โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัญญาณบวกสงครามอิหร่านคลี่คลาย แนะนำ BBL-CPF-TRUE หลบผันผวน

ทันหุ้น

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 02.34 น.

#ทันหุ้น #2026 #SET บล.เอเซีย พลัส สัญญาณบวกสงครามอิหร่านคลี่คลาย แนะนำ BBL-CPF-TRUE หลบผันผวน

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินสถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกว่าเริ่มมีแนวโน้มผ่อนคลายขึ้นในระยะสั้น หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 20 เริ่มมีสัญญาณการลดความร้อนแรงลง ปัจจัยบวกดังกล่าวเกิดจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่อิหร่าน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณายกเลิกการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านและเตรียมนำคลังน้ำมันสำรองออกมาใช้เพื่อเพิ่มอุปทาน ทางด้านอิสราเอลเองก็มีท่าทีชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเพิ่มเติม ผสานกับการที่หลายประเทศในยุโรปและญี่ปุ่นได้ออกมาเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการโจมตีที่กระจายวงกว้าง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่เคยพุ่งขึ้นไปถึง 119 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ได้ย่อตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 105 เหรียญสหรัฐฯ

ระวังผลกระทบระยะกลาง กองทุนทั่วโลกแห่ตุน “เงินสด” รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว แม้น้ำมันจะปรับตัวลงมาบ้าง แต่ฝ่ายวิจัยเตือนว่าในระยะยาวยังคงน่ากังวล เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ทั่วโลกยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างมาก นำโดยดัชนี BCOM ที่พุ่งขึ้น 22.1% YTD ซึ่งถือว่ายืนอยู่ในระดับที่สูงกว่าช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 64.5% YTD และถ่านหินบวก 38% YTD การที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นรวดเร็วเกิน 50% ต่อปีในอดีตมักจะตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว (Recession) ปัจจัยนี้ทำให้กองทุนทั่วโลกมีแนวโน้มลดความเสี่ยงโดยการถือ “เงินสด” เพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนเงินสดล่าสุดในเดือนมีนาคมพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.3% จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.4% (เข้าใกล้ระดับ 6.3% ในช่วงสงครามปี 2022) รวมถึงธนาคารกลางหลายแห่งอาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อสกัดเงินเฟ้อในอีก 6 เดือนข้างหน้า

ไทยลุ้นฟื้น! ต่างชาติสวนกระแสเข้าสะสมหุ้น 3 วันติด หวังอานิสงส์นโยบายรัฐ สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยในช่วงที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับเงินทุนไหลออกอย่างหนักจนทำให้ “เงินบาท” อ่อนค่าแรงที่สุดในเอเชียถึง -4.51% (MTD) อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางค่าเงินที่อ่อนยวบ เริ่มเห็นสัญญาณบวกของกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่พลิกกลับมา “ซื้อสุทธิ” ในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง 3 วันทำการ รวมกว่า 1.05 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียที่มีเม็ดเงินไหลเข้าในช่วงเวลานี้ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากความชัดเจนทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลที่ราบรื่นและมีเสถียรภาพ ทำให้นักลงทุนคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส, การตรึงค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย, การเดินหน้าประมูลโครงการ Mega Projects รวมถึงมาตรการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ซึ่งอาจเป็นแรงผลักดันให้ GDP ไทยในปี 2569 สามารถเติบโตได้สูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ 1.8%

กลยุทธ์การลงทุน: ชู 3 หุ้นเด่น “หลบความผันผวน” พร้อมเก็งกำไรกลุ่มเกมจีน ด้วยแนวโน้มตลาดหุ้นที่ “วันนี้ฟื้น วันหน้ายังน่ากังวล” บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบหลบความผันผวน โดยให้หุ้น BBL, CPF และ TRUE เป็น Top Picks ประจำวัน นอกจากนี้ ในฝั่งการลงทุนต่างประเทศ แนะนำเก็งกำไรในกลุ่มผู้พัฒนาเกมของจีน ผ่าน DR: BILIBILI01 เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกครั้งใหญ่จากการที่ Apple ประกาศลดค่าคอมมิชชันของ App Store ในจีนลงจาก 30% เหลือ 25% (มีผล 15 มี.ค.) และ Google Play ปรับลดค่าธรรมเนียมทั่วโลกลงเหลือ 20% ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนให้กำไรสุทธิของบริษัทเทคโนโลยีจีนเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สวนทางกับฝั่ง ALIBABA ที่เพิ่งรายงานผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...