สนค. เผยค่าขนส่งถนน Q1 พลิกบวกตามราคาน้ำมันโลก จับตา Q2 พุ่งต่อเนื่องจากวิกฤตตะวันออกกลาง
ดัชนีค่าบริการขนส่งทางถนน ไตรมาสแรกปรับสูงขึ้นร้อยละ 0.4 หลังหดตัวต่อเนื่อง 2 ไตรมาส ต้นทุนน้ำมันดีเซลพุ่งกดดันผู้ประกอบการปรับราคาตามกลไกตลาด ขณะที่กลุ่มเกษตรสวนทางลดลงร้อยละ 0.3 พาณิชย์เร่งสร้างระบบนิเวศโลจิสติกส์พลังงานทางเลือก หวั่นต้นทุนค่าขนส่งส่งผ่านถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
28 เมษายน 2569 - สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) รายงานดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ถือเป็นการกลับมาขยายตัวครั้งแรกหลังจากปรับลดลงต่อเนื่องใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก
เมื่อพิจารณาโครงสร้างตามกิจกรรมการผลิต พบว่า หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ปรับสูงขึ้นร้อยละ 0.5 โดยกลุ่มสินค้าสำคัญที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหาร, สิ่งทอ, เครื่องจักร, ผลิตภัณฑ์จากการกลั่นปิโตรเลียม และเคมีภัณฑ์ ขณะที่ หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้นร้อยละ 0.1 อย่างไรก็ตาม หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง ปรับลดลงร้อยละ 0.3 เนื่องจากความต้องการขนส่งพืชยืนต้นชะลอตัวลง ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาในกลุ่มอุปสงค์สินค้าเกษตรแม้ต้นทุนน้ำมันจะสูงขึ้นก็ตาม
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ. สนค.) วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบต่อต้นทุนว่า “สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งมีภาระต้นทุนสูงขึ้นทันที จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น”
สำหรับการจำแนกตามประเภทรถในไตรมาสที่ 1 พบการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ ดังนี้ :
- กลุ่มที่ปรับสูงขึ้น : รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว (↑ 1.4%), รถพ่วง (↑ 0.5%) และรถกระบะบรรทุก (↑ 0.2%)
- กลุ่มที่ปรับลดลง : รถบรรทุกของเหลว (↓ 1.4%), รถตู้บรรทุก (↓ 0.2%), รถบรรทุกวัสดุอันตราย (↓ 0.2%) และรถบรรทุกเฉพาะกิจ (↓ 0.1%)
แนวโน้มในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 คาดการณ์ว่าดัชนีจะยังคงมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานที่ยังทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญในการบริหารจัดการต้นทุนของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายเร็วกว่าที่ประเมินไว้ อาจส่งผลบวกให้อุปทานน้ำมันดิบฟื้นตัวและช่วยชะลอระดับราคาค่าขนส่งได้ในระยะถัดไป
นอกจากนี้ สนค. ยังเน้นย้ำถึงความเปราะบางของโครงสร้างต้นทุนที่อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจมหาภาค โดยมองว่าค่าขนส่งคือต้นทุนต้นน้ำที่สำคัญซึ่งต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการส่งผ่านภาระไปยังผู้บริโภค
“การเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งถือเป็นต้นน้ำที่สำคัญ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจมีการส่งผ่านภาระดังกล่าวไปสู่ราคาสินค้า และกลายเป็นปัจจัยกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน… จึงต้องมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศโลจิสติกส์ที่มีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกและการขนส่งหลายรูปแบบเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง”
ในระยะต่อไป กระทรวงพาณิชย์เตรียมบูรณาการมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อบรรเทาภาระต้นทุน พร้อมสร้างกลไกสนับสนุนที่รักษาสมดุลระหว่างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคขนส่งและกำลังซื้อของประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตพลังงานลุกลามจนกระทบต่อคุณภาพชีวิตและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว