอกภพขยายตัวเร็วแค่ไหนหรือการหา "ค่าคงตัวฮับเบิล" นักวิจัยใช้วิธีหลักสองวิธี วิธีแรกคือการสังเกตการณ์เอกภพในบริเวณใกล้เคียง โดยการวัดระยะทางของดวงดาวและกาแล็กซีต่างๆ เพื่อดูว่าพวกมันเคลื่อนที่ออกห่างจากเราเร็วเพียงใด ส่วนวิธีที่สองคือการมองย้อนกลับไปในอดีตอันไกลโพ้น โดยอาศัยรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ ซึ่งเป็นแสงแรกที่หลงเหลือจากเหตุการณ์บิกแบง เพื่อทำนายว่าอัตราการขยายตัวในปัจจุบันควรจะเป็นเท่าใดตามแบบจำลองมาตรฐานทางจักรวาลวิทยา

ตามทฤษฎีแล้ว ทั้งสองวิธีนี้ควรให้ผลลัพธ์ที่ตรงกัน แต่ในความเป็นจริงกลับขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง การสังเกตการณ์จากเอกภพใกล้เคียงระบุว่าเอกภพขยายตัวด้วยอัตราประมาณ 73 กิโลเมตรต่อวินาทีต่อเมกะพาร์เซก ในขณะที่การคำนวณจากเอกภพยุคแรกเริ่มชี้ให้เห็นตัวเลขที่ช้ากว่าคือประมาณ 67 ถึง 68 กิโลเมตรต่อวินาทีต่อเมกะพาร์เซก แม้ตัวเลขจะดูแตกต่างกันไม่มากในทางคณิตศาสตร์ แต่ในระดับจักรวาลวิทยานั้นถือเป็นช่องว่างที่กว้างเกินกว่าจะปัดตกให้เป็นเพียงความบังเอิญทางสถิติ ความไม่ลงรอยกันอย่างต่อเนื่องนี้ถูกขนานนามว่า "ความขัดแย้งฮับเบิล"

เพื่อไขปริศนานี้ เครือข่ายความร่วมมือด้านระยะทาง (H0DN) ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยดาราศาสตร์เชิงแสงและอินฟราเรดแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ได้นำข้อมูลจากการสังเกตการณ์หลายทศวรรษมารวมกันเป็นเครือข่ายการวัดระยะทางที่ครอบคลุม พวกเขาใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ชั้นนำทั้งบนพื้นโลกและในอวกาศ โดยตรวจสอบความถูกต้องผ่านวัตถุท้องฟ้าหลายประเภท เช่น ดาวแปรแสงซีฟิอิดที่มีการสว่างและหรี่ลงอย่างเป็นจังหวะ ดาวยักษ์แดง และซูเปอร์โนวาชนิด 1 เอ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ดาวระเบิดที่มีระดับความสว่างสม่ำเสมอจนสามารถใช้เป็นมาตรวัดระยะทางได้อย่างแม่นยำ การใช้วิธีการที่หลากหลายและทับซ้อนกันนี้ช่วยให้นักวิจัยสามารถตรวจสอบข้ามข้อมูลกันได้อย่างรัดกุม

ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ครั้งใหญ่ที่ตีพิมพ์ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ระบุค่าคงตัวฮับเบิลไว้ที่ 73.50 บวกหรือลบ 0.81 กิโลเมตรต่อวินาทีต่อเมกะพาร์เซก ซึ่งถือเป็นการวัดที่ทำสถิติความแม่นยำสูงถึงระดับที่คลาดเคลื่อนน้อยกว่าร้อยละหนึ่ง ความแม่นยำในระดับนี้เป็นการปิดประตูข้อสันนิษฐานเดิมๆ ที่เชื่อว่าความขัดแย้งฮับเบิลอาจเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์หรือข้อบกพร่องในการวัดระยะทางดาวจุดใดจุดหนึ่ง

หากความแตกต่างนี้เป็นเรื่องจริงตามที่หลักฐานทั้งหมดชี้ชัด ย่อมหมายความว่าแบบจำลองมาตรฐานทางจักรวาลวิทยาที่เราใช้เพื่ออธิบายวิวัฒนาการของเอกภพอาจยังไม่สมบูรณ์ นักฟิสิกส์อาจกำลังตกหล่นองค์ประกอบสำคัญบางอย่างไป เช่น พฤติกรรมที่แท้จริงของพลังงานมืด อนุภาคชนิดใหม่ที่ยังไม่ถูกค้นพบ หรือแม้กระทั่งความจำเป็นในการปรับปรุงทฤษฎีแรงโน้มถ่วง การวัดอัตราการขยายตัวที่แม่นยำในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการอัปเดตตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ แต่คือการเปิดประตูบานใหม่สู่ความรู้ทางฟิสิกส์ที่รอให้มนุษยชาติก้าวเข้าไปค้นหาคำตอบในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิง: Science Daily

  • The Universe is expanding too fast and scientists still can’t explain it
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...