ลิ้มรสอิตาเลียนแท้ที่ Cafe Buongiorno สุขุมวิท 49 เจลาโต้หลากรส
ไม่ต้องบินไปไกลถึงทัสคานี! หากพูดถึง “อาหารอิตาเลียน” แบบต้นตำรับที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ อาจจะยังหาชิมได้ยาก และคงมีไม่กี่ร้านที่ได้รับการการันตีว่าเป็นสูตรดั้งเดิมจริงๆ แต่ล่าสุด Cafe Buongiorno (คาเฟ่ บอนจอร์โน) บนถนนสุขุมวิท 49 ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่ยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารด้วยการผสานรสชาติแบบอิตาเลียนดั้งเดิม เข้ากับความสร้างสรรค์ร่วมสมัย ตอบโจทย์ทั้งนักชิมและคนเมืองที่มองหาพื้นที่พักผ่อนในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง
จุดเด่นของ Cafe Buongiorno คือการนำเสนอวิถีชีวิตแบบ Systema Italia ผ่านฝีมือการสร้างสรรค์ของ เอนโซ เปโรนี (Commendatore Enzo Peroni) นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่เพิ่งได้รับบรรดาศักดิ์ชั้นสูงจากรัฐบาลอิตาลี การันตีความใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่เจลาโตสูตรครอบครัวไปจนถึงงานบริการที่เปี่ยมด้วยความรักในรากเหง้า
เกียรติยศสูงสุดของผู้ก่อตั้ง จากหมู่บ้านโบราณสู่บรรดาศักดิ์ Commendatore
ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและจิตวิญญาณของแบรนด์ Buongiorno ก็คือชายที่ชื่อว่า เอนโซ เปโรนี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ EP Group of Companies ซึ่งล่าสุดในปี 2026 เขาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ “Commendatore” หนึ่งในเกียรติยศสูงสุดจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of Merit of the Italian Republic โดยรัฐบาลอิตาลี เพื่อยกย่องบทบาทอันโดดเด่นในการเผยแพร่วัฒนธรรมและอาหารอิตาเลียนสู่เวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of the Star of Italian Solidarity มาแล้วในปี 2005
Commendatore Enzo Peroni ผู้ก่อตั้งร้าน ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of Merit of the Italian Republic
เส้นทางชีวิตของ Commendatore Enzo Peroni คือเรื่องราวอันน่าประทับใจของผู้ประกอบการวิสัยทัศน์ก้างไกล ผู้ซึ่งเคยก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดในฮ่องกงตั้งแต่วัยเพียง 29 ปี ดูแลกิจการข้ามชาติตั้งแต่เซี่ยงไฮ้ ไต้หวัน ไปจนถึงแคนาดา ก่อนจะเลือกกรุงเทพฯ เป็นบ้านหลังใหม่หลังวิกฤติการเงินเอเชียปี 1997 เพื่อก่อตั้ง Cafe Buongiorno ให้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตและจิตวิญญาณการต้อนรับแบบอิตาเลียนอย่างแท้จริง
เขามักย้ำเสมอว่าความสำเร็จของเขามาจากรากเหง้าที่เมืองเชลเลโน (Celleno) หมู่บ้านโบราณในเขตอีทรัสคัน รอยต่อระหว่างแคว้นทัสคานีและอุมเบรีย การเติบโตท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และไร่องุ่น หล่อหลอมให้เขาเข้าใจคุณค่าของแรงงานที่ซื่อสัตย์และความงดงามของอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบธรรมชาติ โดยเขามีความเชื่อว่า..
