DRT ส่งซิกแผนรับต้นทุนรักษามาร์จิ้นเหนือ20%
#DRT #ทันหุ้น – DRT ส่งสัญญาณขยับราคาสินค้า! รับแรงกดดันต้นทุนปูนซีเมนต์ พลังงานพุ่ง หลังตุนสต็อกราคาเดิมรองรับดีมานด์ได้ราว 2 เดือน ก่อนพิจารณาสะท้อนต้นทุนบางส่วนสู่ลูกค้าใน Q2/2569 พร้อมเดินเกมรุกขยายฐานลูกค้าใหม่ ต่อยอด OEM ดันรายได้ปี 2569 โต 3% ขอรักษามาร์จิ้นไม่ต่ำกว่า 20%
นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา บริการติดตั้งโครงหลังคา สำเร็จรูป กระเบื้องหลังคา พื้น บันได และผนัง พร้อมบริการติดตั้ง “SPC Solutions”และไม้สังเคราะห์ WPC แบบครบวงจร ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ตราเพชร” เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการปรับราคาขายสินค้าเพิ่มเติม หลังแนวโน้มราคาปูนซีเมนต์ (วัตถุดิบหลัก) และราคาพลังงาน ซึ่งเป็นต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น ผลจากปัจจัยเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง คาดเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาส 2/2569
สต๊อกสินค้า
“ปัจจุบันทาง DRT ยังมีสินค้าที่สำรอง (สต๊อก) ในราคาเดิมอยู่ในส่วนโปรดักต์หลัก รองรับความต้องการ (ดีมานด์) ได้อีกราว 2 เดือน ซึ่งหลังจากสินค้าในส่วนนี้หมด ทางเราเองคงจะมีความจำเป็นต้องสะท้อนต้นทุนบางส่วนไปยังลูกค้า และปรับราคาขายเพิ่ม เพื่อให้ธุรกิจสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างเหมาะสม“ นายสาธิต กล่าว
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของ DRT แบ่งเป็น การขายสินค้าผ่านตัวแทนอยู่ที่ราว 50% และที่เหลือมาจากช่องทางอื่นๆ อาทิ โมเดิร์นเทรด
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตราว 2-3% จากปี 2568 เนื่องจากธุรกิจมีการทำตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มตัวแทนขาย, กลุ่มโครงการ ประกอบกับมีการขยายฐานในการรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) เพิ่มเติมเพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจอีกทางหนึ่ง ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้บริษัทเชื่อจะยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ทั้งปี 2569 ไว้อยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 20%
เติบโตมั่นคง
ด้านดร.พิชญานันท์ ล้อวรลักษณ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการขายและการตลาด บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT กล่าวว่า บริษัทเพิ่มศักยภาพธุรกิจ โดยยกระดับจากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างสู่การเป็น “Fully Integrated One-Stop Solution Provider” ที่ครอบคลุมทั้งสินค้า การจัดส่ง ติดตั้งและบริการหลังการขาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
โดยวางเป้าหมายปี 2569 – 2571 มีรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ (CAGR) 2-5% ผ่านการวางกลยุทธ์หลากหลาย เพื่อคว้าทุกโอกาสและเติบโตอย่างมั่นคง