โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์สั่งระบายน้ำมันอิหร่าน 140 ล้านบาร์เรล พร้อมจะลดระดับโจมตี

Amarin TV

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทรัมป์แก้เกมน้ำมันแพง! สั่งระบายน้ำมันอิหร่าน 140 ล้านบาร์เรล หวังคุมราคาโลกพุ่ง พร้อมลั่นใกล้ชนะสงคราม เตรียมสั่งลดระดับทางทหาร

ผ่าทางตัน! สหรัฐฯ ยอมปล่อยน้ำมันอิหร่าน 140 ล้านบาร์เรล

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมาถึงจุดหักเหสำคัญ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ตัดสินใจสยบวิกฤตราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ด้วยการอนุมัติ "ใบอนุญาตชั่วคราว" ให้อิหร่านสามารถระบายน้ำมันดิบจำนวน 140 ล้านบาร์เรลที่ตกค้างอยู่ในเรือบรรทุกน้ำมันกลางทะเลออกมาขายได้

น้ำมันดังกล่าวถูกอายัดไว้บนเรือบรรทุกน้ำมันกลางทะเลมาอย่างยาวนาน ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรอันเข้มงวด การขยับตัวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามควบคุมราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ที่พุ่งแตะ 112.19 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงคราม โดยโกลด์แมน แซคส์ เตือนว่าหากไม่ทำอะไรเลย ราคาน้ำมันอาจทรงตัวอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ไปจนถึงปี 2027

ปริมาณน้ำมันมหาศาลนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่มองข้ามได้ เพราะตามข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า นี่คือปริมาณที่สามารถหล่อเลี้ยงความต้องการใช้น้ำมันของคนทั้งโลกได้ยาวนานถึง 1 วันครึ่ง

การที่ทรัมป์ยอม "กลืนน้ำลาย" ตัวเองด้วยการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดมาตั้งแต่ปี 2018 สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะหลังพิงฝาที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญ และท่ามกลางสภาวะสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 คณะทำงานของทรัมป์ยังได้สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศเตรียมลดระดับปฏิบัติการทหาร รัฐบาลสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่าอะไร และสงครามใกล้จุดจบจริงหรือไม่?

ถอนกำลังจริงหรือสงครามจิตวิทยา?

ในขณะที่โลกกำลังมึนงงกับการปลดล็อกน้ำมัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้สร้างความโกลาหลขึ้นอีกครั้งผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยเขาได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณา "ลดระดับ" การปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง โดยอ้างว่า เป้าหมายในการบดขยี้ขีดความสามารถของอิหร่านใกล้จะสำเร็จลุล่วงแล้ว

ทรัมป์ได้ไล่เรียงความสำเร็จในการทำลายกองทัพอากาศ กองเรือ และคลังขีปนาวุธของอิหร่าน พร้อมประกาศกร้าวว่า "เราชนะสงครามกับอิหร่านแล้ว" ก่อนที่จะเดินทางออกจากทำเนียบขาว การประกาศเช่นนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามของทรัมป์ที่จะส่งสัญญาณยุติสงครามเพื่อเรียกคะแนนนิยมจากชาวอเมริกันที่เริ่มเบื่อหน่ายกับการสู้รบที่ยืดเยื้อและผลาญงบประมาณจำนวนมหาศาล