“มนุษย์จะไม่สมบูรณ์ได้หากปราศจากความรักต่อธรรมชาติ ธรรมชาติคือรูปแบบของชีวิตทั้งหมด และความใฝ่รู้คือกุญแจแห่งการเรียนรู้ที่เป็นรากฐานของชีวิตผม”
เสน่ห์แห่งทัสคานี การออกแบบที่สะท้อนมรดกตระกูลผ่านสีสันและพื้นที่
การออกแบบ Cafe Buongiorno สุขุมวิท 49 ถ่ายทอดเสน่ห์ของคาเฟ่อิตาเลียนร่วมสมัยได้อย่างมีชีวิตชีวา ทั้งโลโก้และการตกแต่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากมรดกครอบครัว ทั้งตระกูล Peroni, Scarino, Mattei, Panetta และ Celleno ทุกองค์ประกอบสะท้อนความหมายเชิงลึกผ่านสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ ได้แก่
สีเหลืองทัสคานี: สื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวสาลีที่เต็มไปด้วยความหวัง
สีเขียวมะกอก: สื่อถึงการเก็บเกี่ยวมะกอกและน้ำมันมะกอกคุณภาพเยี่ยม
สีแดงเบอร์กันดี: สื่อถึงฤดูกาลทำไวน์และการเฉลิมฉลองร่วมกันในครอบครัว
ภายในร้านแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ “Cafe Buongiorno Per Tutti” ที่เน้นเมนูอิตาเลียนต้นตำรับปรุงสดใหม่ และ “Café Buongiorno Gelateria” โซนเจลาโต้ที่นำเสนอความสนุกของรสชาติภายใต้แนวคิด “Beyond Imagination” นำเสนอเจลาโต้สไตล์อาร์ติซานที่ผลิตอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่รสคลาสสิกอย่าง รสพิสตาชิโอ (ขายดีที่สุดในร้าน) ช็อกโกแลต วานิลลา ไปจนถึงรสชาติที่แปลกใหม่อย่าง เลมอนอิตาเลียนเบซิล รสไวน์แดง และรสเบียร์
หัวใจแห่งรสชาติ เมนูต้นตำรับที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
แขกผู้มาเยือนจะได้เพลิดเพลินกับเมนูอาหารอิตาเลียนที่ปรุงด้วยความพิถีพิถัน และนำเสนอรสชาติของวัตถุดิบอิตาเลียนแท้ๆ โดยมีเมนูไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ดังนี้
1. ซุปและสลัด (SOUP/SALAD):
คอร์สเมนูแรกเป็นเมนูเรียกน้ำย่อย มีให้เลือกระหว่าง "ซุปไก่และถั่วสไตล์ทัสกัน" (Tuscan Bean Chicken Soup) รสชาติเข้มข้นในราคา 180 บาท หรือ "เฟต้าสลัด" (Feta Salad) ที่เน้นความสดชื่นของผักและชีสคุณภาพในราคา 200 บาท
2. พาสต้า (PASTA):
คอร์สมื้อหลักมีให้เลือกระหว่างเมนู "ราวิโอลีไส้มะเขือยาว ซอสโรเซ่" (Eggplant Ravioli with Rosé Sauce) ราคา 220 บาท พาสต้าแผ่นแป้งสอดไส้มะเขือยาวเสิร์ฟในซอสครีมมะเขือเทศสีชมพูละมุน หรือจะเลือกเป็น "บูคาตินี อะมาตริเซียน่า" (Bucatini Amatriciana) ราคา 250 บาท เส้นพาสต้าแบบรูในซอสมะเขือเทศเข้มข้นสไตล์ดั้งเดิมผสมเบคอนและชีส
3. ของหวาน (DESSERT):
ทางร้านเสิร์ฟเป็น "อัฟโฟกาโต" (Affogato) ราคา 160 บาท เจลาโต้วานิลลาราดเอสเปรสโซเข้มข้น เสิร์ฟพร้อม Biscotti (บิสคอตติ) สูตรแฮนด์เมดเฉพาะของร้าน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่มีประวัติยาวนานและมีให้เลือกมากกว่า 35 รสชาติ
นอกจากนี้ ยังเสิร์ฟไวน์คัดพิเศษ (BOUTIQUE WINE) ให้ลูกค้าสามารถเลือกจับคู่มื้ออาหารกับไวน์คุณภาพอย่าง มานอน (Manon) พันธุ์องุ่นพีโน กรีโจ หรือ ไซมอน บี (Simon B) จากเกาะซิซิลี ในราคาเพียง 215 บาทต่อแก้ว
มากกว่ามื้ออาหาร คือการแบ่งปันความสุข
การเปิดตัว Cafe Buongiorno สุขุมวิท 49 ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างธุรกิจร้านอาหาร แต่คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Commendatore Enzo Peroni ในการนำเสนอ "Systema Italia" เส้นทางการใช้ชีวิตของชาวอิตาเลียนที่เปี่ยมด้วยคุณภาพแก่ชาวไทย โดยในอนาคตเขายังมีแผนการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมไปถึงร้าน Biscottificio (คุกกี้สูตรอิตาเลียนแท้) และร้าน Popcorn Store (ป๊อปคอร์นสไตล์อิตาเลียน) โดยทุกผลิตภัณฑ์ยังคงยึดมั่นในสูตรดั้งเดิมของครอบครัวอย่างเคร่งครัด
พูดได้ว่าเสน่ห์ที่แท้จริงของร้านนี้ ไม่ได้อยู่ที่บรรดาศักดิ์อันทรงเกียรติของผู้ก่อตั้ง แต่อยู่ที่ความสามารถในการถ่ายทอด "ความรัก" ผ่านอาหารและการต้อนรับที่อบอุ่น ดังคำกล่าวของ Commendatore Enzo Peroni ที่ว่า “อาหารอิตาเลียนคือความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และการแบ่งปัน” หากคุณกำลังมองหาแลนด์มาร์กใหม่สำหรับการพักผ่อนหรือพบปะสังสรรค์ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง Cafe Buongiorno คือสถานที่ที่จะทำให้ทุกมื้ออาหารกลายเป็นความทรงจำที่ดีใจกลางกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง