โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

EXIM BANK เผยไตรมาส 1/69 ปล่อยกู้ใหม่กว่า 1 หมื่นล้านบ. พร้อมช่วยผู้ประกอบการสู้ศึกตะวันออกกลาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 06.21 น.

EXIM BANK เผยไตรมาส 1/2569 ปล่อยสินเชื่อใหม่กว่า 1 หมื่นล้านบาท พร้อมช่วยผู้ประกอบการไทยรับมือความผันผวนจากตะวันออกกลาง ด้วยมาตรการยืดหนี้ 365 วัน และลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 20%

5 พ.ค. 2569 นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แถลงผลการดำเนินงานของ EXIM BANK ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามและความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งมีแนวโน้มยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานมีความผันผวน ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบและเพิ่มความเสี่ยงด้านการชำระเงินของทั้งภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ด้วยเหตุนี้ EXIM BANKตระหนักถึงความเร่งด่วนในการเดินหน้าประคับประคองผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องการฟันฝ่าพายุเศรษฐกิจดังกล่าว ด้วยมาตรการขยายระยะเวลาการชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 365 วัน สำหรับลูกค้าธนาคาร พร้อมปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากเดิมสูงสุด 20% อีกทั้งมาตรการเสริมเงินทุนผ่านสินเชื่อหมุนเวียนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษไม่เกิน 3.99% ต่อปี

นอกจากนี้ EXIM BANKดำเนินบทบาทเชิงรุกในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและแสวงหาตลาดใหม่ โดยมุ่งพัฒนาธนาคารสู่การเป็น “Academy” ของผู้ส่งออก เพื่อสร้างนักรบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง รู้จักเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและการขยายตลาดใหม่ ให้สามารถแข่งขันและรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ ยังเร่งขยายบริการประกันการส่งออก เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากคู่ค้าต่างประเทศ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจและการค้าสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ

ด้านการสนับสนุนทางการเงินและการเสริมสภาพคล่อง ท่ามกลางสินเชื่อในระบบที่หดตัวลงต่อเนื่อง EXIM BANKยังเดินหน้าสนับสนุนทางการเงินและเสริมสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจและการค้า ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ เช่น สินเชื่อ EXIM Global Plus เพื่อสนับสนุน SMEs ในการขยายสู่ตลาดในต่างประเทศ สินเชื่อ EXIM Expand Shield เงินทุนหมุนเวียนควบคู่กับการคุ้มครองความเสี่ยง บริการประกันการส่งออก EXIM Expand Sure เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้า เป็นต้น

ทั้งนี้ส่งผลให้มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่ ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2569 รวม 10,961 ล้านบาท และมียอดสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันรวมอยู่ที่ 186,836 ล้านบาท ในจำนวนนี้ เป็นสินเชื่อและภาระผูกพันเพื่อการลงทุนและการปรับตัวสู่ความยั่งยืน (ESG) 93,415 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของยอดคงค้างรวม สะท้อนบทบาทของธนาคารในการช่วยเหลือผู้ส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและกลุ่มที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถเพื่อให้ยืนหยัดแข่งขันได้บนเวทีโลก

ด้านการบริหารความเสี่ยง EXIM BANK เสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย โดยมุ่งลดความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินหรือชำระเงินล่าช้าสืบเนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบหรืออุปสรรคด้านโลจิสติกส์ในประเทศคู่ค้า ผ่านการขยายบทบาทด้านประกันการส่งออกควบคู่กับการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอื่น ๆ อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 EXIM BANKมีปริมาณธุรกิจสะสมบริการประกันเท่ากับ 50,093 ล้านบาท

ด้านการบ่มเพาะผู้ส่งออก EXIM BANKเป็นผู้นำในการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ของผู้ประกอบการไทย เพื่อเสริมสร้างความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก โดยจัดหลักสูตรฝึกอบรมที่หลากหลายทั้งในรูปแบบออนไลน์และในสถานที่จริง อาทิ การพัฒนาหลักสูตร EXIM 2X รุ่นที่ 2 เพื่อติวเข้มผู้ส่งออกในทุกกลยุทธ์การค้าระหว่างประเทศ ผ่านผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้านการส่งออก อีกทั้งธนาคารยังตั้งเป้ายกระดับบทบาทการเป็นแหล่งความรู้ความเชี่ยวชาญในประเทศเป้าหมาย (Country Experts) และที่ปรึกษา

ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ผ่านการถ่ายทอดความรู้ด้านการส่งออก การบริหารความเสี่ยง และการวิเคราะห์ตลาดใหม่ ควบคู่กับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกและการเชื่อมโยงโอกาสทางการค้าเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน อนึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 มีผู้ประกอบการที่ได้รับการเสริมศักยภาพสะสมรวม 25,565 ราย

ด้านการบริหารจัดการ EXIM BANKดำเนินการบริหารจัดการคุณภาพหนี้อย่างรอบคอบและเชิงรุก เพื่อรักษาเสถียรภาพของพอร์ตสินเชื่อควบคู่กับการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง โดยเน้นการติดตามประเมินความเสี่ยงรายลูกหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพทางธุรกิจ และการให้คำปรึกษาเชิงป้องกัน

ทั้งนี้ ธนาคารมีอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.90% สะท้อนการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และมีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss) 16,787 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 249.50% สะท้อนถึงการตั้งสำรองด้วยหลักความระมัดระวัง เพื่อให้มั่นใจถึงความเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

สำหรับในช่วงที่เหลือของปี 2569 EXIM BANKจะยังคงเดินหน้าขยายบทบาท Export Co-pilot ในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทั้งด้านการเงินและไม่ใช่การเงิน ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการจัดทำโครงการหรือกิจกรรมเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรและสถาบันการเงินอื่น เช่น การพัฒนาผู้ส่งออกและเจาะตลาดสินค้าฮาลาลร่วมกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยและธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

อีกทั้งปรับปรุงกระบวนการและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ ระบบ Formula Lending เพื่อเพิ่มฐานลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยแรงกดดันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ตลอดทั้งปี EXIM BANKให้ความสำคัญกับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์และหนี้สิน เพื่อเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มั่นคง สามารถยื่นมือให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ส่งออกไทยตลอดห่วงโซ่มูลค่าให้เติบโตบนเวทีการค้าโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...