ความพยายามในการถอนตัวของทรัมป์ยังแสดงออกผ่านการผลักภาระด้านความมั่นคงไปให้ชาติพันธมิตร โดยเขากล่าวอย่างชัดเจนว่า "ช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับการคุ้มครองและดูแลตามความจำเป็น โดยประเทศอื่น ๆ ที่ใช้งานช่องแคบนี้ ซึ่งสหรัฐฯ ไม่ได้ใช้!" พร้อมทั้งตอกย้ำด้วยการตำหนิพันธมิตร NATO ว่า "ขี้ขลาด" ที่ไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยสหรัฐฯ ในการรักษาความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือสำคัญสายนี้ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ความย้อนแย้งกลับเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบคำพูดของทรัมป์กับข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคง ในขณะที่ทรัมป์ประกาศชัยชนะและเตรียมถอนทหาร เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ กลับเปิดเผยกับ CNN ว่า มีทหารนาวิกโยธินและลูกเรือชาวอเมริกันอีกหลายพันนายที่กำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง เพื่อเสริมกำลังในสงครามที่กำลังก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ สถานการณ์ที่ขัดแย้งกันเช่นนี้สร้างความสับสนให้กับทั้งพันธมิตรและศัตรู และก่อให้เกิดคำถามว่า การประกาศลดระดับทางทหารของทรัมป์นั้นเป็นความตั้งใจจริง หรือเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมือง เพราะการเตรียมพร้อมทำสงครามยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้นในภาคสนาม

ด้านรัฐบาลอิหร่านไม่ได้มีความเชื่อในคำกล่าวอ้างของทรัมป์เลยแม้แต่น้อย โดยแหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า ทางเตหะรานได้ประเมินสถานการณ์แล้วพบว่า สถานการณ์จริง "ตรงกันข้ามกับคำกล่าวอ้างของทรัมป์เรื่องการลดกิจกรรมทางทหารในภูมิภาค อิหร่านไม่ได้มีการประเมินเช่นนั้น และได้ข้อสรุปว่า ท่าทีทางการทหารของศัตรูในภูมิภาคนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด"

นอกจากนี้ อิหร่านยังประณามความเห็นของทรัมป์ว่าเป็นเพียง "ปฏิบัติการทางจิตวิทยาของทรัมป์เพื่อควบคุมตลาด" หลังจากที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและสร้างความวุ่นวายให้กับเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก

เจาะลึกเหตุผลที่ทรัมป์ยอมคลายคว่ำบาตร

สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ก่อนหน้านี้ เครื่องมือทางนโยบายอย่างการระบายน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ เอง หรือการคลายคว่ำบาตรรัสเซีย ถูกนำมาใช้หมดแล้วแต่ยังเอาไม่อยู่ จึงต้องหันมาพึ่ง "ทางเลือกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" คือการปล่อยน้ำมันของศัตรูอย่างอิหร่านออกสู่ตลาด

เจ้าหน้าที่ของทรัมป์เริ่มเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยพยายามลดความสำคัญด้านการเงินที่อิหร่านจะได้รับจากการปล่อยให้ประเทศต่าง ๆ ซื้อน้ำมันที่อิหร่านมีอยู่บนเรือกลางทะเลอยู่แล้ว คณะทำงานของทรัมป์ยอมรับว่า อย่างไรเสียน้ำมันเหล่านั้นก็จะถูกจีนซื้อไปอยู่ดีแม้จะมีมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ดังนั้นการให้พันธมิตรของสหรัฐฯ ซื้อแทน จะช่วยบรรเทาความกังวลด้านอุปทานในทันที โดยที่ราคาอาจจะสูงกว่าที่จีนเคยจ่ายให้อิหร่านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐฯ เปิดเผยว่า “อิหร่านกำลังจะขายน้ำมันเหล่านั้นอยู่ดี… แทนที่จะปล่อยให้มันไปที่จีน เราก็ทำให้มันสามารถขายให้ประเทศอย่าง ไทย หรือเวียดนามได้”

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ โพสต์ผ่าน X ระบุว่า การปล่อยน้ำมันดิบครั้งนี้คือการ "ใช้น้ำมันอิหร่านกลับไปโจมตีอิหร่านเอง" เพื่อดึงราคาน้ำมันโลกให้ต่ำลง ในระหว่างที่สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการ "Epic Fury" ต่อไป ทั้งนี้เบสเซนต์ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะยังคงใช้มาตรการ "กดดันขั้นสูงสุด" เพื่อสัดกั้นไม่ให้อิหร่านเข้าถึงรายได้จากการขายน้ำมันผ่านระบบการเงินระหว่างประเทศได้โดยง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดเงินเหล่านั้นถูกนำไปใช้สนับสนุนกองทัพของตนเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...