เปิดประวัติ 10 สถานทูตใช้บ้านเก่าร้อยปีเป็นที่ทำการ มีประเทศไหนบ้าง เจ้าของเดิมคือใคร
รวม 10 สถานทูตในไทยที่ใช้ "บ้านเก่าร้อยปี" เป็นที่ทำการ เปิดประวัติเจ้าของเดิม สุดว้าวที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
เคยสงสัยไหมว่าทำไมสถานทูตใจกลางเมืองถึงมีบ้านไม้หลังใหญ่หรือตึกเก่าสุดคลาสสิกตั้งอยู่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะสถานที่เหล่านี้มีที่มาที่ไปที่น่าทึ่งยิ่งกว่านิยาย บางที่เคยเป็นบ้านพักหมอหลวง บางที่เป็นบ้านท่านเจ้าพระยา และบางที่เคยเป็นถึงวังเก่าของเจ้านายชั้นสูง วันนี้เราขอพาไปเช็กลิสต์สถานทูตที่เก็บรักษาความสวยงามของมรดกสยามเอาไว้อย่างดีเยี่ยม ไปดูกันว่ามีที่ไหนบ้างและแต่ละที่มีเรื่องราวซ่อนอยู่ยังไง
1. สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ (ซอยต้นสน)
บ้านหลังนี้กำลังเป็นกระแสร้อนแรงที่สุดจากการประกาศขายในมูลค่าเฉียด 2 หมื่นล้านบาท
ประวัติบ้าน: เดิมเป็นบ้านพักของ นายแพทย์อัลฟองส์ ปัวส์ (Dr. Alphonse Poix) แพทย์ชาวฝรั่งเศสผู้ถวายการรักษา รัชกาลที่ 5 และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระยาอัศวินอำนวยเวท" ต่อมาเปลี่ยนมือไปยัง พระองค์เจ้าบวรเดช (ตระกูลกฤดากร) ก่อนที่เนเธอร์แลนด์จะซื้อต่อในปี 2492
สถาปัตยกรรม: สไตล์โคโลเนียลโดดเด่นด้วยหอคอยสูง 3 ชั้น
ที่ตั้ง: ซอยต้นสน ถนนเพลินจิต (ใกล้สวนลุมพินี)
2. สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส (ถนนเจริญกรุง)
หนึ่งในสถานทูตที่สวยที่สุดและเก่าแก่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ประวัติบ้าน: อาคารหลังนี้เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของ กัปตันบุช (Louis Leonowens) และบริษัทฝรั่งเศส ก่อนจะถูกส่งมอบให้รัฐบาลฝรั่งเศสในช่วงปี 2418 เป็นบ้านที่ผ่านประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัย ร.5
สถาปัตยกรรม: อาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ตกแต่งอย่างวิจิตรแบบยุโรปคลาสสิก
ที่ตั้ง: ซอยเจริญกรุง 36 (ซอยโรงภาษี) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
3. สถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกส (ถนนเจริญกรุง)
นี่คือทำเนียบทูตที่ "เก่าแก่ที่สุด" ในกรุงเทพมหานคร
ประวัติบ้าน: ที่ดินผืนนี้ได้รับพระราชทานจาก รัชกาลที่ 2 เพื่อขอบคุณโปรตุเกสที่ช่วยจัดหาปืนใหญ่และกระสุนให้ไทย ตัวอาคารสร้างขึ้นใหม่ในสมัย ร.5 เพื่อทดแทนหลังเก่า เป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน
สถาปัตยกรรม: สถาปัตยกรรมแบบโปรตุเกสผสมผสานไทย เรียบหรูและทรงพลังด้วยอดีต
ที่ตั้ง: ซอยเจริญกรุง 30 (กัปตันบุช)
4. สถานเอกอัครราชทูตเบลเยียม (ถนนสาทร)
คฤหาสน์หรูที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ
ประวัติบ้าน: เดิมคือ "บ้านสาทร" คฤหาสน์หลังงามของ หลวงจิตร์จำนงค์วานิช (ตระกูลยมะสมิต) คหบดีผู้มั่งคั่งในสมัย ร.5 ต่อมาบ้านตกเป็นของหลวงและถูกเปลี่ยนให้เป็นโรงแรม จนกระทั่งสถานทูตเบลเยียมเช่าเป็นที่ทำการนานหลายสิบปี (ปัจจุบันเบลเยียมย้ายที่ทำการแล้ว แต่อาคารนี้ยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญในชื่อ The House on Sathorn)
สถาปัตยกรรม: นีโอคลาสสิก สีเหลืองนวลอันเป็นเอกลักษณ์
ที่ตั้ง: ถนนสาทรเหนือ (ติดกับโรงแรม W Bangkok)
5. สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา (ถนนวิทยุ)
ทำเนียบทูตที่ร่มรื่นที่สุดแห่งหนึ่งบนถนนวิทยุ
ประวัติบ้าน: อาคารไม้หลังงามที่เป็นบ้านพักเอกอัครราชทูตเดิมเป็นของ พระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ) ผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท รัชกาลที่ 6 บ้านหลังนี้ถูกเรียกว่า "บ้านพักนอร์ทปาร์ค" ก่อนจะถูกเช่าและซื้อต่อโดยสหรัฐอเมริกา
สถาปัตยกรรม: บ้านไม้ทรงไทยประยุกต์และตะวันตก มีระเบียงกว้างขวางท่ามกลางสวนใหญ่
ที่ตั้ง: ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ
6. สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ (อาคาร AIA สาทรเหนือ - อดีตบ้านท่านทูต)
แม้สถานทูตอังกฤษจะขายที่ดินเพลินจิตไปแล้ว แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ "ทำเนียบทูตอังกฤษ" เดิมที่เคยตั้งอยู่บนถนนวิทยุและสาทร
ประวัติบ้าน: เดิมที่ดินผืนนี้เป็นของ พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) ผู้สร้างปาร์คนายเลิศ ต่อมาสถานทูตอังกฤษได้เข้ามาตั้งที่ทำการและสร้างทำเนียบทูตสีขาวสง่าที่มีรูปปั้น "ควีนวิกตอเรีย" ตั้งอยู่ด้านหน้า ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ทางการทูตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
สถาปัตยกรรม: นีโอคลาสสิกประยุกต์ มีระเบียงกว้างและสวนอังกฤษที่ร่มรื่น
ที่ตั้ง: ถนนวิทยุ (ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกพัฒนาเป็นโครงการ Central Embassy และปาร์คนายเลิศ)
7. สถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย (ถนนทรัพย์)
อาคารเก่าทรงยุโรปสีเหลืองนวลที่ซ่อนตัวอยู่อย่างลึกลับในย่านสาทร-สีลม
ประวัติบ้าน: เดิมคือ "บ้านสาลีรัฐวิภาค" ของ พระยาสาลีรัฐวิภาค (หม่อมหลวงศิริ ดารากร) อดีตอธิบดีกรมแผนที่ทหาร ผู้มีบทบาทสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 6 รัฐบาลสหภาพโซเวียต (ในขณะนั้น) ได้ขอเช่าอาคารหลังนี้เพื่อใช้เป็นสถานทูตมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491
สถาปัตยกรรม: สไตล์วิกตอเรียนผสมผสานไม้จำหลักที่ประณีตงดงามแบบไทย
ที่ตั้ง: ถนนทรัพย์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก
8. สถานเอกอัครราชทูตอิตาลี (อดีตทำเนียบทูต ถนนพิษณุโลก)
อิตาลีมีความผูกพันกับสถาปัตยกรรมไทยอย่างลึกซึ้ง เพราะศิลปินอิตาลีเป็นผู้ออกแบบพระที่นั่งอนันตสมาคม
ประวัติบ้าน: เดิมเคยใช้พื้นที่บางส่วนของ "บ้านนรสิงห์" (ปัจจุบันคือทำเนียบรัฐบาล) และต่อมาได้ใช้บ้านเก่าของ ตระกูลสวัสดิวัตน์ เป็นที่ทำการทูต ก่อนจะย้ายไปยังอาคารทันสมัยในปัจจุบัน แต่ร่องรอยความสัมพันธ์ผ่านงานดีไซน์ของสถาปนิกอิตาลีในบ้านขุนนางไทยยังคงมีให้เห็นทั่วกรุงเทพฯ
สถาปัตยกรรม: เรเนสซองส์อิตาลี ผสมผสานปูนปั้นที่อ่อนช้อย
ที่ตั้ง: ปัจจุบันที่ทำการอยู่ที่อาคารออลซีซั่นส์ เพลส แต่ยังมีอาคารทางประวัติศาสตร์หลายแห่งที่อิตาลีเคยครอบครอง
9. สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก (ซอยอรรถการประสิทธิ์)
บ้านพักทูตที่เงียบสงบและร่มรื่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านสาทร
ประวัติบ้าน: พื้นที่นี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินผืนใหญ่ของ พระยาอรรถการประสิทธิ์ (วิลเลียม แอลเฟรด ติโลเก้) นักกฎหมายชาวเยอรมันที่รับราชการในไทย สถาบันกษัตริย์ของเดนมาร์กและไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก ทำเนียบทูตแห่งนี้จึงถูกออกแบบให้มีความอบอุ่นเหมือนบ้านพักอาศัย
สถาปัตยกรรม: บ้านไม้กึ่งปูนทรงยุโรปยุคหลังสงครามที่เน้นความเรียบง่ายและสวนสวยแบบธรรมชาติ
ที่ตั้ง: ซอยอรรถการประสิทธิ์ ถนนสาทรใต้
10. สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ (อดีตทำเนียบทูต ย่านสุขุมวิท)
แม้ปัจจุบันจะย้ายเข้าสู่อาคารสำนักงาน แต่เดิมนอร์เวย์เคยใช้คฤหาสน์เก่าเป็นหน้าเป็นตา
ประวัติบ้าน: เคยใช้บ้านเก่าที่เป็นมรดกของ ตระกูลเศรษฐบุตร และขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในย่านสุขุมวิทและสาทรเป็นที่พำนัก ซึ่งสะท้อนถึงยุคทองของการขยายตัวของกรุงเทพฯ สู่พื้นที่รอบนอกในสมัยก่อน
สถาปัตยกรรม: โคโลเนียลตอนปลาย ที่เน้นเพดานสูงและการถ่ายเทอากาศที่ดี
ที่ตั้ง: ปัจจุบันสำนักงานตั้งอยู่ที่อาคารยูบีซี 2 (สุขุมวิท 33)