สหรัฐฯ-อิหร่านวืดข้อตกลงสันติภาพหลังปิดฉากหารือประวัติศาสตร์ “แวนซ์” ชี้อิหร่านปัดเงื่อนไข
รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยอิหร่านปฏิเสธข้อตกลงนิวเคลียร์ พร้อมระบุความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อหลังปิดฉากการหารือที่อิสลามาบัด รัฐบาลวอชิงตันย้ำต้องการเห็น "ความมุ่งมั่นขั้นพื้นฐาน" จากเตหะราน ด้านอิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ ยื่นข้อเรียกร้องที่ "เกินขอบเขตและผิดกฎหมาย" จับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์หลัง "เนทันยาฮู" ประกาศปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านยังไม่สิ้นสุด แม้พยายามผลักดันข้อตกลงสันติภาพเลบานอน
12 เมษายน 2569 —สำนักข่าว BBC รายงานว่า การเจรจาสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน สิ้นสุดลงโดยปราศจากข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม ส่งผลให้สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง
ความล้มเหลวในการเจรจาและจุดยืนด้านนิวเคลียร์
นายเจดี แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเจรจาที่มีความสำคัญสูงในครั้งนี้ว่า ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ โดยระบุว่าฝ่ายอิหร่านเลือกที่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขที่สหรัฐฯ เสนอ ซึ่งประเด็นหลักยังคงอยู่ที่ความกังวลด้านความมั่นคงและโครงการนิวเคลียร์
รองประธานาธิบดีแวนซ์ กล่าวก่อนเดินทางออกจากปากีสถานว่า"เราจำเป็นต้องเห็น 'ความมุ่งมั่นขั้นพื้นฐาน' จากรัฐบาลเตหะรานว่าจะไม่มีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์"
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า การหารือในครั้งนี้เป็นไปอย่าง "เข้มข้น" พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันยุติการยื่นข้อเสนอที่เป็นการ "เรียกร้องเกินขอบเขตและเป็นคำขอที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ของจุดยืนทางการทูตที่ยังไม่สามารถประสานกันได้
ท่าทีจากทำเนียบขาวและผลกระทบต่อตลาด
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อผลลัพธ์ของการเจรจา โดยส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ พร้อมที่จะดำเนินมาตรการกดดันต่อไปโดยไม่กังวลต่อการล่มสลายของการเจรจาในครั้งนี้
ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่า "มัน 'ไม่มีความแตกต่าง' สำหรับผม ไม่ว่าข้อตกลงจะเกิดขึ้นหรือไม่ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เราจะเป็นผู้ชนะ"
ความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงถูกมองว่าเป็นความน่าผิดหวังครั้งสำคัญต่อความพยายามลดความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจในระดับสากล ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วพื้นที่การเจรจาในกรุงอิสลามาบัด
สมรภูมิอิสราเอลและปัจจัยเสริมความเสี่ยง
ในขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านกำลังชะงักงัน สถานการณ์ทางทหารในเลบานอนยังคงทวีความรุนแรงจากการโจมตีกลุ่มเฮซบอลลาห์ของอิสราเอล โดยนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันถึงความต้องการข้อตกลงสันติภาพกับเลบานอนที่ "มีความยั่งยืน"
อย่างไรก็ตาม ผู้นำอิสราเอลได้ย้ำชัดถึงเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ต่ออิหร่านว่า"ปฏิบัติการของอิสราเอลที่มีต่ออิหร่านนั้น 'ยังไม่สิ้นสุด'"
การประกาศเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารควบคู่ไปกับความล้มเหลวของการเจรจาในปากีสถาน กลายเป็นปัจจัยลบที่กดดันความเชื่อมั่นในเวทีโลก โดยนักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์หลังจากนี้จะยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางพลังงานและการเดินเรือผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ตลาดเศรษฐกิจโลกเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดหลังจากนี้เป็นต้นไป